Siripattana 的个人资料SquidMan.ExE's Blog...照片日志列表更多 工具 帮助
2008/8/4

2008.08.04 - เธอทั้งนั้น - Groove Rider...

เนื้อเพลง: เธอทั้งนั้น (สุดที่รัก) - Groove Rider...
อัลบั้ม: The Lift

รู้ไหมว่ามันดียังไง และรู้ไหมว่าสุขใจเพียงใด
รู้ไหมว่าชีวิตเก่าๆ ของฉันนั้นเปลี่ยนไปเท่าไหร่
รู้ไหมว่าก่อนจะเจอเธอ รู้ไหมฉันเคยเป็นยังไง
รู้ไหมการที่ได้เจอเธอ นั้นช่างยิ่งใหญ่สักเท่าไหร่


เธอ เธอทั้งนั้นที่ทำ ให้ช่วงชีวิตของฉันน่าจดจำ
จนฉันได้เจอเธอ

โลกที่เคยมองดูซึมเซา โลกที่มีแต่ความว่างเปล่า
ฟ้าทึมๆ และวันเศร้าๆ ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ได้

เธอ เธอทั้งนั้นที่ทำ ให้ช่วงชีวิตของฉันน่าจดจำ
จนฉันได้เจอเธอ


ขอบคุณสรวงสวรรค์ ให้เราได้เจอะกัน
ขอบคุณคนๆ นั้น ที่ทำให้ฉันได้พบเธอ
ขอบคุณทุกเรื่องราว
ต้นเหตุที่ในวันนี้ฉันนั้นได้เจอ เธอ (สุดที่รัก)


รู้ไหมว่ามันดียังไง และรู้ไหมว่าสุขใจเพียงใด
รู้ไหมว่าชีวิตเก่าๆ ของฉันนั้นเปลี่ยนไปเท่าไหร่
รู้ไหมว่าก่อนจะเจอเธอ รู้ไหมฉันเคยเป็นยังไง
รู้ไหมการที่ได้เจอเธอ นั้นช่างยิ่งใหญ่สักเท่าไหร่

เธอ เธอทั้งนั้นที่ทำ ให้ช่วงชีวิตของฉันน่าจดจำ
จนฉันได้เจอเธอ


ขอบคุณสรวงสวรรค์ ให้เราได้เจอะกัน
ขอบคุณคนๆ นั้น ที่ทำให้ฉันได้พบเธอ
ขอบคุณทุกเรื่องราว
ต้นเหตุที่ในวันนี้ฉันนั้นได้เจอ เธอ (สุดที่รัก)


ขอบคุณฟ้าสวรรค์ ให้เราได้เจอะกัน
ขอบคุณพระเจ้านั้น ที่ทำให้ฉันได้พบเธอ
ขอบคุณทุกเรื่องราว
ต้นเหตุที่ในวันนี้ฉันนั้นได้เจอ เธอ (สุดที่รัก)


ท่อนสุดท้ายแอบแก้ตามประสบการณ์...
ฟังผ่านๆบนแทกซี่หลายทีละ... โดนมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...
ชอบ... แวะมาแปะไว้กันลืม...

ราตรีสวัสดิ์...
2008/6/27

2008.06.27-นี่สินะที่เรียกว่าคนรู้ใจ...

img360/7276/20080627wwwyl8.jpg
เคยเป็นแบบนี้กันบ้างไหมคับ...
การที่ได้เจอคนใกล้ตัวรู้ทันนี่มันช่างน่ากลัวจริงๆ...


วันนี้ฉันได้ทำ Font ลายมือของฉันเองได้เสร็จเสียที...
เนื่องจากฉันเป็นคนลายมือไม่สวย...
จะเขียนหนังสือลงบนกระดาษยังดูเหมือนลายเซ็น...
ไหนเลยจะเขียนตัวหนังสือบนจอคอม...
ไอ้ครั้นจะใช้ตัวพิมพ์ Angsana มันก็ดูกระไรๆอยู่...
ก็เลยถือโอกาสหาเวลาว่างทำตัวหนังสือที่เป็นส่วนตัวใว้ใช้ซะเลย...


ทดสอบภาษาไทย...

เป็นมนุษย์สุดประเสริฐเลิศคุณค่า
กว่าบรรดาฝูงสัตว์เดรัจฉาน
จงฝ่าฟันพัฒนาวิชาการ
อย่าล้างผลาญฤๅเข่นฆ่าบีฑาใคร
ไม่ถือโทษโกรธแช่งซัดฮึดฮัดด่า
หัดอภัยเหมือนกีฬาอัชฌาศัย
ปฏิบัติประพฤติกฎกำหนดใจ
พูดจาให้จ๊ะจ๊ะจ๋าจ๋าน่าฟังเอย ฯ

แต่ง โดยคุณเสถียร มั่นถาวรวงษ์ ผู้แต่งได้ส่งประกวดในการประกวดแต่งกลอนภาษาไทยที่มีอักขระไทย ครบทุกตัวของสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

มันเจ๋งจริงๆเลยคนแต่งเนี่ย... สามารถใช้อักษรไทยได้เกือบครบแน่ะ...



ทดสอบภาษาอังกฤษ...

การเขียน Font ใว้ใช้เองทำให้ฉันรู้ว่า...
มันยากเอาเรื่องกว่าโหลดฟอนต์เขามาใช้ซะอีก...
นั่งเขียนภาษาไทย 44 + ภาษาอังกฤษ 26+26 และตัวพิเศษในทั้งสองภาษาอีก...
แต่ก็เขียนได้สำเร็จแหละหน่า...
แม้จะมีความผิดพลาดที่บางตัวบ้างก็ตาม...
พรุ่งนี้ค่อยแก้ละกัน...

ราตรีสวัสดิ์...

2008/6/17

2008.06.16 - ร่มสีชมพู้...ชมพู...

Image Hosted by ImageShack.us
หน้าฝนแล้วดูแลสุขภาพให้ดีๆกันเช่นเคยนะคับ...

ราตรีสวัสดิ์...
2008/6/9

2008.06.09 - วันที่เธอป่วย...





เมื่อวันก่อนหัดวาดรูปเล่นอีกแล้วเลยได้ฤกษ์ออกแบบพื้้นหลังจอมือถือใหม่เสียที...

ที่ต้องมีเว้นช่องว่างไว้ก็เพราะว่า...
จะได้เว้นให้พวกตัวอักษรที่มันมีอยู่บนมือถืออยู่แล้วงัย...
พอใส่ลงไปก็จะเป็นแบบนี้...


เมื่อวานเลยได้ทำให้หลิงหลิงอีกภาพหนึ่งอันนี้สำหรับจอซัมซุงเลย...



แอบเนียน...
ไม่ได้อัพนานมากๆ...

ราตรีสวัสดิ์...

2008/2/16

2008.02.15-After 14 Feb ♥...

 

วันนี้ในปีที่ผ่านๆมาอาจจะไม่เหมือนวันนี้ในปีนี้...
ก็เพราะมันคนละปีกันน่ะสิ...

(แต่ไอ้ที่น่างงกว่าคือ... ก่อนหน้านั้นเจ้าของบล๊อกมันไปไหนของมันฟะ)...
(ปล่อยบล๊อกดองเค็มมาร่วมสองเดือน)...

จะให้เกริ่นมันก็ยาวเกินไปแล้วล่ะ...
เพราะเนื่องจากช่วงวันเกิดตอนต้นปีเป็นวันสำคัญที่ทำให้ฉันได้รับ...
ของขวัญที่พิเศษสุดๆ...
(เอ...จริงๆก็ได้รับมาทั้งช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ด้วยนี่หว่า)...

ของขวัญที่เป็นกำลังใจในช่วงปลายปีที่แล้วที่ต้องโหมงานหนักมาตลอดจนถึงทุกวันนี้...

ดังนั้นวันที่ 14 ที่ผ่านมาจึงอยากให้มันเป็นวันพิเศษกว่าวันอื่นๆสักหน่อยนึง...
(หน่อยเดียวจริงๆนะ)...

เริ่มจากตอนเช้า 6 โมงแอบไปติดบัตรรับประทานอาหารที่เซ็นทรัลเวิลด์...
แล้วแอบกลับมาเนียนทำงานต่อที่บ้าน...
จนสายๆค่อยโทรไปบอกเธอคนนั้นให้ค้นหาสิ่งที่ซ่อนไว้...

"บัตรรับประทานอาหาร ซึ่งหมดอายุในคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 เท่านั้น"

ซึ่งหลังจากที่เธอได้รับ... เธอก็ตอบตกลงกลับมา...
ดีใจมากๆ... วันนี้เราจะรีบทำงานเพื่อเย็นนี้จะได้ไปทานมื้อพิเศษ...

แต่เนื่องด้วยไข้กินมาเมื่อวานซืนเลยทำให้...
สลบแน่นิ่งคงฟูก...ยันตอนบ่าย...

ตาย(*)... งานยังไม่เสร็จเลย!!!

ฉันเลยต้องวิ่งจ้ำเต็มที่เพื่อรีบไปธุระที่ต้องติดต่อไปที่เซ็นทรัลปิ่นวันนี้...
ซึ่งต้องใช้เวลาในการติดต่อประสานงานราวๆครึ่งชั่วโมงเศษๆ...


ฉันต้องไปถึงที่นั่นก่อน 18:00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่เรานัดกันไว้...
แม้วันนี้รถจะติด... แต่ฉันก็ไปถึงเซ็นทรัลเวิลด์ราวๆก่อนนัดครึ่งชั่วโมง...
ซึ่งทำให้มีเวลาพอที่จะเดินหาร้านที่ถูกใจสำหรับเย็นนี้...

ร้านอาหารอิตาเลียนดี... หรือว่าร้านอาหารฟิวชั่นแบบญี่ปุ่นดีนะ...
ฉันตัดตัวเลือกออกจนเหลือเพียงสองตัวเลือก...
เพราะร้านอื่นๆฉันคิดว่าคนคงจะเต็มตั้งแต่ยังไม่ทันจะหกโมงเย็นเลยล่ะ...

หกโมงเย็นพอดีฉันไปถึงที่นัดหมาย...

หลิงมาพร้อมกับถุงกระดาษใบกลางๆ...
(เอ่อก่อนหน้านั้นไม่ได้เอ่ยชื่อเธอมาก่อนเลยนี่เนอะ)...
ซึ่งข้างในมีเสื้อยืด...แบบที่มันใส่ได้คู่กันน่ะ...
ซึ่งฉันเคยคิดว่าจะพาไปเลือกกันเย็นนี้...
แต่หลิงก็หามาได้ก่อนที่ฉันจะคาดคิดเสียอีก...
แหม่... จะช้าอยู่ใยล่ะแบบนี้...
หลิงรีบให้ฉันไปเปลี่ยนเสื้อทันที...


โอ้โหเสื้อแบบนี้เกิดมาเพิ่งเคยใส่แฮะ!!!
(สุดจะเห่อเลย... เพราะเกิดมาไม่เคยใส่เสื้อแนวนี้เลยจริงๆ)...

เสื้อสองตัวลายมันจะมาต่อกันได้...
ซึ่งลำพังเอวอันอ้วนของฉันอาจทำให้ลายต่อกันยากสักหน่อย...


หลังจากที่เดินมาดูร้านที่เป็นตัวเลือกก็ตกลงที่ร้าน Yura An...
ที่ชั้น 7 เซ็นทรัลเวิลด์...
เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไม่ญี่ปุ่นจ๋าเท่าไหร่...
แถมมีหลายเมนูที่ไม่เคยทานมาก่อนเลย...
อีกทั้ง...
เนื่องจากวันนี้ที่ร้านนี้มีโปรโมชั่นวาเลนไทน์คอร์ส...
ทางผู้จัดการร้านคนสวยก็รีบออกมาต้อนรับเป็นอย่างดีเลยล่ะ...
ทางเราก็ไม่รอช้า...รีบเข้าไปกันเลยคนยังไม่มากจะได้เลือกที่นั่งได้...

หลิงเลือกที่นั่งนอกระเบียงฝั่งหน้าห้างที่เป็นส่วนเปิด open air...
ตอนนั้นร้านยังไม่ได้เตรียมพื้นที่...
แต่ก็นับว่าดีที่เราได้เลือกที่นั่งก่อนใครๆ...

เมนูที่สั่งแต่ละอย่างก็...
เอ่อ... จำชื่อไม่ได้หรอกคับ...
แต่เอาเป็นว่ามันมีราวๆ 4 ชุดอาหาร...
และสั่งอาหารเพิ่มอีกอย่าง... เพราะหลิงอยากทานผักโขมอบชีสนานแล้ว...
แต่ยังไม่ได้พาไปทานสักที... ที่ร้านนี้ก็ไม่มี...
หลิงบอกว่า... ร้านนี้มีเมนูหนึ่งที่พอจะตัดเนื้อไก่ออกแล้วทำเป็นผักโขมอบชีสได้...
ซึ่งถามทางเชฟแล้วก็บอกว่าทำได้...
(แต่รู้สึกจะได้ผักโขมอบชีสที่แปลกดีนะ... ไม่มีบดและชีสเหมือนเต้าหู้... ไม่เหมือนที่เคยทานที่ไหนมาก่อนเลย)...
(บอกจริงๆว่า... ฉันนึกถึงต้มจับฉ่ายที่แม่ทำเพราะในนี้มีผักหลายชนิดมากกว่าผักโขมอย่างเดียว...
แล้วโปะด้วยชีสรสราวๆไอ้ที่เกาะอยู่บนฝาโยเกิร์ตนะแหละ...อร่อยนะ... ไม่ใช่ไม่อร่อย)...


เนื่องจากว่าฉันก็เป็นคนทำร้านอาหารเล็ก...
ส่วนหลิงก็เรียนคหกรรมชั้นเซียนแถมได้มีโอกาสรู้จักอาหารมากกว่าฉันซะอีก...
เราเลยนั่งคุยกันเรื่องเมนูอาหารในวันนี้กันจนเพลิดเพลินเลยทีเดียว...
อ่อเกือบลืม... ฉันเพิ่งจะให้การ์ดที่ทำเตรียมไว้ก็ตอนนี้น่ะแหละ... ^_^

ขอเมมไว้อีกนิดว่า...
ผู้จัดการร้านที่ต้อนรับเรานั้น...
เป็นคนสวยแบบโก๊ะๆหน่อย...
เรียกรอยยิ้มจากเราทั้งคู่ได้หลายทีเลยล่ะ...
ชอบมุกที่ส้นตกร่องระแนงไม้...(แต่เชื่อเหอะว่าทางนั้นไม่มุก...หึหึหึหึหึ)...

ทานเสร็จจนอิ่มเราก็เดินเล่น...

พอดีที่เซ็นทรัลเวิลด์มีจัดซุ้มเล็กๆให้ถ่ายรูปเล่นกันได้หลายที่...
กล้องติดเครื่องเกม PSP ก็พกมาพอดี...
เลยฉวยโอกาสถ่ายรูปเก็บไว้เยอะพอควรเลยล่ะ...

วันนี้มีคนมาถ่ายรูปกันเพียบเลย...
ทั้งกล้องเล็กกล้องใหญ่...
แต่วันนี้มีแค่กล้องเกมก็สนุกได้...
ไม่แพ้เจ้าตัวใหญ่ที่ใช้ประจำเลย...
(แบกไปมาไม่ไหวเพราะมันหนัก)...

ดูรูปดีกว่า...


เสื้อมันลายต่อกัน... แต่ติดแขนและพุงข้างเอวฉันเลยต่อลายได้เท่านี้เอง...


แถวชั้นเจ็ดน่ะแหละ...


พิศวงงงงวย...


อันนี้ลงมาชั้น 1 ละ... คนถ่ายรูปเยอะมาก...
ต้องหามุมที่ไม่ค่อยมีคนถ่ายกันไปก่อน...


แต่ก็ได้มุมดีๆที่ไม่มีใครเอาเหมือนกัน...


ข้างหลังมีขายของขวัญด้วยนะ...


LO
VE
ตัวใหญ่มาก... อันนี้มุมประชาชนเลย...
ต้องรอจังหวะถ่าย...
เพราะคนรอถ่ายกันเยอะมากๆ...


แอบมาหามุมดอกไม้ขาวถ่าย... แถวชั้นสอง...
แถวนี้ไม่มีใครมาถ่ายวันนี้แน่ๆ... แต่วันอื่นล่ะไม่แน่...


หน้าฉันมันอ้วนจริงๆนะ...


โชว์ลายเสื้อชัดๆอีกที...


มาต่อกันที่พารากอน...
ที่นี่ไม่มีจัดมุมให้ถ่ายเลย...
แห้งแล้งมาก... เหมือนมาห้างวันธรรมดาน่ะแหละ...


ยังดีเหลือน้ำพุตรุษจีนให้ถ่ายก็ยังดี...


ซินเจียอยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้!!!
เฮ้ย!!! ผิดวัน... -_-"


กลับดีกว่า... ไปส่งลูกสาวเขาดึกเดี่ยวจะไม่ดีเอา...

ตอนสี่ทุ่มหารถแทกซี่หรือตุ๊กๆยากมากแถวนี้...
แต่ละคันเล่นตัวสุดๆ... โก่งราคาอีกต่ะหาก...

พอกลับมาถึงบ้านหลิงโดยปลอดภัย...
ป๊าหลิงก็ออกมารับ... นั่งคุยสักพัก...
หลิงก็เอาของขวัญมาให้...
เป็น CD เพลง... ที่เธอเลือกเพลงที่มีความหมาย...
มาใส่ในแผ่นเดียว...
กับกล่องที่เมื่อเอาแผ่นออกแล้วถึงจะได้เห็นรูปนี้...
(ถ้าไม่เอาแผ่นออกจะเห็นรูปไม่ครบทั้งหมด)...
ตอนนี้เก็บเพลงลงใน ipod ไปเรียบร้อยแล้ว...
ฟังง่าย... ส่วน CD ก็เก็บเอาไว้ดีกว่า... ^_^


อันนี้เอามาถ่ายบนโต๊ะรกๆที่ห้องตัวเอง...


รูปการ์ดที่วาดสดๆเมื่อคืนก่อนวันที่ 14...
(บอกว่าวันที่ 13 ง่ายกว่ามัง)...

ขอขอบคุณ...
พระเจ้าที่ทำให้เราได้เจอกัน... และมีใจตรงกันโดยที่ไม่รู้ว่าต่างฝ่ายต่างก็คิดเหมือนกัน...
ขอบคุณหลิงที่ทำให้ทุกๆวันที่ผ่านมามีคุณค่านอกจาก ชีวิตจะมีแค่กินอิ่ม นอนหลับ มีงานทำ...
ขอบคุณป๊าม๊าหลิงที่วันนี้ให้พาลูกสาวไปกินข้าวได้อีก 1 วัน...
ขอบคุณม๊าฉันเองที่ทำให้เราได้รู้ความในใจซึ่งกันและกัน...
ขอบคุณทุกๆสิ่งที่ทำให้ฉันเรียนรู้ประสบการณ์บ่มเพาะจนฉันโตพอที่จะมีความรักอีกครั้ง...

มีความสุขฝ่ะ... T_,T" ซึ้ง...

Happy Valentine's day... วันธรรมดาวันนึงซึ่งมีความหมายกับคนอีกหลายๆคน...

ราตรีสวัสดิ์...

ปล. ขอโทษเพื่อนๆที่มาแวะหรือมาคอมเมนต์แล้วยังไม่ได้กลับไป...
จะรีบกลับไปคอมเมนต์จ้า... ^_^

2007/12/26

2007.12.25-สุขสันต์วันคริสต์มาสคับ... ^_^

 

สำหรับช่วงคริสต์มาสจนถึงปีใหม่...
งานแต่ละวันของฉันจะเยอะกว่าเดิมเป็นสองเท่า...
บางวันอาจจะเป็นสามเท่า...

แต่อย่างน้อยวันนี้... ก็ได้ไปร่วมงานคริสต์มาสที่โบสถ์...
ย่างหมูสะเต๊ะให้กับผู้คนที่มาในงานเลี้ยง...
ได้เล่นคลาริเน็ตจากที่ซ้อมไว้ 1 เพลง...
ต้องซ้อมสดเล่นเพิ่มอีก 3 เพลง... ดีใจจัง...
(แม้จะเป่าแล้วแป๊กเยอะก็ตามที)...

ช่วง 1 ปีที่ผ่านมาฉันได้รับสิ่งหลายๆอย่างมากมาย...
ประสบการณ์ในการทำงานที่ได้รับเหมือนไปเรียนคอร์สเร่งรัด...
ย่อมเป็นของขวัญชิ้นดีที่จะปูทางไปสู่อนาคตของฉัน...

และฉันก็เชื่อว่า...

ทุกๆคนต่างก็ได้รับของกล่องขวัญสำหรับชีวิตแต่ละคนแตกต่างกันไป...
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือไม่...
หากเพียงเรานึกย้อนถึงสิ่งที่เราได้รับมา...
เพียงแค่เราเห็นคุณค่าของสิ่งๆนั้น...
มันก็ทำให้เรามีความสุขได้เหมือนกันไม่ว่าจะนับถือศาสนาไดก็ตามที...


Merry Christmas คับ... สุขสันต์วันคริสต์มาส...
ขอให้มีความสุขกับช่วงเวลาที่ดีๆในเทศกาลแห่งความอบอุ่นนี้กันถ้วนหน้าเลยนะคับ...

ขอแนบเนื้อเพลงที่ฉันมักจะฮัมเพลงเวลาทำงานสำหรับช่วงนี้...
นอกจากเพลง"คริสต์มาสเป็นเวลา"ที่เคยลงใน Entry ก่อนนะคับ...

White Christmas 

 

I'm dreaming of a white Christmas
Just like the ones I used to know
Where the treetops glisten,
and children listen
To hear sleigh bells in the snow


I'm dreaming of a white Christmas
With every Christmas card I write
May your days be merry and bright
And may all your Christmases be white


I'm dreaming of a white Christmas
With every Christmas card I write
May your days be merry and bright
And may all your Christmases be white


ลองค้นใน Google คำว่า White Christmas Midi เพิ่อหาเพลงนี้มาลองฟังดูนะคับ...
ทำนองเพราะและอบอุ่นมากๆเลยล่ะ...

"May your days be merry and bright
And may all your Christmases be white"

2007/12/22

2007.12.21-My Clarinet...

 

เริ่มจากเมื่อราวๆต้นอาทิตย์ที่แล้ว...

หลังจากที่ได้รับคำเชิญชวนจากครูพร...
ผู้อยู่เบื้องหลังนักร้องเด็กๆที่โบสถ์...
ทำให้มีแรงบันดาลใจอยากเล่นเครื่องเป่า...
(เครื่องดนตรีที่ใช้เป่า... (จะอธิบายทำไมฟะ...))

ก็เลยตัดสินใจในวันอังคารว่าจะตกลงจะซื้อ Clarinet มาเล่นละ...

ตอนไปซื้อก็ตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยดูเครื่องดนตรีแบบนี้จริงๆจังๆ...
ยังคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรดี...
เพราะถ้าให้ซื้อก็คงซื้อของจีนแดงเพราะถูกดี...
หรือจะเป็นยี่ห้อของ Buffet ที่เอ็ดดี้เพื่อนซี้บอกว่าของเค้าเจ๋งดี...
(แต่ราคาอาจจะเอาไปซื้อมอไซค์ Mio หรือ Fino มาแว้นนนได้สบายๆ)...

ก็เลยต้องโทรไปปรึกษาสามีครูพร,พี่นิด ก่อนว่าจะซื้อที่ไหนดี...

ครูพรดีใจมาก... สามีครูพรเลยรีบโทรไปบอกร้านที่จะซื้อให้ได้ส่วนลดด้วย...

พอไปถึง... ที่ร้านที่ตรงประตูน้ำมีแต่ของ Yamaha...
ถ้าจะเอาของจีนแดงต้องไปที่ร้านที่เวิ้ง...

แต่เราเห็นแล้วก็เลยว่ายามาฮ่าก็ได้...
ว่าแล้วก็ได้ส่วนลดถึง 30% ที่หาจากร้านไหนไม่ได้อีกเลย...
ลองเทียบกับราคาในเวบแล้วมันเซฟไปหลายพันเลยล่ะเอ้อ...
ต้องขอบคุณส่วนลดของพี่นิด,พี่ไก่ และ พี่แหลมที่เอามารวมกันเป็นส่วนลดครั้งนี้ด้วย...

หลังจากหิ้วกลับมาบ้านแล้วก็มาเปิดลองเล่นกันเลย...


เปิดกล่องกันก่อนเลย...


ข้างในก็จะพบปล้องๆมากมาย...

ส่วนประกอบของมันมีหลายอย่างนัก... (รูปประกอบจากเวบยามาฮ่า)...


พอเรานำมาประกบกันแล้ว...


ก็จะได้แบบนี้แหละจ้า...
ดูดีสมค่าตัวจริงๆ... โฮะๆๆๆๆ...
(ด้วยความยาวมันจึงพยายามถ่ายเต็มตัวได้ไม่สำเร็จซักที)...


วิธีเป่า...


ทดลองเป่าดู... อื้อหือ... ยากพอสมควรเลยล่ะ...
(รูปนี้พ่อถ่ายตอนมานั่งอ่านหนังสือเล่นที่ห้องเลยเอามาใช้ซะเลย)...


ส่วนที่เป็นโลหะเงาแวบๆนี่เอานิ้วจับแปปเดียวก็เป็นรอยเสียแล้ว...

สรุปว่าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเอาไปเป่าประสานเสียงเพลง Silent Night...
เสียงยังเพี้ยนออกแป๊ดๆบ่อยๆอยู่เลย... คงต้องฝึกอีกมาก...
แต่เดธไลน์ก็ยังเป็นวันที่ 23 นี้อยู่ดีเช่นเคย...
และวันคริสต์มาสก็เล่นด้วยนี่นะ...
อยากเล่นให้เก่งไวๆจัง...

อ่านโน๊ตยังไม่คล่องเลย...
แต่ไปหาโน๊ตเพลง Canon in D มาเป่าเสียแล้ว...
เป่าได้ช่วงแรกยี่สิบห้องหมดแรง...

 

วันก่อนได้มีโอกาสทำ...
ข้าวโพดนมบลูเบอร์รี่...
(เรียกแบบนี้เพราะส่วนผสมมันไม่เข้ากันเลยสักอย่าง)...

เนื่องด้วยความอยากทำอะไรแปลกๆกิน+ในตู้เย็นไม่มีของกินสำเร็จรูป...
เลยเอาของในตู้เย็นออกมายำซะเลย...

หน้าตาเลยออกมาเป็นแบบนี้...

พอต้มเสร็จเทใส่กาละมัง...
ส่วนผสมมันไม่เข้ากันเลยซักอย่างเลยต้องใส่บลูเบอรี่เยอะหน่อย...
เพราะดันใส่ข้าวโพดไปสองฝัก... รสบลูเบอร์รี่มันเลยไม่ออก...

แต่รสชาดน่าจะใช้ได้...
เพราะลองให้เจ้ามิ้วกินดูแล้ว...


ผ่านแฮะ...

เฮ้อ... ใกล้ปีใหม่แล้ว...

ใครอธิษฐานสิ่งใดขอให้พระเจ้าประธานให้สมปรารถนานะคับ...

ส่วนผมเองก็มีสิ่งที่ไฝ่ฝันสำหรับปี้นี้เหมือนกัน...

คือขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆคับ...
(คำขอเบื้องหน้า... กับคำขอเบื้องลึกในใจมันคนละอันกันเลยนี่หน่า)...

เอาเป็นว่า Merry Christmas & Happy New Year คับ...

ราตรีสวัสดิ์...

Credit เวบสอนเป่าคลาริเน็ตเบื้องต้นของยามาฮ่า...


http://www.yamaha.co.jp/edu/english/soho/cl/index.html

2007/12/17

2007.12.16-ประเพณีน่ารู้ในเทศกาลคริสต์มาส... + คริสต์มาสเป็นเวลาแห่งความรัก...(Again)...

 

ใกล้ถึงวันคริสต์มาสเข้าไปทุกที...
ช่วงนี้ใครๆหลายๆคนคงมีความสุขกับการหาซื้อของขวัญ...
หรือมอบอะไรพิเศษให้กับคนที่ปรารถนาดี...

วันนี้ได้อ่านสูจิบัตร(แผ่นพับ)ในโบสถ์มีอะไรดีๆมาฝากกัน...
เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวันคริสต์มาสที่ใครบางคนอาจจะยังไม่รู้...
(ว่าจะลอกมาเลย... แต่เอาเป็นว่ามาเขียนให้มันอ่านง่ายขึ้นกระชับขึ้นดีกว่าแฮะ...)

1. การให้ของขวัญ...
     เป็นประเพณีที่เก่าแก่ที่สุดเคียงคู่กับวันคริสต์มาส...
เชื่อว่าเป็นการเอาแบบอย่างที่โหราจารย์ในไบเบิลได้กระทำ...
คือการนำของขวัญที่ตนคิดว่าดีที่สุดไปมอบให้กับทารกน้อย พระเยซู...
จนเป็นที่แพร่หลายในยุคของกษัตริย์เฮนรี่ ที่ 7 แห่งอังกฤษ...
ที่ประชาชนต่างแสดงความจงรักภัคดีด้วยการถวายของขวัญให้พระองค์...
ต่อมาจึงกลายมาเป็นการมอบของขวัญให้กันและกัน...

2. การส่งบัตรอวยพร...
     เนื่องจากการส่งของขวัญนั้น บางทีอาจมีราคาแพงและใช้เงินมาก...
สำหรับบางคน... ในปี ค.ศ.1843 จิตรกรชาวอังกฤษ John Colcott Horsley...
ได้ออกแบบการ์ดวันคริสต์มาสให้เพื่อนโดย พิมพ์ข้อความไว้ว่า...

"Merry Christmas and a Happy New Year to you"...

จากนั้นการส่งบัตรอวยพรก็เป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลก...
(ชอบอันนี้ ครีเอทดีแถมยังประหยัดด้วยนะ)...

3. การตกแต่งต้นคริสต์มาส...
     จริงๆประเพณีนี้เป็นของคนโบราณก่อนยุคคริสเตียนเสียอีก...
คือคนเมืองหนาวสมัยก่อนใช้แสงไฟและความเขียวของต้นคริสต์มาสแทนความอบอุ่น...
เมื่อพวกเขามาเป็นคริสเตียนจึงใส่ความหมายใหม่ลงในสิ่งที่เคยทำมา...
เช่นการนำต้นสนมาตกแต่งเป็นต้นคริสต์มาส เกิดขึ้นในเยอรมัน...
นอกจากนี้ยังมีการ ร้องเพลงอวยพรซึ่งกันและกัน...
การตกแต่งฉากจำลองการประสูติของพระเยซู...
และการประดับบ้านด้วยดอกคริสต์มาส...

เรื่องแบบข้างบนนี้เราคงไม่ค่อยจะได้ยินหรือได้รู้กันได้โดยทั่วไปแน่ๆเลย...
นอกจากในโบสถ์หรือจากหนังสือที่เกี่ยวกับวันคริสต์มาสโดยเฉพาะเท่านั้น...

^_^

วันนี้ตอนบ่ายซ้อมเล่นดนตรีสำหรับอาทิตย์หน้า...
มีเพลงคริสตมาสหลายเพลงเลย...
ชอบๆ เพราะปีนึงแทบจะได้ร้องแค่หนเดียวหรือไม่ได้ร้องเลย...
อาทิตย์หน้าว่าจะซักหมวกซานต้าใส่ไปเล่นด้วย...
อีกสาเหตุหนึ่งเพราะว่า...
อาทิตย์หน้าต้องช่วยเล่นคลาริเน็ต(ปี่เล็กๆ)...
ให้กับเด็กๆที่มาร้องเพลงในโบสถ์...
ถึงจะเป็นท่อนประสานเล็กๆ...
แต่เราก็อยากเล่น...
เพราะได้มีโอกาสได้นำสิ่งที่เราตั้งใจมาเป็นประโยชน์สำหรับวันคริสตมาส...

ใกล้จะครบปีแล้ว...
ช่วงนี้คนที่เข้ามาทาง Google ส่วนใหญ่มาเพื่อค้นหาเพลงๆนึง...
ซึ่งเคยอยู่ในสเปชนี้เมื่อปีที่แล้ว...
(ดีใจมากที่ได้รู้ว่ามีคนเข้ามาเพื่อหาเพลงแห่งความสุข
ที่เนื้อหาแสนจะน่ารักเพลงนี้)...

วันนี้จะเอาขึ้นมาใหม่...
(เพราะวันนี้ก็ได้ซ้อมเล่นเบสเพลงนี้เหมือนกัน)...
ชอบเพลงนี้เพราะมีความหมายที่อบอุ่นและมีความสุขดี...
(อยากร้องให้ทุกๆคนได้ฟังและได้รับความสุขเช่นเดียวกับเราจัง)...

"คริสต์มาสเป็นเวลา คริสต์มาสเป็นเวลา
คริสต์มาสเป็นเวลาแห่งความรัก...
คริสตมาสเป็นเวลา คริสตมาสเป็นเวลา
คริสตมาสเป็นเวลา แห่งความรัก...

บ่อยครั้งที่เรามัวกลุ้มใจ ทิ้งให้ชีวิตหม่นหมอง
เฝ้ามองมีใครบ้างไหม ที่คอยเข้าใจ
ข่าวดีวันนี้พระเจ้าให้ สายใยใจเราผูกพัน
พระเยซูบังเกิดในรางหญ้า"
(กลับไปร้องท่อนแรกใหม่นะ)...

ส่วนทำนองขอติดไว้ก่อนน๊า...
ถ้าร้องกันไม่ได้...
ไว้จะลองหามาให้ฟังละกัน...

เราเชื่อว่า... ถึงแม้คนไม่เป็นคริสเตียน...
ร้องเพลงนี้... หรือร้องเพลงคริสมาสเพลงอื่นๆก็ทำให้รู้สึกมีความสุขได้...
เพลงเหล่านี้เป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาจากความรู้สึกแห่งความสุข...
หรือแต่งขึ้นเพื่อร้องแล้วมีความสุขทั้งคนร้องและคนฟัง...
ท่วงทำนองแห่งความสุขนั้น...
ช่างเหมือนกับเวทย์มนต์แห่งความสุขจริงๆ...

ขออวยพรให้กับทุกๆคนที่ผ่านมาที่นี่...
ได้รับสันติสุขและความรักจากวันคริสต์มาสด้วยนะคับ...
แล้วอย่าลืมแบ่งปันความสุขให้กับคนรอบข้างคุณด้วยนะ... ^_^

ราตรีสวัสดิ์...

ปล. วันนี้ตั้งใจว่าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องอัพให้ได้...
แม้เพิ่งกลับมาจากการจัดร้าน... (ตี1)
ก็ต้องอัพความรู้เล็กๆและเพลงนี้ให้ได้...
เลยอาจจะไม่มีรูปประกอบสำหรับวันนี้นะคับ...

2007/12/12

2007.12.10-แช่น้ำร้อนที่บ่อคลึง - ราชบุรี...

 

 

วันหยุดทั้งที...
บ้านเราใช่ว่าจะได้มีโอกาสหยุดเหมือนชาวบ้านเขา...
ยิ่งเป็นวันหยุดปกติงานยิ่งหนัก...
แต่เมื่อโอกาสมาแล้วก็ควรคว้าไว้...

เมื่อวันที่ 10 เป็นวันหยุดก็เลยถือโอกาสไปเที่ยวกันทั้งบ้าน...
ที่บ่อน้ำแร่ บ่อคลึง...
สาเหตุที่ต้องมาที่นี่กันเกือบทุกปีเลยก็เพราะว่า...

ธารน้ำร้อนบ่อคลึง เดินทางจากตัวอำเภอสวนผึ้งไปประมาณ 5 กิโลเมตร...
จะพบแยกเข้าสู่ธารน้ำร้อนบ่อคลึงตรงไปอีก 10 กิโลเมตร...
ซึ่งระยะทางจากกรุงเทพไปยังตัวเมืองราชบุรีนั้นใช้เวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้นเอง...
ถ้าใช้ GPS (ระบบแผนทีชี้ตำแหน่งผ่านดาวเทียม)ช่วยเดินทางอาจจะเร็ว...
แต่บ้านเราไม่มีเลยหลงทางกันทุกปี...
ขึ้นอยู่กับว่าหลงมากหลงน้อย...
แต่ปีนี้มีการหลงแล้วชี้ทางให้คนที่ไปถูกทางตามมาทั้งๆที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังหลงอยู่...

ต่อจากนี้เรามาร่วมแช่น้ำแร่พร้อมกันให้สบายตัวกันเลยดีกว่า...


เริ่มแรกเราก็ต้องเติมพลังเมื่อไปถึงอำเภอสวนผึ้งกันซักหน่อย...
เนื่องจากช่วงเช้าไปส่งของที่ห้างก่อนแล้วค่อยออกมา...
เลยทำให้ร่างกายต้องการอาหารเยอะๆ...
แต่แถวนี้ทำอาหารรสเผ็ดมากๆเลย...
แต่ละอย่างบอกไม่ใส่พริกก็ยังเผ็ด...
งานนี้ค่าน้ำอัดลมพอๆกับค่าอาหารเลยล่ะ...


อิ่มแล้วก็ตัวกลม...
กลมเพราะบวมน้ำและบวมอาหาร...


เมื่อมาถึงต้องเสียค่าผ่านทางคนละ 5 บาท...
เดินทางมาซัก 40 เมตรจะเจอบ่อนี้...
สามารถลงแช่ได้ฟรีเลย...
แต่ไม่เคยแช่เลยซักที...
เพราะบ่อนี้น้ำจะไม่ร้อนมาก...
ไม่สะใจเอาซะเลย...
น้ำอุ่นๆเปิดน้ำอุ่นอาบให้ที่บ้านว่าเปลืองไฟเหมือนเดิมดีกว่า...


มันต้องบ่อนี้!!!...
สุดยอดความท้าทาย...

ค่าลงสระคนละ 50 บาท...

วันนี้วันหยุดคนเลยหนาตากว่าปกติมาก...

มาทุกทีไม่เคยแช่ได้นานเกิน 20 นาทีต่อครั้งเลย...
ปีนี้ไม่ฟิต... ยิ่งลงได้แค่ 10 นาทีก็ดับ... ต้องคลานมาดับร้อน...
ของเค้าร้อนดีจริงๆ... คาดว่าเกิน 42 องศาขึ้นไป...
ถ้าไม่นับไอ้ก๊อกน้ำพุ่งที่คาดว่า 50 องศาเซลเซียสขึ้นแน่ๆ...
ท้าให้ลองเอาหลังหนาๆไปโดนฉีดดู...
แล้วจะมันส์... จนร้องโอ๊ย!!!

หลังจากแช่เล่นดำผุดดำโผล่ได้...
จะรู้สึกเบาสบาย...
ผิวหนังรูขุมขนเปิด...
จังหวะนี้เหมาะแก่การขัดผิวด้วยใยบวบ...
หรือล้างหน้ากันไปเลย...
จะเห็นเศษผิวลอกมาเป็นแถบๆ...


อ่อลืมคำเตือนก่อนลงสระ...
บางคนมือใหม่มา...
ลงไปไม่ถึง 5 นาทีจะล้มพับก็มี...
โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคความดันสูงหรือโรคอ้วน...
ควรอาบน้ำฝักบัวก่อนลงและแช่ทีละน้อยๆ...
อ้วนแล้วซ่าโดดตูมมีหวังดับแต่เริ่ม...

*ต่อไปนี้เป็นภาพที่เน้นไปเป็นภาพครอบครัว...
ซึ่งมีเสื้อผ้าน้อยชิ้น... แต่ได้ทำการปรับให้เหมาะสม...
เพื่อป้องกัน โดนบลอกเรท "ฉ" หากรับไม่ได้รีบผ่านภาพเหล่านี้โดยไว...


น้ำไม่ลึก... แช่สบายทุกวัย...
ตรงเสานี่แหละยุทธภูมิแห่งการพิงสบาย...


อิจฉาคนมีเมีย... มาเที่ยวแล้วมีความสุข...
เฮ้ย... พ่อตูนี่หว่า...


มาปีละครั้งเองต้องเก็บเกี่ยวความสุขให้เต็มที่...


คนนี้อายหุ่น... เลยต้องใส่ชุดตลอดแม้ลงน้ำ...
เอ่อ... น้องตูเองนี่หว่า...


อาบฝักบัวก่อนลงสระช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้สมดุลย์...
(ไม่ค่อยจะเกี่ยวกับภาพเลยซักนิด)...


นี่แหละคือสิ่งสำคัญในการลงน้ำร้อน...

น้ำแข็งยูนิตนี่เอง...
การอมน้ำแข็งลงไปช่วยให้รู้สึกไม่ร้อนมาก...
และน้ำแข็งยังค่อยๆละลายในปากระหว่างเสียเหงื่อในน้ำร้อน...
เพราะแช่น้ำร้อนนี้ร่างกายได้ขับเหงื่อออกไปมากมาย...
ปีนี้เอาน้ำแข็งมากระติกใหญ่เผื่อคนอื่นๆที่มาเที่ยวกันด้วย...
นั่งข้างสระจิบน้ำเย็นๆ... ช่วยให้สดชื่นได้สบายๆ...


รูปนี้ไม่รู้ทีแรกว่าจะทำอะไร...


!!? อะไรล่ะนั่น!!!


ตูว่าแล้ว... กล้องๆๆ... ตูมม!!! กล้องที่อยู่เหนือระดับน้ำเพียงครึ่งเซนติเมตร...
เดชะบุญหมุนตัวหลบน้ำที่สาดมาทัน...
แต่ดันลดแขนลงเสียแล้ว...
ผ้าขนหนูช่วยซับน้ำจากกล้องหลังโดนน้ำได้เป็นอย่างดี...


เริ่มทยอยขึ้นจากน้ำอาบน้ำแต่งตัว...


อาบน้ำเช็ดตัวทาโลชั่น...
ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นหลังเสียความชื้นให้กับเหงื่อไป...
ทาแล้วสบายผิว...
นั่งรถกลับบ้านตัวไม่แห้งมากด้วย...


มุมพักผ่อน... นั่งชิลล์ๆ สั่งอาหารมาทานได้ด้วย...


ตัวแห้งเย็นสบายแล้ว...
ออกมาเดินเล่นได้...


ชมบรรยากาศเขียวๆรอบๆ...


จะไปทางซ้าย... หรือจะไปทางขวา...


ทางเดินไปต้นน้ำ...
150 เมตร แต่เหมือนไกลจริงๆ...
บรรยากาศน่าหาใครมาเดินสองต่อสอง...

เอ่อสองต่อสองจริงๆฝ่ะ...

พ่อแม่ - ตูเองและน้องสาว...


มีประวัติด้วย...
อ่านประกอบความรู้...


เห็นตะไคร่เขียวๆนี่อย่าคิดว่าเป็นน้ำเย็นเชียว...


ลองเปิดชัตเตอร์นานๆจะเห็นควันลอยไปมา...
บ่งบอกว่าร้อนจริง...


คนนี้ก็บอกว่าร้อน...
ต้นน้ำมันจะร้อนกว่าตรงธารน้ำตกหน่อยๆ...
แต่ก็นั่งชมบรรยากาศได้เพราะอากาศจะเย็นๆ...
อุ่นๆตรงเท้า...


อันนี้ควันเหมือนกัน...
แต่เป็นควันหน้าบึง...
มีร้านขายอาหารของเจ้าของบ่อมาขายเอง...
แก้หิวแก้เหนื่อย...

หลังจากแช่มาเกือบชั่วโมง แช่ ขึ้น นอน แช่ ขึ้น โดด แช่ ว่าย...
เหมือนกับได้ออกกำลังกายเยอะๆเลยล่ะ...
ร่างกายสดชื่น... คุ้มกับที่ได้มาพักผ่อน...
แม้จะเป็นเวลาเพียงสั้นๆ...
แต่ก็คุ้มค่า...

ขากลับสำรวจทาง... แถวนี้มีคนเริ่มมาทำรีสอร์ทให้เช่าแล้ว...

คืนละ 300 - 1500up...
แล้วแต่ที่แต่ละสไตล์เลย...
บรรยากาศไม่ถึงกับดีระดับ A+ แต่ก็น่าจะดีถ้าต้องมาพักผ่อนในวันที่ ที่อื่นมีคนเข้าพักอย่างหนาแน่น...

ปล.  ในที่สุดก็ได้อัพ Entry อีกก่อนช่วงคริสต์มาส...

แต่มันดันเป็น Blog ของเมื่อวานที่ดองไว้...

ของวันนี้ต้องมาอัพต่ออีกทีครั้งหน้าเสียแล้ว...

หมดแรง... ง่วง...

ราตรีสวัสดิ์...

 

Edit เพิ่มเติมจ้า...

มาแถมเวบ http://www.boeklueng.com/ เวบของบ่อคลึงเลยจ้า...
ข้างในมีแผนที่มีเบอร์โทรเจ้าของบ่อและก็มีรายละเอียดที่เที่ยวอื่นๆด้วยจ้า...

2007/12/8

2007.12.08-ใกล้จะปีใหม่แล้ว...

 
 
ช่วงนี้รู้สึกว่ายิ่งเป็นวันหยุดงานยิ่งเยอะ...
ก่อนหน้านั้นอยากอัพสเปช...
นึกไว้หลายเรื่อง...
แต่สุดท้าย...
เวลามาอัพจริง... ดันลืมเรื่องราวต่างๆที่นึกไว้ซะนี่...
 
ทุกวันนี้ก็พยุงงานทุกอย่างให้ไปด้วยดี...
หวังว่าหลังปีใหม่...
คงจะได้สบายขึ้นนะ...
 
 
ปลายปีแล้ว...
อยากออกไปถ่ายรูปไฟตามถนน...
แต่ตอนนี้ก็ยังจะสร้างต้นคริสต์มาสกันยังไม่เสร็จ...
ไอ้ครั้นเสร็จแล้ว... เราจะมีเวลาหรือเปล่านี่สิ...
ไม่แน่ใจแฮะ -_-"
นึกถึงบรรยากาศร้อนๆแบบกรุงเทพ...
ช่วงวันคริสต์มาสแล้ว...
การใส่ชุดเหมือนกับว่าอยู่เมืองหนาว...
แล้วออกไปถ่ายรูปเอาบรรยากาศละก็...
เป็นความคิดที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียว...
ฉันเคยเสร่อออกไปถ่ายรูปแถวแยกราชประสงค์...
ด้วยเสื้อกันหนาวแบบมี Hood...
ในบรรยากาศค่ำคืนที่ร้อนตับแตก...
ผู้คนมาดุจดังมหาชนเพื่อถ่ายรูปให้ตัวเอง...
คนรัก... ครอบครัว... กิ๊ก... คู่เกย์... จะอะไรก็แล้วแต่...
ต่างเบียดเสียดแย่งหามุมกัน...
บรรยากาศมันร้อนสุดๆเลยล่ะให้ตายสิ...
ตั้งแต่นั้นมาผมตั้งข้อควรปฏิบัติเพิ่มมาอีกข้อนึงว่า...
"ไม่ควรใส่เสื้อหนาๆไปถ่ายรูปกับบรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสเด็ดขาด..."
มันร้อนจริงๆนะ...
 
 
สุดท้าย... ไม่รู้ว่าปลายปีนี้จะมีโอกาสกลับมาอัพสเปชก่อนต้นปีหรือเปล่า...
เอาเป็นว่า...
 
"ขออวยพร ทุกๆท่านให้มีความสุขีปรีเปรม...
ได้รับความสุขกันถ้วนหน้า...
ได้โบนัสกันเยอะๆ... โอทีก็ขออย่าให้มีค้างจ่ายข้ามปี...
มีเงินให้ใช้กันอย่างสนุกสนาน...
มีความสุขข้างๆคนที่คุณรัก...
สุขสันต์วันคริสต์มาส...
และสุขสันต์วันปีใหม่..."
 
คริสต์มาสเป็นเวลาๆ...
คริสต์มาสเป็นเวลาแห่งความรัก...
 
 
2007/11/29

2007.11.29-กลับมาแล้วจ้า...

 2007.11.29-กลับมาแล้วจ้า...
  
 
 
 
 
 
ราตรีสวัสดิ์...
 
 
 
2007/10/3

2007.10.02-Potion - Final Fantasy VII เครื่องดื่มสุดยอด!!!

วันนี้กลับมาพร้อมกับเครื่องดื่มที่ราคาและแพคเกจค่าตัวมหาโหด...
แต่ก็อยากได้มากมาย...
 
นั่นก็คือ...
 
Final Fantasy VII - Potion นั่นเอง...
ซึ่งอันนี้จะเป็นเครื่องดื่มแบบเดียวกับที่มีในเกมภาค Crisis Core นั่นเอง...
รุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่ฉลองไฟนอลแฟนตาซีภาค 7 มีอายุถึง 10 ปี...
ทำออกมาเพียง 77777 ชุดเท่านั้น...
งานนี้สั่งมาจากคนที่หิ้วมาทางเน็ต...
แต่เห็นว่าค่าตัวนั้นไม่แพงไม่มากกว่าอัตราแลกเปลี่ยนเงินที่พอๆกับร้านหนังสือญี่ปุ่นในไทยเท่าไหร่...
ก็เลยขอเก็บไว้ซักชุด...
(เทียบกับเหล้าบลูเลเบิลยังโหดกว่า -_-" แต่อันนี้ดื่มแล้วไม่เมา)...
 
เริ่มด้วยกล่องที่อลังการงานสร้างมากๆ...
ขนาดนี่เท่ากับกล่องใส่โน๊ตบุคเลย...
เทียบกับ PSP แล้วเล็กทันตาเห็น...
ข้างในแพคเกจประกอบด้วยกล่องโพชั่นและกล่องหนังสือที่แถมมาด้วย...
แพคเกจเว่อมากๆๆ...
 
แกะกล่องใส่น้ำโพชั่นออกก็จะเจอหนังสือเงาแบบปกโลหะขัด...
 
เริ่มจากขวดโพชั่นก่อนละกัน...
ขวดขนาดพอดีมือ... มีหัวท้ายเป็นพลาสติกเหมือนโลหะ...
อย่างแนว... นี่มันเครื่องดื่มสำหรับคนหรือฟะเนี่ย... -_-"
 
ส่วนฝาด้านบนชอบมากๆ...
มีโลโก้บริษัทชินระในเนื้อเรื่องเกมด้วย...
 
ตัวขวดในรูปตามเน็ตที่โฆษณาจะเหมือนเป็นใสๆสีฟ้า...
แต่จริงๆแล้วฟ้าอ่อนมากๆ...
 
 
ขนาดเมื่อเทียบกับมือ...
 
ลองเปิดขวดออกจะเจอฝาเหมือนฝาเกลียวใส่โค๊กเป๊ปซี่บัดดี้นั่นเอง...
 
น้ำข้างในใสสนิท... ไม่มีสี...
แต่มีรส...
เอาฝาครอบนอกมาใส่หัวคิงคองซะเลย...
 
รูปแบบโดยรวมของขวดจัดว่าสวยมาก...
เสียตรงที่มันวางตั้งไม่ได้เท่านั้นเอง...
ต้องเอาฝาครอบก้นขวดออกก่อน...
 
ฝาครอบหัวขวดก้นขวดที่ถูกถอดออกมา...
 
หลังจากที่ลูบคลำจนพอใจ...

ก็ได้เวลาเอาเข้าตู้เย็นเพื่อแช่เย็นก่อน...

แช่เย็นแล้วดื่ม...
ได้รสเปรี้ยวอมขมเหมือนกระทิงแดงเจือน้ำ...
เหมือนโทนิคเจือน้ำเยอะๆ...
เหมือนบาร์คาดี้เจือน้ำหนึ่งต่อหนึ่ง...

จริงๆแล้วมันก็คือน้ำเปล่าที่มีรสเหมือนที่เราเห็นในบ้านเรามีน้ำเปล่ารสส้มรสสตอรเบ
อรี่...
(แบบนี้ผมชอบแบบของสิงคโปร์มากกว่าที่มีการอัดลมลงไปด้วย... แช่เย็นจัดๆโคดแซ่บโดยเฉพาะรสแอ๊ปเปิ้ล...)

นี่หรือรสชาติที่เซฟิรอธชื่นชอบ... -_-"
(โฆษณาบอกว่าเป็นรสแบบที่เซฟิรอธชื่นชอบ...
เซฟิรอธก็คือตัวร้ายในเกมซึ่งในภาคนี้ยังไม่ได้เป็นคนร้ายจริงๆแต่เป็นคนที่มีฝีมืออันดับหนึ่งของบริษัทชินระเลย)

แต่ซื้อมาแล้วก็ดื่มกันทั้งบ้านน่ะแหละคับ...

แต่ดื่มได้คนละอึกเพราะปริมาณน้ำนั้นเยอะพอๆกับเอ็มร้อย 1 ขวดนั่นเอง... -_-"

โดยรวมใครอยากเปิดดื่มก็ลองดูได้คับหากมีไว้ในครอบครอง...

ถ้าไม่คิดปล่อยขายต่อ...

เพราะเก็บไว้มันก็บูด...
ไม่เหมือนเหล้าที่เก็บไว้นานรสชาติมันหมักบ่มตัวเองได้...

แต่ถ้าอยากเก็บไว้ก็ถือว่าโอเคเหมือนกัน...
เพราะสิ่งที่ได้จากมันเอาบาร์คาดี้มาละลายน้ำก็คล้ายๆกันนั่นเอง...
ไปผสมดื่มเองอาจจะได้เยอะกว่า...

ขวดตอนนี้ตั้งไว้ข้างนอกต้องเอาตูดแหลมมันออกเพราะว่าจะทำให้ตั้งไม่ได้ -_-"

ถ้าเอาพลาสติกสามชิ้น และซีลยางหนึี่งชิ้นออกจะได้ขวดน้ำหอมเกลียวฝาโค๊กบัดดี้ 1 ขวด...

สำหรัยงานนี้ถือว่าได้ขวดสวยๆมาสะสมเพิ่ม 1 ใบ...

และหนังสือสุดยอดอีก 1 เล่มคับ...
 
ได้เวลาเปิดหนังสือสุดยอดแล้ว!!!
 
ใจจริงอยากได้หนังสือมากกว่าน้ำ...
 
นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้อยากได้...
 
เป็นหนังสือ Ultimania ก็คือหนังสือสุดยอดสำหรับแฟนๆเกมนั่นเอง...
 
ที่รวมข้อมูลเรื่องราวต่างๆไว้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่มีในปัจจุบัน...
 
แต่มันจะไม่สมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีเล่มใหม่อัพเดทกว่าออกมาเท่านั้นเอง...
 
ในเล่มจะมีภาพกราฟฟิคที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนมากมาย...
ทั้งภาพวาดและภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิค...
(ไอ้ที่เห็นนิ้วสั้นๆที่ใช้จับหนังสือเพราะมือมันเอื้อมไม่ถึงนะคับ)...
ขออภัย...
 
ภาพการออกแบบตัวละครในเกมภาคต่างๆ...
 
ภาพสเก็ตซ์ดีไซน์ที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน...
 
 
ผังความสัมพันธ์ของตัวละครในแต่ละภาค ครบทุกภาคเลย...
 
รูปภาพที่ไม่มีแจกเป็น CG บนอินเตอร์เน็ต...
 
รูปที่มีเพื่อการโฆษณาหรือเป็นภาพที่ออกมาใช้โปรโมทในช่วงเวลาที่ผ่านมานั่นเอง...
 
แถมท้ายภาพสาวน่ารักๆ...
 
สำหรับครั้งนี้รู้สึกคุ้มกับหนังสือมากๆ...
เพียงแต่ยังไม่ได้เอาไปหาที่ห่อปกเท่านั้นเอง...
 
งานนี้ป๊าม๊าไม่ได้ว่าอะไร...
 
บางอย่างซื้อมาฟุ่มเฟือยเกินก็จะโดนว่าเหมือนกัน... -_-"
 
ราตรีสวัสดิ์คับ...
(มาไวไปไว)...
2007/8/22

2007.08.22-Face Training DS มาปั้นหน้าเป็นกัน... + Mike's Burger

 กลับมาอีกครั้งกับอาทิตย์นี้... -_-" เหนื่อยไปกับเล่นเกม Final Fantasy: Crystal Chronicles DS มากมาย...
เล่นจบแล้วค่อยหายคาใจหน่อย...
 
ติดใจกับภาพการออกแบบฉากและตัวละครเกมนี้มากๆ...
 
หลังจากวันนี้ก็ไปออกบูธละ... รีบอัพก่อนที่จะดองอีกยาว...
 
วันก่อนไปเลือกรับร่างรัฐธรรมนูญ... รับไม่รับอันนี้อยู่กับทุกคน...
ว่าแต่หาชื่อนี่ต้องทำหน้าขนาดนั้นลยหรือป๊า...
 
เนื่องจากเมื่อวันจันทร์มีโอกาสออกไปทำธุระข้างนอก...
ผ่านแถวสีลม... ก็เลยแวะไปทาน Mike's Burger ซะหน่อย...
 
มุมอยู่บนรถไฟฟ้า... ร้านนี้เปิด 24 ชั่วโมงเชียว...
มีเขียนด้วยว่าอร่อยมาก...
ร้านผมเองยังไม่เคยคิดเลยว่าจะเปิด 24 ชั่วโมง...
เพราะมันทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าจะทานเมื่อไหร่ก็ได้...
ความกระตือรือล้นมันจะลดลงอย่างแรง...
 
เดินลงมาที่ใต้สะพานลอย...
ร้านใหญ่มากๆเลย 3 คูหา... ค่าเช่าคงแพงตามตัว...
ขนาดเมื่อก่อนโรตีบอยเช่า 1 คูหาเท่านั้นเอง... ตอนนี้เจ๊งไปแล้ว...
ร้านส่วนใหญ่แถวนี้ถ้าไม่ใช่บ้านส่วนตัวร้านจะหมุนเวียนบ่อยมาก...
เนื่องจากทำเลเหมือนจะดี... แต่จริงๆแล้วมันดีเป็นบางช่วงเวลาเท่านั้นเอง...
แต่ช่วงดีๆนี่ก็ดึงไฟหลายคนอยากมาเปิดร้านแถวนี้กันทั้งนั้นเลยนะ...
 
เข้ามาในร้านบรรยากาศแต่งสไตล์วัยรุ่น ฝั่งตะวันออกน่ะนะ...
เปิดเพลงช่วงราวๆ '70 เลยฟังแล้วเหมือนอยู่ในบรรยากาศผับนิดๆ...
(ภาพนี้กลับซ้ายไปขวานะ)...
มาวันนี้ไม่รู้ว่าปกติที่ร้านลูกค้าเข้าเยอะตอนไหน...
เพราะร้านมีชั้นสองไว้ให้ลูกค้าและเก้าอี้นอกร้านด้วย...
แต่ที่มาตอนนี้... ไม่มีลูกค้าซักรายเลย -_-"
บรรยากาศดูโหวงเหวงมากๆ...
 
ที่น่าตกใจที่สุดคือ... ร้านนี้กล้ารับประกันว่าลูกค้าอาจต้องรอทานถึงสองชั่วโมงเลยที่เดียว...
แน่มากๆ...
ขนาดร้านเราให้ลูกค้ายืนรอครึ่งชั่วโมงเราก็รู้สึกว่าเค้าจะทนไม่ไหวแล้ว...
แต่ก็รอ...
แต่ไอ้รอเกินครึ่งชั่วโมงเพื่อหาของทานล่ะก็... เลือกทานบะหมี่แถวนั้นอาจจะได้ทานเร็วกว่า...
แต่สำหรับวันนี้... ไม่มีลูกค้าถ้าให้รอเกิน 10 นาทีล่ะก็...
ไม่ไหวนะเฟ้ย!!!
 
 
เบอร์เกอร์ที่สั่งมาแล้ว...
จะสังเกตว่าเบอร์เกอร์ร้านพวกนี้จะทำใหญ๋เกินปากคนทาน... -_-"
แต่ด้วยสนนราคาที่จัดว่าสูงพอตัว... หากให้น้อยก็คงจะแพ้ราบคาบ...
มีแปลกหน่อยก็คือ Onion Ring ใซส์กว้างเด่นเท่านั้น...
อย่างอื่นค่อนข้างธรรมดาเมื่อเทียบกับร้านเบอร์เกอร์ทั่วไป...
 
เอ่อ... ร้านนี้มีแมงวันบ้าง... พอให้รำคาญใจนิดหน่อย...
 
 
เก้าอี้นอกร้านถูกพับขึ้น... เพราะไม่ได้ใช้งาน? ไม่ว่าอย่างไร...
ร้านอาหารก็ควรจัดร้านให้เรียบร้อยนะ...
ไม่ควรโชว์แบบนี้...
ข้างนอกนั่นเป็นร้านซีฟู๊ดตามสั่ง... ราคาสูงนิดแต่ถ้ามากันหลายคนจะคุ้มเพราะว่าสนุกกับการกิน...
แนะนำสามคนขึ้นไปมาเป็นคู่ไปทานซอยฝั่งตรงข้ามดีกว่า...
 
หลังจากที่ทานแล้วพบว่า...
(ที่มาที่นี่ไม่ได้มาด้วยความหวังและกินด้วยใจกลางๆนะคับ
เกริ่นไว้เผื่อ ดูเหมือนจะมีอคติ แต่เวลาผมไปทานที่ไหนก็ตามจะให้ความรู้สึกดี +ไว้ก่อนเสมอ)...
- รสชาติของขนมปัง... ดีกว่าขนมปังฟาร์มเฮ้าส์สำหรับทำเบอร์เกอร์หน่อยเพราะทอดบนและล่างของขนมปัง...
แต่ด้านบนที่เป็นงาใช้เวลาทอดน้อยไปนิดงาเลยยังไม่แตกมัน...
ถ้าแตกมันเวลากัดด้านบนจะหอมมาก...
- เนื้อ... ดีแล้วคับ... ทอดให้น้ำชุ่มแบบนี้แหละโอเค... เนื้อไม่ดิบและไม่สุกเกินไป...
แต่เนื้อเหนียวและแห้งอาจจะเพราะกระบวนการเก็บรักษาเนื้อดิบ... ทำให้เมื่อนำมาปรุงแล้วเนื้อคายน้ำเร็ว...
ทำให้ภายนอกก่อนช่วงกลางแห้งไปนิด...
- เฟรนซ์ไฟรด์... ดีคับ... ตัวนี้เป็นอะไรที่เราสามารถทำกันได้และไม่ว่าจะที่ไหนรสชาติก็ต่างกันไม่มาก...
เพราะมันคือมัน และแป้งคลุกทอดและโรยเกลือเท่านั้นเอง...
ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับไฟและเวลาในการทอดให้พอดี...
ที่นี่ทอดมันได้พอดีเวลา...
นับว่าโอเคเลยคับ...
- onion ring... ปกติผมไม่เคยได้ทานเท่าไหร่... อันนี้หอมสุกใช้ได้แป้งนอกกรอบไปนิด...
อารมณ์กินกล้วยแขกทอดใหม่ๆแป้งจะกรอบหนาจนกินแล้วบาดปาก...
- น้ำโค๊ก... โค๊กธรรมดาแหละคับ...
 
ต่อไปเป็นข้อที่ผมค่อนข้างสะดุดใจเล็กๆสำหรับร้านระดับนี้คับ...
- รูปลักษณ์ของร้านภายนอกและภายในตกแต่งนับว่าโอเคเลย...
แต่ในสภาวะลูกค้าน้อยๆแบบนี้การบริการเป็นสิ่งสำคัญคับ...
เราควรบริการลูกค้าให้ถึงที่สุดเลย... เพราะพนักงานจ้างมาแล้วถ้าไม่ได้ให้ทำอะไร... เขาก็จะหมดไฟการทำงาน...
อย่างน้อยๆให้พนักงานไปเชียร์หน้าร้านก็ยังดีคับ... ซักสองคน...
-เมื่อเข้ามาแล้วสิ่งที่มัดใจลูกค้าให้ไม่ลุกก็คือ... น้ำคับ... น้ำเปล่าเย็นๆซักแก้วต่อคน... จะช่วยให้ลูกค้าปฏิเสธไม่ลงเลยทีเดียว...
เพราะตอนผมนั่งทานมีลูกค้าต่างชาติเข้ามานั่งกลุ่มนึง... นั่งซักพักก็ลุกออกหมดร้าน...
- สถานการณ์ร้านแบบนี้ ผู้จัดการร้านเป็นหัวหอกสำคัญในการบริหารเลยคับ...
ไม่มีผู้จัดการส่วนใหญ่ร้อยละแปดสิบลูกน้องมักจะไม่ยอมคิดงานกันเองเลย...
- น้ำดื่มสำหรับเติม... อาหารที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบมักจะทำให้คนทานหิวน้ำเร็ว...
ดังนั้นน้ำโค๊กที่จัดไว้อาจจะไม่พอ... ทำง่ายๆไม่ต้องให้พนักงานมาคอยเติมน้ำ...
ก็แค่วางเหยือกน้ำไว้ตรงเค้าท์เตอร์ก็ช่วยได้แล้วคับ...
สำหรับวันนี้ผมดื่มน้ำไม่พอ... เลยออกมาหาน้ำดื่มเซเว่นหลังจากออกจากร้าน...
- รูปแบบจานอาหาร... ตรงนี้ทางร้านไม่ได้ลงทุนการสร้างความประทับใจทาง Brand เลย...
เนื่องจากที่ทานเบอร์เกอร์ร้านที่มียี่ห้อส่วนใหญ่จะใช้กระดาษห่อที่มีลักษณะเฉพาะ...
แต่นี่ลดต้นทุนกระดาษใช้กระดาษสำหรับห่อบะหมี่เกี๊ยวหรือข้าวมันไก่เลยซึ่งจะไม่ทำให้ลูกค้าจดจำลักษณะสินค้าเท่าไหร่...
 - กระดาษรองชุดอาหาร... ถ้าใครทำร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดล่ะก็...
มันแทบจะเป็นธรรมเนียมไปแล้ว... ทั้งๆที่จุดประสงค์เมื่อก่อนก็เพื่อทำความสะอาดโต๊ะง่ายเท่านั้นเอง...
แต่มันสามารถสร้างจุดสนใจ และเป็นการให้ข้อมูลลูกค้าด้วยในตัว... ลูกค้าบางคนเก็บใบพวกนี้ไว้ดูเล่นก็มีนะ...
- แก้วน้ำ... อันนี้ผมค่อนข้างแปลกใจตรงที่ถ้าไม่ใช้แก้วที่มีตราของร้านก็ใช้แก้วน้ำสำหรับทานในร้านก็ได้คับ...
แก้วน้ำใบใสๆธรรมดาหลอดขาวๆใส่โค๊กก็ดูดีแล้ว...
แต่นี่ใช้แก้วที่เหมือนกับซื้อโค๊กหรือชาไข่มุกข้างทางเลย...
ซึ่งจุดนี้ทำให้ผมเข้าใจว่าต้องการลดต้นทุน... แต่ราคาสินค้าแบบนี้...
ของแบบนี้ช่วยเยียวยาจิตใจลูกค้าที่จ่ายเงินสูงกว่าทานร้านอื่นได้นะคับ...
- กระดาษเช็ดปาก... ใช้กระดาษธรรมดา... แบบสำเร็จรูป... ลูกค้าบางท่านมักจะติดเรื่องนี้...
เช่นกระดาษทิชชู่ต้องมีลายยี่ห้อร้าน... บางคนพกใส่กระเป๋าเสื้อเลยก็มี...
อันนี้เก็บไว้คิดเฉยๆ... แต่สำหรับผมขอให้สะอาดก็พอคับ...
 
สิ่งสำคัญตอนนี้ที่ต้องทำคือ... การบริการที่เพิ่มขึ้นเพื่อซื้อใจลูกค้าคับ...
ไม่งั้นผมว่า... อาจเดินทางไปได้ไม่ยาว...
(มองเปรียบเทียบด้วยมุมกลางๆแต่ละเอียดคับ)...
ในฐานะคนทำอาหารขายเหมือนกันอยากเป็นกำลังใจให้ทุกร้านเปิดได้ยาวๆคับ...
เพราะเนื่องจากอาหารที่เปิดระยะสั้นส่วนใหญ่เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง...
แต่ร้านอาหารที่เปิดนานๆจะได้ชื่อเสียงและจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วย...
แล้วอีกไม่นานจะแวะมาทานใหม่... คาดว่าลูกค้าคงกลับมาทานเต็มร้านกันเหมือนเดิมนะคับ...
 
เสร็จจากทานเบอร์เกอร์จนอิ่ม...
ก็เดินทางไปมาบุญครอง...
เพื่อซื้อมือถือให้แม่แทนตัวเก่าที่ชาร์จไม่เข้า...
 
นั่งรถไฟฟ้าเจอเข้าเลยนึกสนุก...
ว่าช่วงนี้คงต้องงดฟาสต์ฟู๊ดชั่วคราวซะแล้ว...
 
วันนี้เดินเลือกมือถือ...
2 ชั่วโมงแรกเดินวนแล้ววนอีกไม่เจอเครื่องที่ดูถูกใจซักเครื่องเลย...
คนตั้งราคามือถือก็ตั้งได้เก่งมากๆ...
จะเทียบแต่ละรุ่นก็ลำบากใจเรื่องราคาและคุณสมบัติ...
มันเหลื่อมกันไปมาตลอดทุกรุ่นทุกยี่ห้อเลยทีเดียว...
สุดท้ายซื้อ Nokia 5070 มาให้แม่...
เพราะคิดว่าราคาประหยัดสุดและยังดูดีสมราคาบ้าง...
แต่แม่บอกว่าสีแดงมันเสร่อจริงๆ... -_-"
 
มาต่อกันที่รีวิวฉีกซองกล่องเกมใหม่กันดีกว่าคับ...
 
 
Otona no DS เกม Face Training ฝึกปั้นหน้าให้กล้ามเนื้อหน้าได้บริหารกัน....
เกมนี้ถือว่ามีรูปแบบการเล่นที่แปลกใหม่น่าสะสมคับ...
ด้วยลูกเล่นและของแถมถือว่าเกมนี้คุ้มทีเดียวเลยล่ะ...
ส่วนจะคุ้มอย่างไรเรามาดูกันเลย...
 
เปิดมาข้างในก็จะพบว่ามีคู่มือภาษาญี่ปุ่น... ตลับเกม... และตลับกล้องคับ...
 
โอ๊ะมีแถมฐานสำหรับวางอะไรซักอย่างมาด้วย...
 
อ่อเอาไว้วางเครื่องเกมแนวตั้งนี่เอง... เครื่องที่ใส่เกราะใสก็สามารถวางตั้งได้สบายคับ...
 
มาดูเจ้ากล้องกันดีกว่า...
ผมติดใจกับคำว่า Facening Scan...
เพราะแสดงว่ามันต้องเป็นอะไรมากกว่ากล้องแน่ๆ...
 
อีกด้านก็เป็นกล้องนี่เอง... สีขาวดูอาดดีคับ...
 
ตัวเลนส์กล้องสามารถปรับให้เด้งยื่นออกมาได้ด้วย...
เพราะว่าเมื่อใส่กับเครื่องรุ่นเก่าที่มีด้านข้างใหญ่จะไม่บังหน้ากล้องคับ...
ถ้าเป็น NDS Lite ก็จะใส่พอดีเครื่องอยู่แล้วไม่ต้องยื่นกล้องออกมาก็ได้คับ...
ไม่ได้ช่วยให้ส่องแล้วหน้าดูดีขึ้นแต่ประการได...
 
ตลับเกมเหมือนตลับทั่วไป...
 
เมื่อใส่แรกเปิด...
กล้องจะทำงานทันทีเลย... ภาพที่ออกมาก็ชัด...
สีและภาพใช้ได้เลย...
หลังจากที่ลองเล่นช่วงแรกจะมีให้เราทำหน้าตาม 4 หน้า...
ซึ่งกล้องจะมีระบบจับการเคลื่อนไหวของตำแหน่งบนหน้าด้วยคับ...
ชอบเทคนิคตรงนี้มากๆ...
เพราะหน้าเราไม่นิ่งมันก็ขยับจุดเซนเซอร์ตามหน้าเราได้เลย...
ไม่ว่าจะเป็นมุมปาก ตาดำ คิ้ว หางตา แก้ม จมูก โหนกแก้ม เปลือกตา...
ทำได้ดีมากเลยทีเดียว...
งานนี้ผมเอามาทดลองเล่นที่หน้าร้านตัวเองที่ เซ็นทรัลเวิลด์...
เรียกว่าอายชาวบ้านเวลาเขามาเห็นเหมือนกัน...
ว่าไอ้บ้านี่ทำหน้าอะไรของมันหน้ากระจกหว่า...
(DS Lite ถ้าดูเผินๆก็คล้ายๆพวกตลับแป้งพัฟแหละคับ)...
 
ผลคะแนนรวมจากการทำหน้า 4 แบบ...
หน้ามันด้านเกร็งให้เหมือนในแบบฝึกหัดยาก... เลยได้คะแนนเพียงเท่านี้...
 
มีการเซฟภาพหน้าเราไว้อ้างอิงตำแหน่งอวัยวะบนหน้าด้วย...
 
นับว่าเป็นเกมที่สนุกพอควรเลยนอกจากจะสนุกแล้ว...
ยังเป็นการบริหารกล้ามเนื้อบนใบหน้า...
และเป็นการฝึกสร้างบุคลิกต่างๆให้ตัวเอง...
ทำให้เข้าใจบุคลิกตัวเองมากขึ้นคับ...
 
 
 
อันนี้แถม... เป็นกล่องโฆษณาคอนโดที่รับมาจากรถไฟฟ้า...
เก๋ดีทำเป็นกล่อง... แจกลูกค้า...
ข้างในมีขนมโอโจ้ของ Uropean Food ด้วย... แต่เสร็จลูกน้องข้างร้านไปหมดเลย...
นับว่าเป็นไอเดียในการโฆษณาที่ทำให้ลูกค้าทิ้งมันลงถังขยะช้าลงหลังจากที่รับมา...
 
ตัวรูปแบบกล่องทำได้ดีเลยคับ...
 
จบแล้วจ้า... สำหรับวันนี้...
 
ราตรีสวัสดิ์...
เย็นๆกลับมาแก้ไขเพิ่มจ้า... ^_^"
2007/8/16

2007.08.16-สิ่งต่างๆรอบตัวฉัน...

 
ช่วงวันหยุดชดเชยวันแม่... ครอบครัวเราตั้งไว้ว่าจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน...
แต่แล้วก็มีงานเข้า... เลยทำให้ต้อง skip โครงการไว้...
ก็เลยทำให้มีเวลาเก็บห้องบ้าง...
 
ห้องตอนแรกก่อนเก็บต้องเอาโน๊ตบุคมาเล่นบนกล่องกระดาษเพราะโต๊ะไม่มีที่ให้วางของแล้ว...
เศษกระดาษเกลื่อนพื้นห้อง...
ที่ไม่มีให้นอน...
เหรียญแต่ละวันที่เหลือมาเกลื่อนเต็มห้อง...
(หลังเก็บห้องเจอเงินหล่นในห้องตั้งแต่ 50 สตางค์จนกระทั่งแบงค์ร้อย... เรียกว่าเงินเก็บตกสุดๆ...)
ฝุ่นในห้องอีกเป็นกล่องๆเลยล่ะหลังจากกวาดออกมาแล้ว...
 
 อันนี้เก็บห้องเรียบร้อยแล้วนะ...
บริเวณโต๊ะทำงาน... เก้าอี้ก็มีแต่แบบนี้แหละ...
ห้องแคบๆแอร์ก็ไม่มี...
 
อีกมุมหนึ่งไว้นอน...
เมื่อก่อนเคยเอาคอมมาไว้ข้างฟูกเพื่อดูหนังฟังเพลง...
แต่รกมากๆเตะคอมเป็นว่าเล่นทุกวันเลย...
เลยต้องเคลียร์ให้เลือสภาพแค่นี้...
ใครมาเล่นเกมที่ห้องจะรู้เลยว่า... ห้องมีแค่นี้แหละ...
ที่เหลือเป็นของไร้สาระเต็มห้องไปหมด...
ต้องใช้พัดลมเป่าข้างๆเวลากลางคืน...
 
ดูเหมือนว่าสองมุมข้างต้นจะโล่ง...
แต่ที่จริงแล้ว... ของเกือบทุกอย่างมันมากองยัดอยู่มุมนี้นี่เอง...
รกมาก... แต่มีหนังสือให้นอนอ่านได้ทั้งวันเลยนะ...
 
วันนี้ฝนตกช่วงบ่าย... ทั้งๆที่แดดออก...
และมันจะเป็นแบบนี้เกือบๆทุกวันแหละ...
 
โต๊ะทำงานที่ผ่านไปวันเดียวก็เริ่มจะมีของมากองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ...
 
ส่วนหนึ่งที่ห้องมีแต่ฝุ่นก็เพราะว่าอากาศที่ผ่านเข้าห้องนั้นมีตลอดทั้งวัน...
พวกมุ้งลวดเลยทำงานหนักไม่ไหว... ยอมปล่อยให้ฝุ่นเข้าห้องโดยปริยาย...
 
รูปนี้จริงๆแนวตั้งแต่จับมา rotate...
ตัวหนีบที่ซื้อมาจากสำเพ็ง... ชุดนึงมี 12 ตัว...
สัตว์น้ำตัวอื่นทิ้งไปหมดแล้วเหลือแต่หมึกสี่สี...
เอาไว้หนีบจอโน๊ตบุคบ้างกระดาษบ้าง...
 
ตุ๊กตา Pinky ของแท้... มีอยู่สามตัว... ที่เหลือเก๊หมด...
ตัวขวาเป็นตัวที่ซื้อมาแทนตัวเองเมื่อก่อน...
ช่วงหลังๆเริ่มหาแฟนให้มัน...
แต่ชีวิตจริงยังหาให้ตัวเองไม่รอดเลย...
 
เกมที่เล่นบ่อยช่วงนี้... เป็นเกมเกี่ยวกับดนตรีและจังหวะ... สนุกดี...
เล่นบ่อยพอๆกับเกมเลขไขว้ Sudoku เลย...
 
วันพุธที่บ้านพอจะมีเวลาว่างครึ่งวัน...
เลยไปนั่งทานข้าวกันที่ร้านสาขาที่เซ็นทรัลเวิลด์...
ถือโอกาสไปส่งของด้วย...
หลังจากบ่ายวิ่งวุ่นทำงานใครงานมัน...
 
แน่นอน... นี่ของพ่อของฉันนั่นเอง...
 
มีพ่อก็ต้องมีแม่ด้วย... ยิงชัตเตอร์ตอนกำลังเคี้ยวข้าวเลยล่ะ...
 
ก่อนจะแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน... เลยลงมาถ่ายข้างล่างเล่นกันซักภาพ...
 
ส่วนตัวผมต้องแยกไปเก็บเช็คที่พารากอนและเดอะมอลล์...
ก็เลยต้องพึ่งรถไฟฟ้าเป็นม้าเร็วในการเดินทาง...
 
กระจกบนรถไฟฟ้า... จ้องนานๆแล้วเบลอมากๆ...
เพ่งจนจะเห็นเป็นรูปสามมิติกันเลยทีเดียว...
 
ขากลับจากรับเช็คกลับมาทางอนุสาวรีย์...
ถึงเวลาเย็นแล้ว...
เลยเดินวนถ่ายรูปเล่นแถวสะพานลอยรอบอนุสาวรีย์...
 
ขอลองมุมกว้างๆหน่อย...
 
การได้ดูพระอาทิตย์ตกที่นี่...
คนที่นี่เยอะมาก... 
ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้ดูพระอาทิตย์ตกเพียงคนเดียว...
 
รถพยาบาล... เอ๊ะ... ทำไมกลับด้าน...
 
เดี๋ยวนี้มีลูกศรบอกทิศทางไปห้องน้ำด้วย...
เมื่อก่อนหาห้องน้ำไม่เจอต้องวิ่งไปที่เซ็นเตอร์วันอนุสาวรีย์ชัยที่เดียว...
 
หากเราเดินวนรอบอนุสาวรีย์ชัยฯแล้ว...
เมื่อแหงนหน้าขึ้น... จะพบว่ามีเสาไฟแบบนี้อยู่รอบๆเลย...
ว่าแต่ว่า... มันมีทั้งหมดกี่ต้นกันนะ...
 
ผมเป็นโรคหัวใจโดดเดี่ยวสถาบันนี้จะช่วยผมได้ไหมนะ???
 
เดินถ่ายเล่นไปเรื่อยไฟรอบๆอนุสาวรีย์เริ่มเปิดแล้ว...
ในภาพจะเห็นดาวศุกร์และดาวอังคารด้วย...
 
 
แสงไฟจราจรยามค่ำคืน... มิใช่ปาฏิหาริย์แต่อย่างใด...
 
เมื่อเห็นว่าเย็นแล้วนึกได้ว่าเจ้าแมวนักข่าวเลิกงานต้องกลับบ้านมาทางนี้...
เลยเรียกมากินข้าวเพราะไม่ได้เจอกันเสียนาน...
 
ตกลงไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือกันนี่แหละ... ง่ายและไม่แพงเกินหากกินแต่พอดี...
 
เสร็จแล้วมาต่อของหวานกันต่อที่...
สเวนสัน... เอ้ยสเวนเซ่น...
เดือนนี้มีฟองดูซึ่งไม่ค่อยชอบเลย...
อยากกินพวก 49 59 มากกว่า...
สุดท้ายสั่งอเมริกันทาวเวอร์...
 
แก้วน้ำที่นี่ใสดี...
 
ช่วงรอไอสครีมส่งเกมให้เจ้าแมวนักข่าวไปเล่น...
กลายเป็นติดเกมไปเสียแล้ว...
ไอสครีมมายังจิ้มจอจึกๆๆๆ...
ระวังจะโดนแย่งไอสครีม...
 
เล่นเกมตีกลองนี่เอง Taiko...
เหมือนเกมตีกลองที่เล่นในห้างน่ะแหละ...
แต่ใช่ปากกาตีแทนไม้กลองใหญ่ๆ...
 
ปล่อยเขาเล่นเกมไป...
สั่งไอสครีมมากินต่ออีกดีกว่า...
วันนี้กินไอ้อืดไปเลย...
 
ธงที่ปักไอสครีมโดนนำไปปักปากคนเสียแล้ว!!!
 
ดูหน้ามันเริ่มง่วงแล้วแหละ...
เพราะไอ้หมอนี่นอนตี 2- ตี4 ทุกคืน...
ไม่ทำงานก็เล่นคอม...
สมควรปล่อยให้โทรมนะเอ็ง...
 
พอได้จังหวะได้จับเครื่องเกมกับเขาบ้างล่ะถึงกับหน้าเปลี่ยนอารมณ์ไปเลย...
ไม่น่าเชื่อเลยว่ะพวก... ว่าเกมจะเปลี่ยนคนได้ขนาดนี้...
 
หลังจากที่กินไอสครีมกันเสร็จก็แยกย้ายกันที่อนุสาวรีย์กลับบ้านใครบ้านมัน...
 
จบแล้วคับ...
 
วันอาทิตย์นี้อย่าลืมไปออกเสียงของท่านเพื่อประชาธิปไตยนะคับ...
 
ราตรีสวัสดิ์...
2007/8/12

2007.08.11-เดินลุยเดี่ยว...เที่ยววัดอรุณ...

 วันนี้มีโอกาสได้ออกไปเที่ยวก่อนไปขายของได้แวบนึง...
 
เลยถือโอกาสนี้ลุยเดี่ยวพาเที่ยววัดนอกจากวัดพระแก้วที่เรามักจะไปกันบ่อยๆนะคับ...
วันนี้วัดพระแก้วคนเยอะมากๆ...
เห็นแล้วไม่อยากเดินเข้าไปเลยล่ะ...
 
เอาเป็นว่าเรามาเริ่มต้นการเดินทางจากหัวมุมถนนหน้าพระลานละกัน...
 
แยกนี้อาจเป็นทางเลือกในการท่องเที่ยวย่านนี้ได้หลายที่เลยทีเดียว...
 
 
เราเดินมาตามทางถนนหน้าพระลานเลียบข้างวัดพระแก้วกันไปเรื่อยๆ
 
 
 
ผ่านต้นสายรถเมล์หลายสาย...
 
 
 
ผ่านเหล่าฝรั่งและคนต่างชาติ...
 
 
 
ผ่านเหล่าฝูงนกกระจอกมากมาย...
 
เมื่อมาถึงวัดโพธิ์...
เราสามารถเดินได้บริเวณรอบๆวัดได้ฟรี...
อย่าเผลอใจไปกับป้ายค่าผ่านทาง...
เพราะเขาเขียนแอบๆไว้ว่า...
คนไทยเข้าฟรี...
 
 
โดยรอบๆวัดโพธิ์ร่มรื่น...
 
 
เหมาะแก่การนอนกลางวันมากๆ...
 
 
อีกข้อหนึ่งคือ... วัดโพธิ์ไม่ค่อยมีอะไรรอบๆเท่าไหร่...
จึงเหมาะแก่การเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจมากกว่า...
 
 
 
รูปนี้ไม่มีอะไรจะกล่าวแฮะ...
 
 
 
กระเบื้องแป้นเกล็ดที่ได้มาจากผู้ทำบุญให้กับวัด...
เกือบทุกแผ่นจะมีเขียนชื่อผู้ทำบุญไว้...
เพียงแต่ว่าจะมีกี่แผ่นที่นำมาปูบนหลังคาเท่านั้นเอง...
 
 
 
ทั้งวัดพระแก้วและวัดอรุณต่างก็มียามเฝ้าประตูหน้าคล้ายกัน...
แต่เพิ่งเคยเห็นรูปวาดชัดๆแบบนี้...
 
 
ม้าปั้น... หน้าเหมือนการ์ตูนช่องเก้าเลย...
 
 
 
บรรยากาศที่วัดอรุณร่มรื่นสบายใจด้วยสีเขียวสดจากใบไม้...
 
 
แล้วนางเหมียวนี่มาเกี่ยวอะไร...
 
 
หลังจากที่เดินวัดโพธิ์จนหนำใจแล้ว...
เราก็จะมาเดินทางไปสู่วัดอรุณกัน...
การเดินทางไปวัดอรุณต้องนั้งเรือข้ามฟากที่ท่าเตียน...
ค่าใช้จ่ายคนละ 3 บาท...
 
 
 
 
เมื่อเรือมาถึงฝั่งเราจะพบว่าวัดอรุณมีลานกว้างๆมากมายริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา...
ให้เราเดินเล่นถ่ายรูปได้อย่างสบายใจ...
ใครอยากพาสาวๆมาถ่ายรูป potrait ที่นี่ถ่ายได้สบาย... 
 
 
 
 
 
ที่นี่จะมีบริการหุ่นให้นักท่องเที่ยวได้เอาหน้าไปใส่และมีบทบาทร่วมกับสถานที่...
 
 
 
 
 
 
 
เราสามารถเดินทางขึ้นบนพระปรางค์ได้...
ความสูงนั้นเรียกได้ว่าถ้ากลัวอย่าได้ขึ้นไปเชียว...
แต่ลองซักครั้งในชีวิตก็ไม่เลวนะ...
หวือหวากว่าขึ้นภูเขาทองหน่อยเดียวเท่านั้น...
 
 
เห็นไหมว่าจากข้างบนลงไป... ไม่สูงงงงง...
 
 
พวกนักท่องเที่ยวมือบอนชอบเขียนชื่อตัวเองหรือคนที่รักใส่ผ้าพันรอบปรางค์...
ทุกด้านเลยล่ะ...
 
 
เมื่อขึ้นมาสู่ชั้นบนสุดมองขึ้นไปแล้ว...
ทึ่งในคนสร้างจริงๆว่า...
ไม่กล้วความสูงกันบ้างหรืองัย...
 
 
พวกชาวต่างชาติเวลาเดินลงถึงกับกำราวแน่น...
เนื่องจากเสียวกันทุกคน...
มุมนี้อยากได้สาวๆมาเป็นแบบจัง...
 
 
 
หลังจากลงมาจากปรางค์เราสามารถเดินชมบรรยากาศรอบๆก็ได้...
หาน้ำดื่มหรือก๋วยเตี๋ยวทานก็ได้...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สำหรับวันนี้ใช้เวลาในการท่องเที่ยวเพียงแค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น...
ก็สามารถเที่ยววัดได้ทั้งสองวัดได้แล้ว...
ในวันหลังเราจะพาไปเที่ยวรอบๆสนามหลวงกันต่อไป...
สำหรับตอนนี้เดินเที่ยวเสร็จก็ไปขายของต่อที่เสาชิงช้าแหละคับ...
 
ยังงัยการเดินทางวันนี้อาจจะดูสั้นไปหน่อย...
 
ไว้วันหลังมีเวลาเที่ยวยาวกว่านี้อาจจะมีรูปมากขึ้น...
แต่ช่วงนี้ได้เที่ยวขนาดนี้ก็ถือว่าสนุกคุ้มค่าแก่เวลาแล้ว...
 
ราตรีสวัสดิ์...
 
สุขสันต์วันแม่นะขอรับ...
 
"รักแม่" (ทุกวัน)...
2007/8/3

2007.08.02 - หายไปยาวนาน และ วันเกิดพ่อของฉัน...

 
ทั้งๆที่มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในทุกๆวัน...
 
แต่ร่างกายไม่ยอมทำงานตามเท่าไหร่นัก...
 
หลังจากที่กลับถึงบ้านอาบน้ำ...
 
เปิดคอมเล่นซักพัก...
 
ปิดไฟเอนกาย...
 
เปิดเกมเล่นซักประเดี๋ยวไม่เกิน 5 นาที...
 
หลับ...
 
บางทีกลับบ้านมาแค่ตอนเย็นก็หลับถึงเช้าเลยก็มี...
 
เนื่องด้วยงานที่หนักมากมาย... แต่ก็คุ้มค่าเกินที่จะให้หนักกว่านี้ก็ยังได้...
 
 
กล้องถ่ายรูปตัวเดิมที่ทำหน้าที่มันมาอย่างดีตั้งแต่สมัยเรียนปีสาม ผ่านไป 6ปีเศษแล้วมันก็ยังทำหน้าที่ของมันอย่างดีอยู่...
เพียงแต่ว่ามีกล้องตัวใหม่มาแทนที่... แบตใช้ได้นานกว่าจับโฟกัสได้เร็วกว่า...
น้ำหนักดีกว่า... แต่ตัวเดิมก็ยังเป็นตัวที่อยู่ในบ้านตลอด...
ว่าแต่กล้องใหม่ยังไม่มีโอกาสหาเวลาไปถ่ายรูปจริงๆจังๆซักที...
 
 
ลองฝึกกล้องตัวใหม่หัดถ่ายขนมที่น้องเรียนทำกับแม่มา...
ยอมรับเลยว่าแม่ทำขนมหรือเค้กทุกอย่างได้เก่งจริงๆ...
วันนี้น้องสาวอยากทำเค้ก...
 
เพราะมันเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของครอบครัวเลย...
 
วันคล้ายวันเกิดพ่อน่ะเอง...
 
 
 
 
จริงๆพ่อไม่รู้วันเกิดที่แท้จริง...
เพียงแต่ย่าบอกว่าเกิดวันวิสาขบูชา...
แต่วันวิสาขทุกคนงานก็เยอะจนไม่ว่างกัน...
เรียกว่าหลับกันตั้งแต่หัววันเลย...
ก็เลยถัดมาเป็นวันเข้าพรรษาละกัน...
แต่สุดท้ายทุกคนในบ้านก็มาอยู่รวมกันเป็นครอบครัวในวันนี้ล่ะนะ...
 
วันนี้น้องบรรจงแต่งเค้ก...
หยอดเชอรี่เอง...
อบเค้กก็ทำเอง... โดยมีแม่กำกับอยู่ตลอดเวลา...
สุดท้ายก็ได้เค้กที่ทำให้คนในครอบครัวมีความสุข...
แต่ของแถมคือ... เค้กที่เยอะเต็มตู้เย็น...
คุกกี้สองโหลแก้วและอีกสามถุงพลาสติก...
เอแคลร์ทั้งใส่ใส้และไม่ใส่ใส้อีกเป็นกล่อง...
เรียกว่าวันหยุดสองวันนี่ทำแต่ขนมอย่างเดียวเลย...
สุดท้ายต้องไล่แจกข้างบ้านแจกลูกน้องแจกเพื่อนๆพ่อแม่น้อง...
จนตอนนี้ก็ยังไม่หมด...
 
ช่วงนี้คิดว่าคงต้องหาเวลาพักเสียแล้ว...
โปรแกรมงานเดือนหน้าก็มาเรียบร้อยแล้ว...
 
แต่ขอมีเวลาแอบไปหัดทำตุ๊กตา 3D ในคอมซักนิดก็ยังดีนะ...
 
ว่าแต่ว่า... ทำไมวันนี้เอารูปจากอัลบัมมาใส่ในสเปชไม่ได้ฟะ...
ครั้งก่อนๆยังทำได้เลยนี่หน่า -_-"
มันเกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย...
 
ราตรีสวัสดิ์...
 
 
Edited!!! ลงรูปได้แล้วเว้ย!!!
2007/7/7

2007.07.07 - Lucky 7 วันนี้ขอเจ็ดซักวัน... บั่นทอนปัญญาเจ็ดเจ็ด...

บล๊อกวันนี้อาจจะเป็นบล๊อกที่บั่นทอนปัญญาที่สุด...
 
เพราะอะไรน่ะรึ???
เพราะอะไรน่ะรึ???
เพราะอะไรน่ะรึ???
เพราะอะไรน่ะรึ???
เพราะอะไรน่ะรึ???
เพราะอะไรน่ะรึ???
เพราะอะไรน่ะรึ???
 
เพราะวันนี้ผมหาวไปราวๆ 77 ครั้งมัง...
 
ส่วนจะก้าว 7777 ก้าวหรือเปล่าไม่รู้...
 
แต่วันนี้เป็นวันที่ 7 เดือน 7 ปี 07...
ซึ่งตรงกับวันเสาร์... อาจเป็นวันที่เจ็ดในปฏิทินของใครหลายๆคน...
อาทิตย์
จันทร์
อังคาร
พุธ
พฤหัสบดี
ศุกร์
เสาร์... ว้านับได้เจ็ดวันพอดิบพอดี...
 
วันนี้หลายๆคนอาจจะแต่งงานกันเพราะเลขเจ็ด ในทั้งเจ็ดทวีป...
 
ไม่ว่าจะมาจากร้อยเอ็ดหรือเจ็ดย่านน้ำ... เขาก็พร้อมตกลงปลงใจแต่งงานกันในวันที่เจ็ด... เดือนเจ็ด... ปีศูนย์เจ็ด...
 
อาจจะอายุตั้งแต่สิบเจ็ด ไปจนถึงเจ็ดสิบเจ็ดหรือจะเก้าสิบเจ็ด...
คนเขียนมันก็ไม่วายพยายามจะเขียนอะไรให้ลงท้ายด้วยเจ็ดสินะ...
 
หรือว่ามันอยากมีลูกสักเจ็ดคน มีเงินตอนนี้ซักเจ็ดล้าน...
เพื่อกินก๋วยเตี๋ยวเจ็ดชาม...
มีหมูสะเต๊ะเจ็ดสาขา...
หรืออยากมีแฟนเจ็ดคน...
หรือนับนิ้วที่มือขวาให้มีซักเจ็ดนิ้ว...
คิดไปเจ็ดรอบมันก็ยังไม่น่าจะมีเหรียญในกระเป๋าแม้แต่เจ็ดบาท...
คิดแล้วมันโกเจ็ด...เอ้ยโกหกตัวเองชัดๆ...
 
ถึงความพยายามข้างต้นอาจจะไม่เป็นผล...แบบเจ็ดๆ...
หรือหวยจะไม่ออกเจ็ดเจ็ดเจ็ด...
 
แต่ชีวิตมันก็พาลพัวพันกับเลขเจ็ดไปซะแล้ว...
 
ขนาดมันไม่เห่อเลขเจ็ด... วันนี้มันไปขายของ...
มันก็ยังแอบถ่ายนาฬิกาข้อมือตัวเองเวลาที่มีแต่เจ็ดเป็นส่วนใหญ่...
 
 
ขนาดบัตรจอดรถที่ไปขายของวันนี้... ก็ยังเป็นเลข 0770...
เรียกว่า ศูนย์เจ็ดเจ็ดศูนย์...
 
กลับมาบ้านพาลไม่วายเอาแบงค์ที่พ่อเขาเคยให้เป็นเงินขวัญถุงซึ่งเขาเก็บมาตลอด...
นานเกือบเจ็ดปี...
ซึ่งล่อเลขท้าย 77777...
 
กลับมาด้านภาษาไทย...
ก็ยังไม่วายมี จ. เจ็ด(มีด้วยเรอะจ. เจ็ด) แต่ก็เป็น เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด เจ็ด...
 
อ่านมาถึงตอนนี้คนอ่านคงอยากด่าเจ้าของบล๊อกไปแล้วเจ็ดครั้ง...
 
ชื่อไฟล์รูปไฟล์นี้...
แม้ไม่ได้เป็นรูปที่เจ็ดในบรรดารูปทั้งหมด...
 
แต่คนเขียนก็ยังสร้างให้มันชื่อ 20070707_007.jpg...
 
ตอนนี้เริ่มง่วงนอน...
ระหว่างเขียน Entry วันนี้... หาวไปแล้วเจ็ดครั้ง...
 
เอาล่ะๆ... ทุกๆคนคงเบื่อเลขเจ็ดแล้ว...
 
ราตรีสวัสดิ์...
ราตรีสวัสดิ์...
ราตรีสวัสดิ์...
ราตรีสวัสดิ์...
ราตรีสวัสดิ์...
ราตรีสวัสดิ์...
ราตรีสวัสดิ์...