Siripattana's profileSquidMan.ExE's Blog...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
8/22/2007 2007.08.22-Face Training DS มาปั้นหน้าเป็นกัน... + Mike's Burger กลับมาอีกครั้งกับอาทิตย์นี้... -_-" เหนื่อยไปกับเล่นเกม Final Fantasy: Crystal Chronicles DS มากมาย...
เล่นจบแล้วค่อยหายคาใจหน่อย...
ติดใจกับภาพการออกแบบฉากและตัวละครเกมนี้มากๆ...
หลังจากวันนี้ก็ไปออกบูธละ... รีบอัพก่อนที่จะดองอีกยาว...
วันก่อนไปเลือกรับร่างรัฐธรรมนูญ... รับไม่รับอันนี้อยู่กับทุกคน...
ว่าแต่หาชื่อนี่ต้องทำหน้าขนาดนั้นลยหรือป๊า...
เนื่องจากเมื่อวันจันทร์มีโอกาสออกไปทำธุระข้างนอก...
ผ่านแถวสีลม... ก็เลยแวะไปทาน Mike's Burger ซะหน่อย...
มุมอยู่บนรถไฟฟ้า... ร้านนี้เปิด 24 ชั่วโมงเชียว...
มีเขียนด้วยว่าอร่อยมาก...
ร้านผมเองยังไม่เคยคิดเลยว่าจะเปิด 24 ชั่วโมง...
เพราะมันทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าจะทานเมื่อไหร่ก็ได้...
ความกระตือรือล้นมันจะลดลงอย่างแรง...
เดินลงมาที่ใต้สะพานลอย...
ร้านใหญ่มากๆเลย 3 คูหา... ค่าเช่าคงแพงตามตัว...
ขนาดเมื่อก่อนโรตีบอยเช่า 1 คูหาเท่านั้นเอง... ตอนนี้เจ๊งไปแล้ว...
ร้านส่วนใหญ่แถวนี้ถ้าไม่ใช่บ้านส่วนตัวร้านจะหมุนเวียนบ่อยมาก...
เนื่องจากทำเลเหมือนจะดี... แต่จริงๆแล้วมันดีเป็นบางช่วงเวลาเท่านั้นเอง...
แต่ช่วงดีๆนี่ก็ดึงไฟหลายคนอยากมาเปิดร้านแถวนี้กันทั้งนั้นเลยนะ...
เข้ามาในร้านบรรยากาศแต่งสไตล์วัยรุ่น ฝั่งตะวันออกน่ะนะ...
เปิดเพลงช่วงราวๆ '70 เลยฟังแล้วเหมือนอยู่ในบรรยากาศผับนิดๆ...
(ภาพนี้กลับซ้ายไปขวานะ)...
มาวันนี้ไม่รู้ว่าปกติที่ร้านลูกค้าเข้าเยอะตอนไหน...
เพราะร้านมีชั้นสองไว้ให้ลูกค้าและเก้าอี้นอกร้านด้วย...
แต่ที่มาตอนนี้... ไม่มีลูกค้าซักรายเลย -_-"
บรรยากาศดูโหวงเหวงมากๆ...
ที่น่าตกใจที่สุดคือ... ร้านนี้กล้ารับประกันว่าลูกค้าอาจต้องรอทานถึงสองชั่วโมงเลยที่เดียว...
แน่มากๆ...
ขนาดร้านเราให้ลูกค้ายืนรอครึ่งชั่วโมงเราก็รู้สึกว่าเค้าจะทนไม่ไหวแล้ว...
แต่ก็รอ...
แต่ไอ้รอเกินครึ่งชั่วโมงเพื่อหาของทานล่ะก็... เลือกทานบะหมี่แถวนั้นอาจจะได้ทานเร็วกว่า...
แต่สำหรับวันนี้... ไม่มีลูกค้าถ้าให้รอเกิน 10 นาทีล่ะก็...
ไม่ไหวนะเฟ้ย!!!
เบอร์เกอร์ที่สั่งมาแล้ว...
จะสังเกตว่าเบอร์เกอร์ร้านพวกนี้จะทำใหญ๋เกินปากคนทาน... -_-"
แต่ด้วยสนนราคาที่จัดว่าสูงพอตัว... หากให้น้อยก็คงจะแพ้ราบคาบ...
มีแปลกหน่อยก็คือ Onion Ring ใซส์กว้างเด่นเท่านั้น...
อย่างอื่นค่อนข้างธรรมดาเมื่อเทียบกับร้านเบอร์เกอร์ทั่วไป...
เอ่อ... ร้านนี้มีแมงวันบ้าง... พอให้รำคาญใจนิดหน่อย...
เก้าอี้นอกร้านถูกพับขึ้น... เพราะไม่ได้ใช้งาน? ไม่ว่าอย่างไร...
ร้านอาหารก็ควรจัดร้านให้เรียบร้อยนะ...
ไม่ควรโชว์แบบนี้...
ข้างนอกนั่นเป็นร้านซีฟู๊ดตามสั่ง... ราคาสูงนิดแต่ถ้ามากันหลายคนจะคุ้มเพราะว่าสนุกกับการกิน...
แนะนำสามคนขึ้นไปมาเป็นคู่ไปทานซอยฝั่งตรงข้ามดีกว่า...
หลังจากที่ทานแล้วพบว่า...
(ที่มาที่นี่ไม่ได้มาด้วยความหวังและกินด้วยใจกลางๆนะคับ
เกริ่นไว้เผื่อ ดูเหมือนจะมีอคติ แต่เวลาผมไปทานที่ไหนก็ตามจะให้ความรู้สึกดี +ไว้ก่อนเสมอ)...
- รสชาติของขนมปัง... ดีกว่าขนมปังฟาร์มเฮ้าส์สำหรับทำเบอร์เกอร์หน่อยเพราะทอดบนและล่างของขนมปัง...
แต่ด้านบนที่เป็นงาใช้เวลาทอดน้อยไปนิดงาเลยยังไม่แตกมัน...
ถ้าแตกมันเวลากัดด้านบนจะหอมมาก...
- เนื้อ... ดีแล้วคับ... ทอดให้น้ำชุ่มแบบนี้แหละโอเค... เนื้อไม่ดิบและไม่สุกเกินไป...
แต่เนื้อเหนียวและแห้งอาจจะเพราะกระบวนการเก็บรักษาเนื้อดิบ... ทำให้เมื่อนำมาปรุงแล้วเนื้อคายน้ำเร็ว...
ทำให้ภายนอกก่อนช่วงกลางแห้งไปนิด...
- เฟรนซ์ไฟรด์... ดีคับ... ตัวนี้เป็นอะไรที่เราสามารถทำกันได้และไม่ว่าจะที่ไหนรสชาติก็ต่างกันไม่มาก...
เพราะมันคือมัน และแป้งคลุกทอดและโรยเกลือเท่านั้นเอง...
ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับไฟและเวลาในการทอดให้พอดี...
ที่นี่ทอดมันได้พอดีเวลา...
นับว่าโอเคเลยคับ...
- onion ring... ปกติผมไม่เคยได้ทานเท่าไหร่... อันนี้หอมสุกใช้ได้แป้งนอกกรอบไปนิด...
อารมณ์กินกล้วยแขกทอดใหม่ๆแป้งจะกรอบหนาจนกินแล้วบาดปาก...
- น้ำโค๊ก... โค๊กธรรมดาแหละคับ...
ต่อไปเป็นข้อที่ผมค่อนข้างสะดุดใจเล็กๆสำหรับร้านระดับนี้คับ...
- รูปลักษณ์ของร้านภายนอกและภายในตกแต่งนับว่าโอเคเลย...
แต่ในสภาวะลูกค้าน้อยๆแบบนี้การบริการเป็นสิ่งสำคัญคับ...
เราควรบริการลูกค้าให้ถึงที่สุดเลย... เพราะพนักงานจ้างมาแล้วถ้าไม่ได้ให้ทำอะไร... เขาก็จะหมดไฟการทำงาน...
อย่างน้อยๆให้พนักงานไปเชียร์หน้าร้านก็ยังดีคับ... ซักสองคน...
-เมื่อเข้ามาแล้วสิ่งที่มัดใจลูกค้าให้ไม่ลุกก็คือ... น้ำคับ... น้ำเปล่าเย็นๆซักแก้วต่อคน... จะช่วยให้ลูกค้าปฏิเสธไม่ลงเลยทีเดียว...
เพราะตอนผมนั่งทานมีลูกค้าต่างชาติเข้ามานั่งกลุ่มนึง... นั่งซักพักก็ลุกออกหมดร้าน...
- สถานการณ์ร้านแบบนี้ ผู้จัดการร้านเป็นหัวหอกสำคัญในการบริหารเลยคับ...
ไม่มีผู้จัดการส่วนใหญ่ร้อยละแปดสิบลูกน้องมักจะไม่ยอมคิดงานกันเองเลย...
- น้ำดื่มสำหรับเติม... อาหารที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบมักจะทำให้คนทานหิวน้ำเร็ว...
ดังนั้นน้ำโค๊กที่จัดไว้อาจจะไม่พอ... ทำง่ายๆไม่ต้องให้พนักงานมาคอยเติมน้ำ...
ก็แค่วางเหยือกน้ำไว้ตรงเค้าท์เตอร์ก็ช่วยได้แล้วคับ...
สำหรับวันนี้ผมดื่มน้ำไม่พอ... เลยออกมาหาน้ำดื่มเซเว่นหลังจากออกจากร้าน...
- รูปแบบจานอาหาร... ตรงนี้ทางร้านไม่ได้ลงทุนการสร้างความประทับใจทาง Brand เลย...
เนื่องจากที่ทานเบอร์เกอร์ร้านที่มียี่ห้อส่วนใหญ่จะใช้กระดาษห่อที่มีลักษณะเฉพาะ...
แต่นี่ลดต้นทุนกระดาษใช้กระดาษสำหรับห่อบะหมี่เกี๊ยวหรือข้าวมันไก่เลยซึ่งจะไม่ทำให้ลูกค้าจดจำลักษณะสินค้าเท่าไหร่...
- กระดาษรองชุดอาหาร... ถ้าใครทำร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดล่ะก็...
มันแทบจะเป็นธรรมเนียมไปแล้ว... ทั้งๆที่จุดประสงค์เมื่อก่อนก็เพื่อทำความสะอาดโต๊ะง่ายเท่านั้นเอง...
แต่มันสามารถสร้างจุดสนใจ และเป็นการให้ข้อมูลลูกค้าด้วยในตัว... ลูกค้าบางคนเก็บใบพวกนี้ไว้ดูเล่นก็มีนะ...
- แก้วน้ำ... อันนี้ผมค่อนข้างแปลกใจตรงที่ถ้าไม่ใช้แก้วที่มีตราของร้านก็ใช้แก้วน้ำสำหรับทานในร้านก็ได้คับ...
แก้วน้ำใบใสๆธรรมดาหลอดขาวๆใส่โค๊กก็ดูดีแล้ว...
แต่นี่ใช้แก้วที่เหมือนกับซื้อโค๊กหรือชาไข่มุกข้างทางเลย...
ซึ่งจุดนี้ทำให้ผมเข้าใจว่าต้องการลดต้นทุน... แต่ราคาสินค้าแบบนี้...
ของแบบนี้ช่วยเยียวยาจิตใจลูกค้าที่จ่ายเงินสูงกว่าทานร้านอื่นได้นะคับ...
- กระดาษเช็ดปาก... ใช้กระดาษธรรมดา... แบบสำเร็จรูป... ลูกค้าบางท่านมักจะติดเรื่องนี้...
เช่นกระดาษทิชชู่ต้องมีลายยี่ห้อร้าน... บางคนพกใส่กระเป๋าเสื้อเลยก็มี...
อันนี้เก็บไว้คิดเฉยๆ... แต่สำหรับผมขอให้สะอาดก็พอคับ...
สิ่งสำคัญตอนนี้ที่ต้องทำคือ... การบริการที่เพิ่มขึ้นเพื่อซื้อใจลูกค้าคับ...
ไม่งั้นผมว่า... อาจเดินทางไปได้ไม่ยาว...
(มองเปรียบเทียบด้วยมุมกลางๆแต่ละเอียดคับ)...
ในฐานะคนทำอาหารขายเหมือนกันอยากเป็นกำลังใจให้ทุกร้านเปิดได้ยาวๆคับ...
เพราะเนื่องจากอาหารที่เปิดระยะสั้นส่วนใหญ่เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง...
แต่ร้านอาหารที่เปิดนานๆจะได้ชื่อเสียงและจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วย...
แล้วอีกไม่นานจะแวะมาทานใหม่... คาดว่าลูกค้าคงกลับมาทานเต็มร้านกันเหมือนเดิมนะคับ...
เสร็จจากทานเบอร์เกอร์จนอิ่ม...
ก็เดินทางไปมาบุญครอง...
เพื่อซื้อมือถือให้แม่แทนตัวเก่าที่ชาร์จไม่เข้า...
นั่งรถไฟฟ้าเจอเข้าเลยนึกสนุก...
ว่าช่วงนี้คงต้องงดฟาสต์ฟู๊ดชั่วคราวซะแล้ว...
วันนี้เดินเลือกมือถือ...
2 ชั่วโมงแรกเดินวนแล้ววนอีกไม่เจอเครื่องที่ดูถูกใจซักเครื่องเลย...
คนตั้งราคามือถือก็ตั้งได้เก่งมากๆ...
จะเทียบแต่ละรุ่นก็ลำบากใจเรื่องราคาและคุณสมบัติ...
มันเหลื่อมกันไปมาตลอดทุกรุ่นทุกยี่ห้อเลยทีเดียว...
สุดท้ายซื้อ Nokia 5070 มาให้แม่...
เพราะคิดว่าราคาประหยัดสุดและยังดูดีสมราคาบ้าง...
แต่แม่บอกว่าสีแดงมันเสร่อจริงๆ... -_-"
มาต่อกันที่รีวิวฉีกซองกล่องเกมใหม่กันดีกว่าคับ...
Otona no DS เกม Face Training ฝึกปั้นหน้าให้กล้ามเนื้อหน้าได้บริหารกัน....
เกมนี้ถือว่ามีรูปแบบการเล่นที่แปลกใหม่น่าสะสมคับ...
ด้วยลูกเล่นและของแถมถือว่าเกมนี้คุ้มทีเดียวเลยล่ะ...
ส่วนจะคุ้มอย่างไรเรามาดูกันเลย...
เปิดมาข้างในก็จะพบว่ามีคู่มือภาษาญี่ปุ่น... ตลับเกม... และตลับกล้องคับ...
โอ๊ะมีแถมฐานสำหรับวางอะไรซักอย่างมาด้วย...
อ่อเอาไว้วางเครื่องเกมแนวตั้งนี่เอง... เครื่องที่ใส่เกราะใสก็สามารถวางตั้งได้สบายคับ...
มาดูเจ้ากล้องกันดีกว่า...
ผมติดใจกับคำว่า Facening Scan...
เพราะแสดงว่ามันต้องเป็นอะไรมากกว่ากล้องแน่ๆ...
อีกด้านก็เป็นกล้องนี่เอง... สีขาวดูอาดดีคับ...
ตัวเลนส์กล้องสามารถปรับให้เด้งยื่นออกมาได้ด้วย...
เพราะว่าเมื่อใส่กับเครื่องรุ่นเก่าที่มีด้านข้างใหญ่จะไม่บังหน้ากล้องคับ...
ถ้าเป็น NDS Lite ก็จะใส่พอดีเครื่องอยู่แล้วไม่ต้องยื่นกล้องออกมาก็ได้คับ...
ไม่ได้ช่วยให้ส่องแล้วหน้าดูดีขึ้นแต่ประการได...
ตลับเกมเหมือนตลับทั่วไป...
เมื่อใส่แรกเปิด...
กล้องจะทำงานทันทีเลย... ภาพที่ออกมาก็ชัด...
สีและภาพใช้ได้เลย...
หลังจากที่ลองเล่นช่วงแรกจะมีให้เราทำหน้าตาม 4 หน้า...
ซึ่งกล้องจะมีระบบจับการเคลื่อนไหวของตำแหน่งบนหน้าด้วยคับ...
ชอบเทคนิคตรงนี้มากๆ...
เพราะหน้าเราไม่นิ่งมันก็ขยับจุดเซนเซอร์ตามหน้าเราได้เลย...
ไม่ว่าจะเป็นมุมปาก ตาดำ คิ้ว หางตา แก้ม จมูก โหนกแก้ม เปลือกตา...
ทำได้ดีมากเลยทีเดียว...
งานนี้ผมเอามาทดลองเล่นที่หน้าร้านตัวเองที่ เซ็นทรัลเวิลด์...
เรียกว่าอายชาวบ้านเวลาเขามาเห็นเหมือนกัน...
ว่าไอ้บ้านี่ทำหน้าอะไรของมันหน้ากระจกหว่า...
(DS Lite ถ้าดูเผินๆก็คล้ายๆพวกตลับแป้งพัฟแหละคับ)...
ผลคะแนนรวมจากการทำหน้า 4 แบบ...
หน้ามันด้านเกร็งให้เหมือนในแบบฝึกหัดยาก... เลยได้คะแนนเพียงเท่านี้...
มีการเซฟภาพหน้าเราไว้อ้างอิงตำแหน่งอวัยวะบนหน้าด้วย...
นับว่าเป็นเกมที่สนุกพอควรเลยนอกจากจะสนุกแล้ว...
ยังเป็นการบริหารกล้ามเนื้อบนใบหน้า...
และเป็นการฝึกสร้างบุคลิกต่างๆให้ตัวเอง...
ทำให้เข้าใจบุคลิกตัวเองมากขึ้นคับ...
อันนี้แถม... เป็นกล่องโฆษณาคอนโดที่รับมาจากรถไฟฟ้า...
เก๋ดีทำเป็นกล่อง... แจกลูกค้า...
ข้างในมีขนมโอโจ้ของ Uropean Food ด้วย... แต่เสร็จลูกน้องข้างร้านไปหมดเลย...
นับว่าเป็นไอเดียในการโฆษณาที่ทำให้ลูกค้าทิ้งมันลงถังขยะช้าลงหลังจากที่รับมา...
ตัวรูปแบบกล่องทำได้ดีเลยคับ...
จบแล้วจ้า... สำหรับวันนี้...
ราตรีสวัสดิ์...
เย็นๆกลับมาแก้ไขเพิ่มจ้า... ^_^" 8/16/2007 2007.08.16-สิ่งต่างๆรอบตัวฉัน...ช่วงวันหยุดชดเชยวันแม่... ครอบครัวเราตั้งไว้ว่าจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน...
แต่แล้วก็มีงานเข้า... เลยทำให้ต้อง skip โครงการไว้...
ก็เลยทำให้มีเวลาเก็บห้องบ้าง...
ห้องตอนแรกก่อนเก็บต้องเอาโน๊ตบุคมาเล่นบนกล่องกระดาษเพราะโต๊ะไม่มีที่ให้วางของแล้ว...
เศษกระดาษเกลื่อนพื้นห้อง...
ที่ไม่มีให้นอน...
เหรียญแต่ละวันที่เหลือมาเกลื่อนเต็มห้อง...
(หลังเก็บห้องเจอเงินหล่นในห้องตั้งแต่ 50 สตางค์จนกระทั่งแบงค์ร้อย... เรียกว่าเงินเก็บตกสุดๆ...)
ฝุ่นในห้องอีกเป็นกล่องๆเลยล่ะหลังจากกวาดออกมาแล้ว...
อันนี้เก็บห้องเรียบร้อยแล้วนะ...
บริเวณโต๊ะทำงาน... เก้าอี้ก็มีแต่แบบนี้แหละ...
ห้องแคบๆแอร์ก็ไม่มี...
อีกมุมหนึ่งไว้นอน...
เมื่อก่อนเคยเอาคอมมาไว้ข้างฟูกเพื่อดูหนังฟังเพลง...
แต่รกมากๆเตะคอมเป็นว่าเล่นทุกวันเลย...
เลยต้องเคลียร์ให้เลือสภาพแค่นี้...
ใครมาเล่นเกมที่ห้องจะรู้เลยว่า... ห้องมีแค่นี้แหละ...
ที่เหลือเป็นของไร้สาระเต็มห้องไปหมด...
ต้องใช้พัดลมเป่าข้างๆเวลากลางคืน...
ดูเหมือนว่าสองมุมข้างต้นจะโล่ง...
แต่ที่จริงแล้ว... ของเกือบทุกอย่างมันมากองยัดอยู่มุมนี้นี่เอง...
รกมาก... แต่มีหนังสือให้นอนอ่านได้ทั้งวันเลยนะ...
วันนี้ฝนตกช่วงบ่าย... ทั้งๆที่แดดออก...
และมันจะเป็นแบบนี้เกือบๆทุกวันแหละ...
โต๊ะทำงานที่ผ่านไปวันเดียวก็เริ่มจะมีของมากองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ...
ส่วนหนึ่งที่ห้องมีแต่ฝุ่นก็เพราะว่าอากาศที่ผ่านเข้าห้องนั้นมีตลอดทั้งวัน...
พวกมุ้งลวดเลยทำงานหนักไม่ไหว... ยอมปล่อยให้ฝุ่นเข้าห้องโดยปริยาย...
รูปนี้จริงๆแนวตั้งแต่จับมา rotate...
ตัวหนีบที่ซื้อมาจากสำเพ็ง... ชุดนึงมี 12 ตัว...
สัตว์น้ำตัวอื่นทิ้งไปหมดแล้วเหลือแต่หมึกสี่สี...
เอาไว้หนีบจอโน๊ตบุคบ้างกระดาษบ้าง...
ตุ๊กตา Pinky ของแท้... มีอยู่สามตัว... ที่เหลือเก๊หมด...
ตัวขวาเป็นตัวที่ซื้อมาแทนตัวเองเมื่อก่อน...
ช่วงหลังๆเริ่มหาแฟนให้มัน...
แต่ชีวิตจริงยังหาให้ตัวเองไม่รอดเลย...
เกมที่เล่นบ่อยช่วงนี้... เป็นเกมเกี่ยวกับดนตรีและจังหวะ... สนุกดี...
เล่นบ่อยพอๆกับเกมเลขไขว้ Sudoku เลย...
วันพุธที่บ้านพอจะมีเวลาว่างครึ่งวัน...
เลยไปนั่งทานข้าวกันที่ร้านสาขาที่เซ็นทรัลเวิลด์...
ถือโอกาสไปส่งของด้วย...
หลังจากบ่ายวิ่งวุ่นทำงานใครงานมัน...
แน่นอน... นี่ของพ่อของฉันนั่นเอง...
มีพ่อก็ต้องมีแม่ด้วย... ยิงชัตเตอร์ตอนกำลังเคี้ยวข้าวเลยล่ะ...
ก่อนจะแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน... เลยลงมาถ่ายข้างล่างเล่นกันซักภาพ...
ส่วนตัวผมต้องแยกไปเก็บเช็คที่พารากอนและเดอะมอลล์...
ก็เลยต้องพึ่งรถไฟฟ้าเป็นม้าเร็วในการเดินทาง...
กระจกบนรถไฟฟ้า... จ้องนานๆแล้วเบลอมากๆ...
เพ่งจนจะเห็นเป็นรูปสามมิติกันเลยทีเดียว...
ขากลับจากรับเช็คกลับมาทางอนุสาวรีย์...
ถึงเวลาเย็นแล้ว...
เลยเดินวนถ่ายรูปเล่นแถวสะพานลอยรอบอนุสาวรีย์...
ขอลองมุมกว้างๆหน่อย...
การได้ดูพระอาทิตย์ตกที่นี่...
คนที่นี่เยอะมาก...
ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้ดูพระอาทิตย์ตกเพียงคนเดียว...
รถพยาบาล... เอ๊ะ... ทำไมกลับด้าน...
เดี๋ยวนี้มีลูกศรบอกทิศทางไปห้องน้ำด้วย...
เมื่อก่อนหาห้องน้ำไม่เจอต้องวิ่งไปที่เซ็นเตอร์วันอนุสาวรีย์ชัยที่เดียว...
หากเราเดินวนรอบอนุสาวรีย์ชัยฯแล้ว...
เมื่อแหงนหน้าขึ้น... จะพบว่ามีเสาไฟแบบนี้อยู่รอบๆเลย...
ว่าแต่ว่า... มันมีทั้งหมดกี่ต้นกันนะ...
ผมเป็นโรคหัวใจโดดเดี่ยวสถาบันนี้จะช่วยผมได้ไหมนะ???
เดินถ่ายเล่นไปเรื่อยไฟรอบๆอนุสาวรีย์เริ่มเปิดแล้ว...
ในภาพจะเห็นดาวศุกร์และดาวอังคารด้วย...
แสงไฟจราจรยามค่ำคืน... มิใช่ปาฏิหาริย์แต่อย่างใด...
เมื่อเห็นว่าเย็นแล้วนึกได้ว่าเจ้าแมวนักข่าวเลิกงานต้องกลับบ้านมาทางนี้...
เลยเรียกมากินข้าวเพราะไม่ได้เจอกันเสียนาน...
ตกลงไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือกันนี่แหละ... ง่ายและไม่แพงเกินหากกินแต่พอดี...
เสร็จแล้วมาต่อของหวานกันต่อที่...
สเวนสัน... เอ้ยสเวนเซ่น...
เดือนนี้มีฟองดูซึ่งไม่ค่อยชอบเลย...
อยากกินพวก 49 59 มากกว่า...
สุดท้ายสั่งอเมริกันทาวเวอร์...
แก้วน้ำที่นี่ใสดี...
ช่วงรอไอสครีมส่งเกมให้เจ้าแมวนักข่าวไปเล่น...
กลายเป็นติดเกมไปเสียแล้ว...
ไอสครีมมายังจิ้มจอจึกๆๆๆ...
ระวังจะโดนแย่งไอสครีม...
เล่นเกมตีกลองนี่เอง Taiko...
เหมือนเกมตีกลองที่เล่นในห้างน่ะแหละ...
แต่ใช่ปากกาตีแทนไม้กลองใหญ่ๆ...
ปล่อยเขาเล่นเกมไป...
สั่งไอสครีมมากินต่ออีกดีกว่า...
วันนี้กินไอ้อืดไปเลย...
ธงที่ปักไอสครีมโดนนำไปปักปากคนเสียแล้ว!!!
ดูหน้ามันเริ่มง่วงแล้วแหละ...
เพราะไอ้หมอนี่นอนตี 2- ตี4 ทุกคืน...
ไม่ทำงานก็เล่นคอม...
สมควรปล่อยให้โทรมนะเอ็ง...
พอได้จังหวะได้จับเครื่องเกมกับเขาบ้างล่ะถึงกับหน้าเปลี่ยนอารมณ์ไปเลย...
ไม่น่าเชื่อเลยว่ะพวก... ว่าเกมจะเปลี่ยนคนได้ขนาดนี้...
หลังจากที่กินไอสครีมกันเสร็จก็แยกย้ายกันที่อนุสาวรีย์กลับบ้านใครบ้านมัน...
จบแล้วคับ...
วันอาทิตย์นี้อย่าลืมไปออกเสียงของท่านเพื่อประชาธิปไตยนะคับ...
ราตรีสวัสดิ์... 8/12/2007 2007.08.11-เดินลุยเดี่ยว...เที่ยววัดอรุณ... วันนี้มีโอกาสได้ออกไปเที่ยวก่อนไปขายของได้แวบนึง...
เลยถือโอกาสนี้ลุยเดี่ยวพาเที่ยววัดนอกจากวัดพระแก้วที่เรามักจะไปกันบ่อยๆนะคับ...
วันนี้วัดพระแก้วคนเยอะมากๆ...
เห็นแล้วไม่อยากเดินเข้าไปเลยล่ะ...
เอาเป็นว่าเรามาเริ่มต้นการเดินทางจากหัวมุมถนนหน้าพระลานละกัน...
แยกนี้อาจเป็นทางเลือกในการท่องเที่ยวย่านนี้ได้หลายที่เลยทีเดียว...
เราเดินมาตามทางถนนหน้าพระลานเลียบข้างวัดพระแก้วกันไปเรื่อยๆ
ผ่านต้นสายรถเมล์หลายสาย...
ผ่านเหล่าฝรั่งและคนต่างชาติ...
ผ่านเหล่าฝูงนกกระจอกมากมาย...
เมื่อมาถึงวัดโพธิ์...
เราสามารถเดินได้บริเวณรอบๆวัดได้ฟรี...
อย่าเผลอใจไปกับป้ายค่าผ่านทาง...
เพราะเขาเขียนแอบๆไว้ว่า...
คนไทยเข้าฟรี...
โดยรอบๆวัดโพธิ์ร่มรื่น...
เหมาะแก่การนอนกลางวันมากๆ...
อีกข้อหนึ่งคือ... วัดโพธิ์ไม่ค่อยมีอะไรรอบๆเท่าไหร่...
จึงเหมาะแก่การเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจมากกว่า...
รูปนี้ไม่มีอะไรจะกล่าวแฮะ...
กระเบื้องแป้นเกล็ดที่ได้มาจากผู้ทำบุญให้กับวัด...
เกือบทุกแผ่นจะมีเขียนชื่อผู้ทำบุญไว้...
เพียงแต่ว่าจะมีกี่แผ่นที่นำมาปูบนหลังคาเท่านั้นเอง...
ทั้งวัดพระแก้วและวัดอรุณต่างก็มียามเฝ้าประตูหน้าคล้ายกัน...
แต่เพิ่งเคยเห็นรูปวาดชัดๆแบบนี้...
ม้าปั้น... หน้าเหมือนการ์ตูนช่องเก้าเลย...
บรรยากาศที่วัดอรุณร่มรื่นสบายใจด้วยสีเขียวสดจากใบไม้...
แล้วนางเหมียวนี่มาเกี่ยวอะไร...
หลังจากที่เดินวัดโพธิ์จนหนำใจแล้ว...
เราก็จะมาเดินทางไปสู่วัดอรุณกัน...
การเดินทางไปวัดอรุณต้องนั้งเรือข้ามฟากที่ท่าเตียน...
ค่าใช้จ่ายคนละ 3 บาท...
เมื่อเรือมาถึงฝั่งเราจะพบว่าวัดอรุณมีลานกว้างๆมากมายริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา...
ให้เราเดินเล่นถ่ายรูปได้อย่างสบายใจ...
ใครอยากพาสาวๆมาถ่ายรูป potrait ที่นี่ถ่ายได้สบาย...
ที่นี่จะมีบริการหุ่นให้นักท่องเที่ยวได้เอาหน้าไปใส่และมีบทบาทร่วมกับสถานที่...
เราสามารถเดินทางขึ้นบนพระปรางค์ได้...
ความสูงนั้นเรียกได้ว่าถ้ากลัวอย่าได้ขึ้นไปเชียว...
แต่ลองซักครั้งในชีวิตก็ไม่เลวนะ...
หวือหวากว่าขึ้นภูเขาทองหน่อยเดียวเท่านั้น...
เห็นไหมว่าจากข้างบนลงไป... ไม่สูงงงงง...
พวกนักท่องเที่ยวมือบอนชอบเขียนชื่อตัวเองหรือคนที่รักใส่ผ้าพันรอบปรางค์...
ทุกด้านเลยล่ะ...
เมื่อขึ้นมาสู่ชั้นบนสุดมองขึ้นไปแล้ว...
ทึ่งในคนสร้างจริงๆว่า...
ไม่กล้วความสูงกันบ้างหรืองัย...
พวกชาวต่างชาติเวลาเดินลงถึงกับกำราวแน่น...
เนื่องจากเสียวกันทุกคน...
มุมนี้อยากได้สาวๆมาเป็นแบบจัง...
หลังจากลงมาจากปรางค์เราสามารถเดินชมบรรยากาศรอบๆก็ได้...
หาน้ำดื่มหรือก๋วยเตี๋ยวทานก็ได้...
สำหรับวันนี้ใช้เวลาในการท่องเที่ยวเพียงแค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น...
ก็สามารถเที่ยววัดได้ทั้งสองวัดได้แล้ว...
ในวันหลังเราจะพาไปเที่ยวรอบๆสนามหลวงกันต่อไป...
สำหรับตอนนี้เดินเที่ยวเสร็จก็ไปขายของต่อที่เสาชิงช้าแหละคับ...
ยังงัยการเดินทางวันนี้อาจจะดูสั้นไปหน่อย...
ไว้วันหลังมีเวลาเที่ยวยาวกว่านี้อาจจะมีรูปมากขึ้น...
แต่ช่วงนี้ได้เที่ยวขนาดนี้ก็ถือว่าสนุกคุ้มค่าแก่เวลาแล้ว...
ราตรีสวัสดิ์...
สุขสันต์วันแม่นะขอรับ...
"รักแม่" (ทุกวัน)... 8/3/2007 2007.08.02 - หายไปยาวนาน และ วันเกิดพ่อของฉัน...ทั้งๆที่มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในทุกๆวัน...
แต่ร่างกายไม่ยอมทำงานตามเท่าไหร่นัก...
หลังจากที่กลับถึงบ้านอาบน้ำ...
เปิดคอมเล่นซักพัก...
ปิดไฟเอนกาย...
เปิดเกมเล่นซักประเดี๋ยวไม่เกิน 5 นาที...
หลับ...
บางทีกลับบ้านมาแค่ตอนเย็นก็หลับถึงเช้าเลยก็มี...
เนื่องด้วยงานที่หนักมากมาย... แต่ก็คุ้มค่าเกินที่จะให้หนักกว่านี้ก็ยังได้...
กล้องถ่ายรูปตัวเดิมที่ทำหน้าที่มันมาอย่างดีตั้งแต่สมัยเรียนปีสาม ผ่านไป 6ปีเศษแล้วมันก็ยังทำหน้าที่ของมันอย่างดีอยู่...
เพียงแต่ว่ามีกล้องตัวใหม่มาแทนที่... แบตใช้ได้นานกว่าจับโฟกัสได้เร็วกว่า...
น้ำหนักดีกว่า... แต่ตัวเดิมก็ยังเป็นตัวที่อยู่ในบ้านตลอด...
ว่าแต่กล้องใหม่ยังไม่มีโอกาสหาเวลาไปถ่ายรูปจริงๆจังๆซักที...
ลองฝึกกล้องตัวใหม่หัดถ่ายขนมที่น้องเรียนทำกับแม่มา...
ยอมรับเลยว่าแม่ทำขนมหรือเค้กทุกอย่างได้เก่งจริงๆ...
วันนี้น้องสาวอยากทำเค้ก...
เพราะมันเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของครอบครัวเลย...
วันคล้ายวันเกิดพ่อน่ะเอง...
จริงๆพ่อไม่รู้วันเกิดที่แท้จริง...
เพียงแต่ย่าบอกว่าเกิดวันวิสาขบูชา...
แต่วันวิสาขทุกคนงานก็เยอะจนไม่ว่างกัน...
เรียกว่าหลับกันตั้งแต่หัววันเลย...
ก็เลยถัดมาเป็นวันเข้าพรรษาละกัน...
แต่สุดท้ายทุกคนในบ้านก็มาอยู่รวมกันเป็นครอบครัวในวันนี้ล่ะนะ...
วันนี้น้องบรรจงแต่งเค้ก...
หยอดเชอรี่เอง...
อบเค้กก็ทำเอง... โดยมีแม่กำกับอยู่ตลอดเวลา...
สุดท้ายก็ได้เค้กที่ทำให้คนในครอบครัวมีความสุข...
แต่ของแถมคือ... เค้กที่เยอะเต็มตู้เย็น...
คุกกี้สองโหลแก้วและอีกสามถุงพลาสติก...
เอแคลร์ทั้งใส่ใส้และไม่ใส่ใส้อีกเป็นกล่อง...
เรียกว่าวันหยุดสองวันนี่ทำแต่ขนมอย่างเดียวเลย...
สุดท้ายต้องไล่แจกข้างบ้านแจกลูกน้องแจกเพื่อนๆพ่อแม่น้อง...
จนตอนนี้ก็ยังไม่หมด...
ช่วงนี้คิดว่าคงต้องหาเวลาพักเสียแล้ว...
โปรแกรมงานเดือนหน้าก็มาเรียบร้อยแล้ว...
แต่ขอมีเวลาแอบไปหัดทำตุ๊กตา 3D ในคอมซักนิดก็ยังดีนะ...
ว่าแต่ว่า... ทำไมวันนี้เอารูปจากอัลบัมมาใส่ในสเปชไม่ได้ฟะ...
ครั้งก่อนๆยังทำได้เลยนี่หน่า -_-"
มันเกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย...
ราตรีสวัสดิ์...
Edited!!! ลงรูปได้แล้วเว้ย!!! |
|
|