Siripattana's profileSquidMan.ExE's Blog...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    6/27/2007

    2007.07.27 - ซัดบุฟเฟต์ที่ Tsubakiya (ซึบากิยะ)...

    งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลความเมื่อย...
    วันอังคารนั้นคือวันหยุดของเรา...
     
    ทำงานแบบนี้เรียกว่าวันหยุดไม่ตรงกับชาวบ้านเค้าเลย...
     
    วันเสาร์อาทิตย์ดันเปิดร้านเต็มวันซะนี่...
    ใครที่อยากทานสะเต๊ะไม้ใหญ่ๆไม่มีเอ็นไม่มีมัน...
    และเนื้อสันนอกพรีเมียมเกรด...
    ก็ลองมาทานกันที่เสาชิงช้าได้ทุกศุกร์เสาร์อาทิตย์เช่นเดิมนะคับ...
    งานนี้ถ้าบอกว่ามาเพราะรู้จักก็มีแจกแถมกันไปตามระเบียบ...
     
    ช่วงนี้ฝนตก...ร้านอื่นขายไม่ได้ แต่ร้านเราก็ยังขายได้...
    แต่งานที่เสาชิงช้าจะเงียบเหงาเอา...
    ฝนเอยอย่าตกเลยนะ...
    สงสารคนที่มาเดินงานกันหน่อย...
     
    ช่วงบ่ายๆที่บูธจะมีเวลาว่าง...
    ก็เลยไปขอร้านที่ติดกันด้านหลังเรียนวิชา...
     
    กวนกะละแมซักหน่อย... เรียกได้ว่าไอ้กาละแมโบราณนี่มัน...
    ทั้งหนืด เหนียว และหนึบมากๆ...
    กวนได้นิดเดียว... แขนจะหักเอา...
    ต้องให้ลุงเจ้าของร้านกลับมากวนเหมือนเดิม...
    กะว่าจะฝึกกวนวันละ 10 นาที เพื่อฝึกกำลังแขน...
    แขนที่แข็งแรงเอาไว้สะบัดกระทะก็ได้นะ...
    ทำไข่เจียวก็อร่อย... ผัดข้าวผัดก็ทำให้เครื่องกระจายห่อข้าวทุกเม็ด...
     
    เอาเว้ยสู้ๆ วิถีแห่งอาหาร ช่างกว้างขวางนัก!!!
     

     
    วันนี้วันอังคารเป็นวันหยุด...
    พอจะมีเวลาทำอะไรส่วนตัวได้...
    มีร้านที่เห็นในอินเตอร์เน็ตและจองเวรเอาไว้ว่า...
    ต้องไปกินให้ได้...
    นั่นก็คือร้านอาหารญี่ปุ่น สึบากิยะ Tsubakiya ซอยสุขุมวิท 33/1 นั่นเอง...
    ร้านนี้ตราไว้ว่าบุฟเฟต์ 270 บาทเท่านั้น...
     
    แต่ค่ารถเดินทางเพื่อมากินนี่เยอะเอาการ...
     
    เริ่มจากการมุ่งมาสู่สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์...
    (เมื่อก่อนตอนมาออกบูธเองที่เอมโพเรียมเป็นสถานีที่ไม่อยากมาเลย
    มันไกลบ้าน...)
     
    อยากดูทรานสฟอร์เมอร์ส อยากดูหนังหลายๆเรื่อง...
    แต่ก็ไม่ได้ดูเพราะช่วงนี้งานเยอะ...
     
    เดินย้อนกลับมาหน่อยนึงฝั่งตรงข้ามเอมโพเรียมก็จะเจอ...
    ซอย 33/1...
     
    เป็นซอยที่ร้านอาหารญี่ปุ่นมีมากมาย...
    มีร้านที่ค่อนข้างจะดังในเน็ตก็คือร้าน คุโรดะ...
    ราเมนเตย์... คัสตาร์ดนากามูระ...
    ให้เดินผ่านร้านพวกนี้ไปก่อน...
     
    มาถึงเกือบท้ายซอย...
    แหงนคอขึ้นนิดก็จะเจอป้ายร้าน ซึบากิยะ...
    ไม่รอช้าปรับระดับสายตาลงมาหน่อย...
    อ่าป้ายร้านแบบนี้แหละที่จำมาจากภาพบนอินเตอร์เน็ต...
     
    มองต่ำลงก็จะเห็นว่าซูชิสายพาน บุฟเฟต์ 270 บาทจริงๆ...
    แต่ควรมาตอน 11:00 - 15:00 เท่านั้น...
    เพราะเป็นเวลาที่จะสามารถทานบุฟเฟต์ได้...
    งานนี้ไม่มีใครมาด้วยเพราะติดงานกันหมด...
    ส่วนเจ้านัชคนชวนดันเจ็บคอ... มาไม่ได้ซะงั้น...
    (ใครจะมาทานก็มาวันเสาร์อาทิตย์ได้)...
     
    เข้ามาในร้านก็จะมีแขกพอควรเลย...
    ทางร้านก็จะจับเรามานั่งริมสายพาน...
    แหม่ะ... บรรยากาศกดดันมาก...
    ข้างซ้ายข้างขวาประกบด้วยนักกินที่กินกันไปแล้วเกือบสิบจาน...
    ซ... ซวยละกรู... งานนี้จะไหวมะเนี่ย...
    เมื่อเช้าดันกินข้าวมาก่อนซะอีก...
     
    พนักงานถามว่าจะรับน้ำอะไรดีคะ...
    ถ้าเป็นชาเขียวก็ถ้วยละ 20 แต่เติมตลอด...
    ถ้าน้ำเปล่าเย็นก็ฟรีเลย... รวมในบุฟเฟต์อยู่แล้ว...
    งานนี้ขอชาเขียวเย็น...
     
    พนักงานส่งสัญญาณเหมือนจะบอกว่า...
    เอานั่งเซ่ออะไรอยู่หยิบกินได้แล้ว...
    (จริงๆพนักงานมารยาทดีมากบอกว่าเชิญหยิบทานได้เลยค่ะ)...
     
    บรรยากาศยังคงกดดัน...
    ข้างซ้ายขวากินกันไม่ยั้ง...
    ไอ้เราก็สั่งมาบ้าง...
    (อ่อ ของส่วนใหญ่จะทำสดนะ... ไม่ต้องรอจากสายพานเพราะมันจะไม่ค่อยมี)...
    สั่งได้จากเมนูเลย...
    ขอให้ไม่เกิน 100 บาท จะสั่งกี่จานก็ได้...
     
    เริ่มจาก กุ้งหวาน ebi... หมึกหอม ika ... หมึกยักษ์ tako ...
    แซลมอน... ทาโกะยากิ... โครกเกะ...
    สั่งบ้างหยิบบ้าง... บรรยากาศยังคงกดให้ทานเหมือนเดิม...
    ไม่ได้หยิบเครื่องเกมมาถ่ายภาพเลย...
     
    หลังจากไข่หวาน...
    เริ่มผ่อนคลาย... หยิบกล้องมาเก็บภาพได้แล้ว...
     
    ตอนนี้ทานไปได้ 1... 2... 3... 9 จานแล้ว...
     
    อุ๊... บรรยากาศแย่สุดๆเมื่อรู้สึกตึงแน่นท้อง...
    ฤาเราจะมาจบลงหลังจากทานไปได้แค่ 15 นาทีเนี่ย...
     
    จึงงัดไม้ตายพิเศษ... ที่ซ่อนอยู่ตรงกระดุมกางเกง...
     
    ไม้ตายนั้นคือการปลด Limiter นั้นเอง...
    เริ่มทานต่อได้...
     
    กลับมาอีกทีคราวนี้ tako มีซอสราดมาด้วยแฮะ... ทีแรกๆ ไม่มีนี่หว่า...
    อ่อของที่นี่สดพอประมาณที่หาได้ตามร้านทั่วไป...
    อยากคาดความสดเหมือนมาจากตลาดใหม่ๆ...
    แต่ก็ไม่จัดว่าเลยเวลาทองของวัตถุดิบมัน...
     
    อันนี้เป็น ข้าวม้วนเทมปุระ...
    ชอบไอเดียที่เอาข้าวชุบแป้งลงทอดซ้ำอีกทีด้วย
    ทำให้ข้าวมีกลิ่นหอมอ่อนๆ... กรอบแกรบพอใช้ได้...
     
    ถัดจากนั้นมีของหวานหลุดมาจานนึงตามสายพาน...
    ไม่รอช้าคว้า ถั่วแดงห่อแป้งที่โปะด้วยวิปครีม 1 แหมะ...
    แปลกตรงช่วงหลังๆเริ่มทานช้าลง...
    แต่ถ้าเป็นของหวานอันนี้กลับทานได้อย่างคล่องคอ...
    นานๆไหลมาทีนึงทานร้อนๆอร่อยมาก...
     
    ต่อด้วยโครกเกะ... มันบดหมูสับทอด...
    ใส้ในร้อนมากพอๆกับทาโกะยากิ...
    ตัวเร่งการใส่น้ำลงกระเพาะอย่างดีเลย...
     
    ทูน่าหรือมากุโร่นี่แหละจำไม่ได้... ไม่เชี่ยวชาญด้านซูชิ...
    แถมนานๆกินทีจำไม่ได้หมดหรอก...
    ว่าแต่สีมันสดจิง...
     
    ข้าวห่อไข่ปลาปรุงเผ็ด...
    ไอ้นี่เคยเห็นตามห้างหลายครั้งแล้ว...
    แต่ไม่มีโอกาสได้กินเพราะราคามันแพง...
    ไข่ยาวๆ ตกอันละเกือบร้อยเข้าไปแล้ว...
    กินราดหน้าได้ 3-4 จานเลย...
    แต่กินแล้วไม่อยากกินอีกเพราะมันเผ็ด...
    เอ้า... กรอกน้ำเข้าปากตามลงไปแก้วนึงเลย...
     
    ขอเมนูมาแบไว้บนโต๊ะเลยจะได้สั่งได้สะดวก...
     
    กินไปตาเริ่มลอย... มีปรับด้วย...
    ถ้าทานไม่หมด...
    งานนี้มีแต่กินไม่เหลือจ้า...
     
    สายพานที่ไม่ค่อยมีอาหารมาเท่าไหร่... จำไว้...
    อย่านั่งเฉย... นึกอะไรได้สั่งไปเลย...
    ลูกค้าแถวนี้ชอบสั่งสไปเดอร์ ข้าวม้วนสาหร่ายกัน...
    ท้องมันไม่ไหวก็เลยสั่งตามไม่ทันแล้ว...
     
    สัญญาณอันตรายมาอีกครั้ง... คราวนี้ไม่มีตัวลิมิเตอร์ให้ปลดอีกแล้ว...
     
    เป็นอันจบสิ้นกันแค่นี้แหละค้าบ...
    เท่านี้ก็พออิ่มละ...
     
    ขาออกมาจากร้านต้องเดินตัวกางเลยเพราะท้องไม่ชินกับการทานอะไรมากๆ...
     
    ผ่านมาร้านคัสตาร์ดนากามูระ...
    ร้านนี้ในเน็ตบางคนให้ 4-5 ดาวเลยทีเดียว...
    แต่ไม่กล้าถ่ายรูปในร้านนะ... เกรงใจพนักงาน...
     
    ซื้อหนมติดออกมานิดหน่อย... เพราะไม่ค่อยมีตังค์แล้ว...
     
    ขากลับแวะออกมาเดินย่อยอาหาร...
    ดูซอยข้างๆเผื่อมีห้องว่างให้เช่าเปิดร้านสะเต๊ะแถวนี้บ้าง...
    แต่ไม่มีที่เลยแฮะ -_-"
     
    ก่อนขึ้นรถไฟฟ้าแวะไปแผนกอาหารที่เอมโพเรียมแวะเวียนไปหาพวกพนักงานที่เคยขายร้านใกล้ๆกัน...
    คุยถามสารทุกข์สุขดิบ...
     
    จากนั้นยังพอเหลือเวลา...
    เลยแวะไปหาเจ้าแมวนักข่าว...
    ที่ช่อง 7 สีทีวีเพื่อเอ็ง...
    เพื่อเอาการ์ตูนที่ยืมไปคืน...
    น่าเสียดายที่เจ้าแมวนักข่าวยังไม่เลิกงาน...
    เห็นว่าอยากไปกินก๋วยเตี๋ยวอนุสาวรีย์...
    แต่ขอโทษว่ะ... ท้องมันไม่รับซะแล้ว...
    สภาพตอนนี้ให้กินอะไรก็ขอบายละ...
     
    ตกดึกลูกน้องที่ให้พักแถวบ้าน...
    ซื้อโซดามาฝากหลังจากกลับมาจากห้าง...
    ซึ้งในน้ำใจจริงๆเลย...
    ช่วงนี้อากาศร้อนดื่มโซดาทุกวันเลย...
    รสมันแซ่บได้ใจ...
    ห้องเริ่มกลับมาอยู่ในสภาพที่เกินทนอีกแล้ว...
    อังคารหน้าถ้าไม่ไปไหน...
    ก็อาจจะใช้เวลาจัดห้องซักหน่อยแล้วล่ะ...
     
    วันนี้ออกไปประชุมที่สำนักพัฒนาสังคม...
    ไปจับฉลากออกบูธที่งานโอท๊อป ที่เมืองทองธานี...
    เฉพาะแผนกอาหารไปกันร้อยคนเศษๆ... ดันให้จับบูธแค่ 24 บูธ...
    แต่ขอบคุณพระเจ้า...
    ไปสาย... โอกาสจับก็หลังชาวบ้านเขา...
    แต่ดันจับได้...
    พบกับยิ่งเฮงพรีเมียมสะเต๊ะ ที่เมืองทองธานี ชาเลนเจอร์ฮอลล์...
    วันที่ 7-15 เดือนกรกฎาคม ศกนี้ นะค้าบ...
    อิอิ...
    ฟิตร่างกายให้พร้อมกับทุกงาน...
     
    โปรแกรมจะเปิดร้านเพิ่มเป็นบ้านตึกแถวยังคงดำเนินต่อไป...
    เดือนหน้าคาดว่าจะต้องเปิดร้านเพิ่มเป็นของตัวเองอีก 1 สาขาให้ได้!!!
    สู้ๆๆๆๆ เท่านั้น...
     
    ขอบคุณทุกกำลังใจคับ... ^_^
     
    ราตรีสวัสดิ์...
    6/20/2007

    2007.06.19 - งานน่ะมาพอดี... แต่คนกำลังจะน่วม...

     
    สถานะปัจจุบัน...
     
    \
    (นานๆจะมีโอกาสนอนวาดรูปเล่นเช่นคืนนี้ซักคืนนะเนี่ย)...
     
    หลังจากที่ไปออกร้านที่เดอะมอลล์บางกะปิแล้ว...
     
    คราวนี้เป็นบูธยาว... ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ร่วมสามเดือน...
    ที่หน้า กทม. เสาชิงช้า...
    ใครเบื่อเที่ยวห้างก็ไปเดินเล่นได้นะกับตลาดสินค้าราคาประหยัด...
    ตามแนวเศรษฐกิจแบบพอเพียง...
    มีสินค้าจากพวกห้างร้านต่างๆ...
    เสื้อผ้ากระเป๋าถูกมากๆ 50 บาทได้เป้เลย...
    400 บาทได้กระเป๋าเดินทาง...
    พวก CP เซเว่นมาลงรายการ...
    สินค้า OTOP มากมาย...
    การแสดงตั้งแต่ห้าโมงถึงหนึ่งทุ่ม...
     
    งานนี้คนขายเหนื่อย... คนเที่ยวสบาย...
     
    แต่เรียกได้ว่าคุ้มเพราะไปจัดแค่สองสามวันก็มีลูกค้าประจำแล้ว...
    งานนี้ขายไม่แพง... แต่สุขใจ...
    ที่เห็นคนทานแล้วมีความสุข...
    ความสุขที่ได้รับจากรสชาติของสะเต๊ะที่เราทำ...
    เท่านี้ก็รู้สึกดีใจและภูมิใจแล้ว...
    เราจะต้องพัฒนาฝีมือต่อไปเพื่อความสุขของคนที่ทานทุกคน...
     
    ช่วงนี้ฝึกการใช้มีดในการหั่นผักให้สม่ำเสมอ...
    (แม้ขนาดจะไม่เท่ากันก็ตามทีตอนนี้)
     
    การไปออกบูธหลายๆที่ทำให้รู้ว่าความหนาของผักก็มีผลต่อรสชาติ...
     
    เช่นขายในห้องแอร์หรือที่ๆมีความชื้นบ้าง...
    การหั่นแตงกวาให้บางเพื่อให้ซึมซับรสของน้ำอาจาดได้ง่าย...
    แต่ในที่ที่แอร์แรงหรืออากาศร้อนทำให้ผักสูญเสียความชื้นและเหี่ยวง่าย...
    ควรหั่นแตงให้หนาหน่อย(ประมาณ 1 มิล-เกือบ 2 มิล)...
    เพื่อให้แตงคงความสดกรอบนานขึ้น...
    เพราะถ้าแตงเหี่ยวรสชาติความสดของผักจะหายไปกว่าครึ่งเลยทีเดียว...
    ไม่ต่างกับกินพริกน้ำส้มเลย...
    ส่วนหัวหอมแขกและพริก...
    ไม่ว่ากรณีไหนก็ควรหั่นให้สม่ำเสมอ...
    เพราะบางไปหอมจะหลุดเป็นริ้วๆเศษๆไม่น่าทาน...
    แต่หนาไปรสของหอมก็จะกลบความกลมกล่อมของสะเต๊ะและน้ำอาจาดไปหมด...
    ส่วนพริกบางไปก็ไม่กรอบ...
    ดังนั้นถ้าพริกหรือหัวหอมเหี่ยวก็ควรทิ้งและหั่นใหม่ให้ลูกค้าดีกว่า...
     
    ส่วนการย่างหมูนั้นช่วงนี้ได้ทำเองเกือบทุกวันเลยว่าจะฝึกในการใช้ไฟจากเตาถ่านให้คล่อง...
    การปรับไฟ... การย่างให้เนื้อฉ่ำไม่แห้งเกินไปและสุกพอดี...
    นั่นคือรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านเลย...
     
    เรื่องอื่นๆคงต้องใช้เวลาและประสบการณ์ต่อไป...
     
    ภาพสถานะตอนนี้...
    ช่วงนี้แทบไม่ได้ถ่ายรูปอะไรเท่าไหร่เลย...
    เพราะไม่มีเวลา...
    พกกล้องเครื่องเกมไปทุกที่...
    แต่ไม่มีเวลาถ่าย...
    ไปออกบูธบางกะปิก็ไม่ได้ถ่าย...
    ไปออกบูธเสาชิงช้าก็ยังไม่ได้ถ่าย...
     
    แมวโชคดี... ที่ไม่ได้ถ่ายด้วยกันมานานมากแล้ว...
    หยิบแมวมาถ่ายกันเอง... มือนึงถือกล้องมือนึงถือแมว...
     
    รู้สึกเลยว่าตัวดำกว่าเก่า... เทียบกับต้นแขนแล้วคนละสีกับหน้าเลย...
    หน้าตาก็ไม่ได้ดีไปกว่าเดิม...
     
     
    แมวมันตัวหนักขึ้นทุกวันๆ...
     
    สถานะตอนนี้...
     
    แบตตัวเองจะหมดเอาได้ทุกวันเหมือนแบตมือถือ...
     
    หลังจากที่ครั้งก่อน... ยังมีแรงมาเล่นเน็ต...
    ขนาดที่ไปขายของต่อเนื่อง เหมือนจะแค่ 7 วัน...
     
    แต่จริงๆแล้วงานเข้ามาหลังจากนั้นทันที...
     
    ทำให้ต้องไปออกบูธทุกอาทิตย์...
    ออกเองกับลูกน้องอาทิตย์ละ 4 วัน...
    เหลือไว้ให้เตรียมงานสองวัน...
    และเหมือนจะเหลือไว้ให้ได้พัก 1 วัน...
    แต่จริงๆแล้วดันมีงานอื่นแทรกมาให้ได้ทำตลอด...
     
    บางวันกลับบ้านอาบน้ำเสร็จใส่กางเกง... นอนหลับคาพื้นเลยก็มี...
     
     
    รูปที่ถ่ายไว้เมื่อซักสามอาทิตย์ก่อน...
    มีโอกาสแวะไปธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์...
    เพราะไปดูน้องๆที่คณะที่ธรรมศาสตร์รังสิต...
    ไม่น่าเชื่อว่ากล้องจากแค่เครื่องเกม... ก็ถ่ายภาพออกมาได้อารมณ์เหมือนกัน...
     
    ตึกโดมยามเย็น...
     
    อันนี้ปลาหมึกที่ไปถ่ายได้จากงาน ThaiFex...
    งานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารเอเซียเลย...
    งานใหญ่ดี... ไปเดินแล้วได้อะไรกลับมาเยอะบ้างเหมือนกัน...
    แต่รองานพวกงานโรงแรมดีกว่า...
    เพราะอาหารอุตสาหกรรมเน้นปรมาณการผลิต...
    มากกว่ารสชาติและหน้าตาของอาหารอยู่มากเลยทีเดียว...
    อาหารที่เหมาะสำหรับร้านที่เราคิดไว้ก็คืออาหารทีรสชาติและความใส่ใจที่มีต่ออาหาร...
    และเป็นอาหารที่สร้างความพึงพอใจให้แก่คนทานดีที่สุด...
     
    เอาวะยังงัยช่วงนี้ก็ขอเดินตาม วิถีแห่งอาหาร ไปก่อนละกัน...
     
    ว่าแต่ว่าพรุ่งนี้วางบิลสามห้างแน่ะ -_-" จะรอดไหมเนี่ย...
    บางกะปิ...
    พารากอน...
    งามวงศ์วาน...
    อืมม์ห้างไกล้ๆกันทั้งนั้น...
     
    ราตรีสวัสดิ์...
    6/2/2007

    2007.06.01 - ไม่ไล่ก็ออก... เพลงนี้มันโดน...

     
    2007.06.01 - ไม่ไล่ก็ออก...
     
    วันนี้ขึ้นรถตู้เปิดเพลงคาราบาว... เพลง ไม่ไล่ก็ออก...
     
    เพราะแบบนี้แหละถึงสอนให้เรารู้จักดูแลใส่ใจลูกน้องของเราเองมากขึ้น...
     
    ฟังแล้วอย่างฮา... นึกถึงตอนอยู่ออฟฟิศว่ะ...
     
    โดน...
      
     
      * ผมอยู่ไม่ไหวยังไงก็ออก ไม่ไล่ก็ออก ไม่ต้องให้บอกหรอกเจ้านาย
    ไม่ใช่จะลืมคุณคน แต่ทนต่อไป ก็มีแต่ตายกับตายแน่นอน

    ** ผมอยู่บ้านนาเวลาใช้ควาย ไถนาพอบ่าย ก็ยังต้องให้มันพักร้อน
    ไม่ใช่หุ่นยนต์นะครับ อดหลับอดนอน ปวดหัวตัวร้อนไม่เคยใส่ใจ...

    *** เอ้า..เหนื่อยไหมเมื่อยไหม เจ้านายที่รัก เงินเป็นกระตั้กนับเงินเหนื่อยไหม
    เจ้านายลงทุน งอกเงยกำไร ผมเหนื่อยแทบตายงอกมาแต่เขา...

    **** ผมอยู่ไม่ไหวยังไงก็ออก ไอ้ใบลาออก ไม่ต้องให้กรอกหรอกเรื่องยาว
    ให้ด่าให้ว่าตามใจ เจ้านายเถอะเอา ลูกน้องมีเขาขอลาก่อนเด้อ...

    ***** งานก็เดิน แต่เงินไปอยู่ที่ไหนเล่า งานจะเอา แต่เงินไม่ค่อยจะจ่าย...
    เจี๊ยะแต่จี๊ อย่างนี้ก็อยู่ไม่ไหว ไม่ต้องไล่ยังไงก็ออก ออก ออก (ออก ออก)...

    (ซ้ำ *, **, *** 3 Times, ****, *****)

    สะใจดีแท้ๆ...

    ราตรีสวัสดิ์...

    6/1/2007

    2007.05.31 - ทำงานเจ็ดวันอย่างต่อเนื่อง... แล้วเราจะเจอกันใหม่อาทิตย์หน้า...

     
    อาทิตย์นี้ตั้งแต่วันที่ 31 - 6 มิถุนายน...
     
    ไปออกงาน Event ที่เดอะมอลล์บางกะปิ...
     
    งาน ร้อยเรื่องราว มะพร้าวไทย...
     
    จัดที่ Hall 1...
     
    เดินหาร้านหมูสะเต๊ะได้ไม่ยากแน่ๆ...
     
    แน่กว่านั้นคือต้องไปออกบูธเอง 7 วันล่ะนะ...
     
    ถึงห้าง 8 โมงเช้า ออกจากห้าง สี่ทุ่มครึ่งเป็นกิจวัตร...
     
    แล้วเราคงได้เจอกันใหม่...
     
    (ที่แน่ๆตอนหน้าคงเป็น เรื่องเล่าบนเตาหมูต่อจากที่หายไปนานแสนนาน)...
    แค่ไปขายของวันเดียวก็มีเรื่องเป๋อๆเหวอๆ มาสามเรื่องละ...
     
    แล้วเจอกัน...
     
    ราตรีสวัสดิ์...