Siripattana's profileSquidMan.ExE's Blog...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    5/22/2007

    2007.05.21 - รวบรวมแฟ้มข้อมูลอาหารมังสวิรัติของร้าน + Branding...

     
    กลับมาอีกแล้ว...
     
    หลังจากหายหน้าหายตาจากเส้นทางแห่งอาหารไปนาน...
     
    คราวนี้ถึงเวลาอาหารเสียที...
     
    เนื่องจากวันก่อนคุยกันในบ้านเรื่องปรับโครงสร้างระบบร้าน...
    ให้มีความหลากหลายจากเดิม...
    โดยนำอาหารที่เคยขายหรือเคยทำเมื่อก่อนในร้าน...
    มาทำใหม่เพื่อรวบรวมเป็นแฟ้มข้อมูล...
    และได้กล้องตัวเดิมที่ส่งไปซ่อมกลับคืนมาแล้ว...
    (กล้องที่ใช้มา 5 ปี)...
    ได้เวลาจับกล้องมาลองถ่ายรูปอาหารกันอีกครั้ง!!!...
     
    ธีมอาหารที่ทำจะรื้อฟื้นอาหารประเภทมังสวิรัติก่อน...
    ใครเคยทานจะรู้ว่าแม่ไปเปิดร้านในโรงอาหารที่ มศว ประสานมิตร...
    ร้านที่ 12 ทำไปได้ครึ่งปีต้องยกร้านออกเนื่องจากอาหารมังสวิรัติไม่เป็นที่นิยมในนั้นนั่นเอง...
    ทำให้ไม่คุ้มต่อรายจ่ายวัตถุดิบแต่ละวันที่ใช้...
    อาหารมังสวิรัติในปัจจุบัน... เป็นอาหารที่ทานง่ายถ้าไม่ใช้อคติในการลิ้มรสชาติ...
    ซึ่งเลียนแบบอาหารที่ประกอบด้วยเนื้อสัตว์ได้เกือบสมบูรณ์...
    ต่างกับอาหารเจซึ่งมีรสที่อ่อน... แต่ปัจจุบันอาหารเจ จอมปลอม...
    ก็พยายามทำรสชาติที่ฉีกจากรสกลางเป็นรสที่เด่นชัดเพื่อให้เข้ากับตลาดมากขึ้นก็มี...
     
    เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า...
     
    อาหารส่วนใหญ่แม่จะเป็นคนทำ...
    เราไม่ค่อยมีฝีมือเลยมีส่วนร่วมเพียงน้อยนิดเท่านั้น...
    เมื่อเทียบสัดส่วนผลงานที่ออกมาแล้ว...
     
    ต้มแกงจืดผักชี้ชวนฉ่าย...
    รสเปรี้ยวอมจืดเล็กๆ...
    ชี้ชวนฉ่ายหาทานยากแต่ได้ยินว่ามีคุณประโยชน์สูงด้านกากใยอาหาร...
     
    ผัดโคนเห็ด...
    โคนเห็ดหอมที่เค้าทิ้งกัน...
    สามารถเอามาทำอาหารที่อร่อยได้...
    ราคาไม่แพง...
     
    เต้าหู้ทอด เผือกทอด ข้าวโพดทอด...
    เต้าหู้นี่เป็นอะไรที่ทำง่ายมาก...
    ยากก็ตรงการผสมแป้งเพื่อทำเผือกและข้าวโพดทอด...
    กับการฝานเผือกเป็นเส้นๆ... เพราะเผือกดิบจะแข็งมาก...
    อีกข้อนึงที่สำคัญคือน้ำจิ้ม...
    ของทอดรสกลางๆ... หากไม่มีน้ำจิ้มคอยชี้รสแล้วล่ะก็...
    จะเป็นอาหารที่ขาดรสชาติที่เหมือนจะน่าทานเท่านั้นเอง...
     
    แกงพะแนง ลูกชิ้น...
    หมูเทียมตัวนี้ทำความเหนียวได้เหมือนกับหมูจริงๆเลยล่ะ...
    เพียงแต่ว่าต้องเคี่ยวเครื่องแกงให้เข้าถึงตัวเนื้อเทียม...
    เพราะเนื้อเทียมจะมีความหนาแน่นของแป้งสูงมาก...
    ทำให้รสชาติต่างซึมเข้าเนื้อได้ยาก...
    อาหารมังสวิรัติที่ทานแล้วไม่อร่อยก็อาจมาจากสาเหตุของรสชาติที่ตัดกันอย่างแรง...
    ระหว่างแกงรสเข้มกับเนื้อเทียมรสจืด... ทำให้รู้สึกว่าเป็นอาหารที่ไม่ได้ผ่านการปรุงอะไรเลย...
     
    แกงเขียวหวาน...
    ใช้เนื้อแบบเดียวกับข้างบน...
    แต่หั่นเนื้อเทียมให้บางลงด้วยใบมีดหยัก...
    หั่นแบบสุ่มๆเพื่อได้อารมณ์ของเนื้อไก่ฉีก...
    หรือจะใช้มือก็ได้...
    ข้อเสียของการใช้มือคือเนื้อเทียมจะเหนียวกว่าเนื้อไก่จริงๆ...
    ทำให้ฉีกแล้วเสียรูป... กลายเป็นชิ้นเนื้อเละๆไป...
    ต้องระวังให้ดี...
     
    ขนมจีนน้ำยา...
    อันนี้ไม่ได้ทำอะไรเลยถ่ายรูปอย่างเดียว...
    แม่จัดมาให้เสร็จ...
     
    ขนมจีนน้ำยาแกงป่า...
    อันนี้ง่ายกว่าเมื่อกี๊เพราะแค่เอาน้ำยาแกงป่ามาใส่แทนถ้วยเดิม...
    555 สบายคนถ่ายรูป...
     
    อันนี้คือสาคูเผือก และข้าวเกรียบปากหม้อ...
    ด้วยความที่อุปกรณ์ไม่พร้อมจึงขอยืมตัวมาจากร้านข้างๆที่เซ็นทรัลเวิลด์นี่เอง...
    ขอขอบคุณ...
     
    กานาฉ่าย...
    หม้อตุ๋นจะช่วยให้ผักยุ่ยง่าย...
    ไม่ต้องมากวนๆเหมือนสมัยก่อนให้ยากลำบาก...
    ตุ๋นผักดองสับไปหนึ่งวัน... เพื่อให้ได้ความความนุ่ม...
    แต่ไม่เละจนเกินไป...
     
    แกงอะไรหว่าจำชื่อไม่ได้...
    ไม่ได้แตะอะไรเลย... ชามนี้... มีหน้าที่ถ่าย...
    อ่อช่วยใส่มะเขือเทศเท่านั้นแหละ...
     
    แกงจืดกะหล่ำสาหร่าย...
    ทำง่ายๆ...
    เคล็ดลับอยู่ตรงสูตรน้ำแกง
    ที่เหลือแค่ใส่ส่วนผสมต่างๆตั้งไฟไว้คนจนเดือด...
    ทิ้งไว้ซักครึ่งชั่วโมงผักกะหล่ำก็จะนุ่มทานง่าย...
     
    แกงจืดฟองเต้าหู้...
    ใส่เห็นหอม...
    ใช้น้ำซุปเคี่ยวเห็ดหอมซอยแบบเดียวกับด้านบนนั้นแล...
    ใช้ชุปแบบเดียวกัน...
     

     
    ต่อไปเป็นหน้าที่ที่ต้องทำและทำออกมาเป็นรูปเป็นร่างซะทีเกี่ยวกับร้าน...
     
    สติกเกอร์ฝากล่องปิดผนึกลายโลโก้ร้าน...
    ทำไปหลาย... โดนว่าเหมือนกันว่าเอาตังค์ไปลงทุนเยอะไปหรือเปล่า...
    ทำไปสามแบบ... ทำเสร็จได้เอามาใช้สองแบบ...
    อีกแบบเหลืออยู่ 1000 ชิ้น...
    (ทำมาใหญ่เกินขนาดกล่อง)...
     
    ตุ๊กตามาสคอตรูปพ่อ...
    โลโก้ร้านนั่นเอง...
    ไปจ้างทำที่เดอะมอลล์งามวงศ์วารกินเวลาร่วมสองอาทิตย์...
     
    ถึงกล้องจะเก่า... แต่ก็ยังชอบภาพที่ออกมาจากกล้องตัวนี้อยู่ดี...
     
    วันนี้ไปดูพื้นที่ที่ทางเดอะมอลล์บางแค...
    ชวนให้ไปลงหมูสะเต๊ะ...
    ไปเห็นพื้นที่แล้วยังไม่น่าจะโอเค...
     
    เลยไปลองหาอาหารทานตอนเย็น...
     
    ไปเจอหมูสะเต๊ะ ก็เลยซื้อมาลองกันซะหน่อย...
     
    นี่คือหมูสะเต๊ะที่หาซื้อได้ตามร้านอื่นๆ... ที่ไม่ใช่ร้านเรา...
    ขนาดเล็กสะใจมากๆ...
     
    สะเต๊ะส่วนใหญ่ในห้างเห็นมาเกือบทุกที่ทั้ง...
    บางกะปิ งามวงศ์วาน บางแค...
    มักจะเป็นขนาดนี้... แต่ขายไม้ละ 4 บาท...
    ใส่มันตรงปลายอีกด้วย... ซึ่งลูกค้าน้อยคนจะทาน...
    หลายคนทานแต่ด้านบนทิ้งมันไว้อยู่ดี...
     
    เคยมีลูกค้าบ่นกับที่ร้านว่าขายหมูสะเต๊ะไปได้ยังงัยไม้ละ 10 - 15บาท...
    (รวมค่าใช้จ่ายที่ทางห้างต้องหักออกตอนหลังด้วย)...
    แต่ปริมาณเนื้อและคุณภาพของเนื้อสันที่เอามาทำนี่มันต่างกันนะ...
    เนื้อสันที่คัดเอาเอ็นเอามันออกจนหมด...
    หมักและแช่แข็งสงวนความสดไว้ตลอดจนถึงเวลาย่าง...
    เท่านี้ก็น่าจะต่างกันพอควรแล้ว...
    แต่จะให้ดีก็ต้องเตาถ่าน...
    วันนี้ย่างหมูสะเต๊ะเตาถ่านส่ง Order ตอนเช้า...
    ชิมดู... รสชาติต่างกับเตาไฟฟ้ามากๆ...
    ความฉ่ำและความสดของเนื้อนี่ห่างไกลกันพอสมควรเลย...
    ถึงคุณภาพเนื้อเหมือนกันแต่ความร้อนที่ทำให้เนื้อสุกต่างกัน...
    รสชาติก็ต่างกันเกินจะบรรยาย...
     
    เทียบขนาดหมูสะเต๊ะทั่วไปกับหมูสะเต๊ะเกรดที่เราเอาไปขายตลาดนัดเมื่อสมัยก่อน...
    (รูปนี้ถ่ายเมื่อ 4 ปีก่อน ไซส์ยังคนละขนาด)...
     
    เทียบกับเกรดพรีเมียมในปัจจุบัน...
    ก็คือเกรดที่อยู่ในทุกห้างที่ไปลงนั่นเอง...
     
    ที่สำคัญ ทางร้านยังยึด จุดยืนเดิมว่า...
    "ยิ่งเฮง พรีเมียมสะเต๊ะ หมูนุ่ม ไร้มัน น้ำจิ้ม รสเด็ด..."
    เช่นเคย...
     
    ทุกวันนี้ก็ยังต้องชิมของที่ร้านทุกครั้งที่ไปดู...
    เพื่อรักษาคุณภาพไว้ให้คงที่เสมอ...
    (หรือแม้จะเบื่อสะเต๊ะแล้วก็ตาม)...
     
    ราตรีสวัสดิ์...
     
     
    5/20/2007

    2007.05.19 - ศรัทธา D.I.Y. บูชา แฟชั่น หรือของเล่น...

    2007.05.19 - ศรัทธา D.I.Y. ทำกันเองได้แล้ว...
     
     
    วันก่อนมีโอกาสได้ไปเที่ยวท่าพระจันทร์...
    เมื่อก่อนท่าพระจันทร์มีขายของกินเยอะ...
    กล่องพลาสติกก็มีเยอะ...
    หรือจะซื้อกล่องสเตนเลสแบนๆสวยๆซักใบก็หาไม่ยากนัก...
    คนส่วนใหญ่มาที่นี่เพื่อเช่าพระเครื่อง...
     
    แต่ผมมาที่นี่เพื่อซื้อของกินและต่อรถกลับบ้าน...
     
    สิ่งที่ได้เจอหลังจากไปท่าพระจันทร์ก็คือ...
     
    ผู้คนมากมายต่างแห่กันซื้อ วัตถุสีดำแบนๆหลายรูปทรง...
    มีหลายลายให้เลือก...
    ราคาตั้งแต่ 20 บาทถึง 1000 บาทเลยก็มี...
     
    กรอบพลาสติกทรงกลมและเหลี่ยมมากมายก่ายกอง...
    ใส่ในถุงพลาสติกใหญ่ๆ...
    สีทองบ้าง... สีเงินบ้าง...
    แล้วแต่ราคาถูกแพงแตกต่างกันไป...
     
    สร้อยหลากหลายแบบทั้งหนัง ยาง พลาสติก สเตนเลส ลูกประคำไม้...
    เยอะแยะไปหมด...
     
    แม้กระทั่งปากกาสีเงินและทอง...
    สำหรับลงสีเอง...
    หรือจะให้ร้านลงสีให้ก็ได้...
    คิดกันถูกๆ...
     
    ผมนั่งกินไอสกรีมดูคนที่ผ่านไปมานั้น...
     
    นี่หรือคือสิ่งที่คนไทยศรัทธา...
    นี่หรือคือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ...
    ไหงมันทำกันได้ง่ายๆแบบนี้ล่ะ...
     
    ความดีคือศรัทธาที่สร้างสมบ่มด้วยกาลเวลา...
    คุณธรรมคือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ...
    สติ... คือเครื่องเตือนใจในทุกโอกาส...
    สมาธิช่วยให้เอาใจใส่กับเป้าหมายชีวิต...
    แต่สิ่งที่ผมเห็น... มันคือความดีสำเร็จรูป... (งั้นเรอะ...)
     
    อยากจะรู้ว่าคนที่เอาศรัทธา...
    มาแอบเติมความงมงายแล้วคนให้เข้ากัน...
    แล้วนำมาเสริฟให้กับคนที่กำลังหิวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ...
    ทำเหมือนเป็นของเล่น...
    (ประกอบเองได้ปรับแต่งเองได้)...
    ทำเหมือนเป็นแฟชั่น...
    (มีแบบให้เลือกตามสมัยออกมาเรื่อย)...
    ทำเหมือนเป็นสินค้า...
    (สร้างขึ้นและเพิ่มราคาตาม Demand ของผู้บริโภคและตลาด)...
     
    มันไม่ได้ต่างกับเห็นความเชื่อบุคคลเป็นเรื่องตลกเลย...
     
    แต่ยุคนี้ก็คงต้องเป็นเจ้าสิ่งนี้สินะ...
     
    ศรัทธา D.I.Y. มึงมีกรู... ตามกระแส...
    ศรัทธามากน้อยตามราคา...
     
    ราตรีสวัสดิ์...
    5/18/2007

    2007.05.17 - ต้องออกกำลังกายซะแล้ว...

    2007.05.17... ต้องออกกำลังกายซะแล้ว...
     
    ตั้งแต่ปีที่แล้วจะว่าไปก็แทบไม่ได้ออกกำลังกายจริงๆจังๆซะที...
     
    ใครที่คิดว่าจบมาทำงานแล้วจะได้มีเวลาออกกำลังกายคิดผิดเลย...
     
    คนที่จะได้ออกกำลังกายส่วนใหญ่...
     
    มักจะออกกำลังกายตามหน้าที่... แฟนบังคับ... ลดหุ่น... เฟิร์มหุ่น... เป็นเกย์วิ่งจับหนุ่ม...
     
    เข้าคอร์สฟิตเนสหารักแท้...
     
    หรือไม่ก็ออกกำลังกายเพราะมีเพื่อน หรือไปกับครอบครัว...
     
    แต่การบังคับตัวเองให้ออกกำลังกายในวัยทำงานโดยลำพังนี่มันช่างยากเย็นจริงๆ...
     
    ยิ่งวัยหลังจากเรียนด้วยแล้ว...
     
    เงินที่หามาได้ในวัยนี้มักแลกไปกับตัณหาด้านการกิน...
     
    เจอเพื่อนก็กิน...
     
    เจออะไรอร่อยก็กิน...
     
    ฉลองก็กิน...
     
    ไม่รู้จะทำอะไรก็ชวนชาวบ้านไปกิน...
     
    ยิ่งหลังจากเรียนจบมาสองปีครึ่ง... มาเจอเพื่อนๆที่เรียนรุ่นเดียวกันแต่ละคนแล้ว...
     
    ช่างต่างจากเมื่อก่อนยิ่งนัก... น้อยคนที่จะหุ่นเหมือนเดิม...
     
    ยกเว้นว่ามันกินอะไรแล้วไม่อ้วนจริงๆ...
    (ไอ้พวกนี้เกิดมาวาสนาดีจริงๆ)...
     
    ...
     
    จะว่าไปแล้วเรื่องมันเกิดจาก...
     
     
     
    วันนี้รีบโหมงานตอนเช้าอย่างหนักหน่วง...
     
    เพื่อตกเย็นจะได้มีเวลา...
     
    วิ่ง...
     
    - วิ่งเพื่อสุขภาพ...
    - วิ่งเพื่อลดน้ำหนัก...
    - วิ่งให้ร่างกายแข็งแรง...
    - วิ่งเพื่อเผาผลาญพลังงานวัยหนุ่ม...
    - วิ่งเพื่อเผาพลาญกิเลส ตัณหา ราคะภายในใจ...
    - วิ่งนิดเดียวแต่ก็ขอวิ่งให้คุ้ม...
     
    เริ่มจากวิ่งในซอย...
     
    เจอทางลัดแปลกๆก็วิ่ง...
    (คึกจัดวิ่งทะลุสารพัดซอยข้างใน)...
     
    ไปๆมาๆโผล่อีกทีก็ห่างจากซอยถนนตัวเองไป 4 ซอยซะแล้ว...
    (ทางมันทะลุกันข้างใน)...
     
    แต่ก็ดีที่ออกมาเจอร้านน้ำเต้าหู้... เลยได้มื้อเย็นแบบเซฟตัวเอง...
     
    คาดว่า... ไอ้ความตั้งใจนี้คงจะมีต่อไปถึงวันพรุ่งนี้นะ...
     
    ราตรีสวัสดิ์...
     
    5/17/2007

    2007.05.16 - ปลาลิ้นหมา...

     
     
    2007.05.16 - ปลาลิ้นหมา...
     
     
     
     
    ได้กล้องถ่ายรูปคืนมาแล้วหลังจากที่ส่งมันไปซ่อมนานเกือบสองเดือน...
     
    ราตรีสวัสดิ์...
    5/11/2007

    2007.05.10 - มาเข้าครัวปรุงความสำเร็จกัน...

     

     


    วันนี้อยากลองชวนมาลองชิมอาหารที่ไม่สามารถหาทานได้จากร้านไหน...
    และเป็นอาหารที่แตกกต่างจากอาหารที่ทานแบบปกติกันหน่อย...

    เมนูนี้ชื่อว่า...

    "ความสำเร็จ..."

    หน้าตาของความสำเร็จ...
    ไม่มีรูปแบบเฉพาะ...

    ความสำเร็จสามารถหามาครอบครองได้หลายทาง...
    ความสำเร็จอาจจะหาซื้อได้ด้วยเงิน...
    ผลิตหรือสร้างด้วยตัวเองได้...
    สูตรของความสำเร็จไม่มีสูตรตายตัว...
    และไม่ว่าจะคิดสูตรเอง...
    หรือว่าได้จากการดัดแปลงหรือคัดลอกสูตรความสำเร็จ...
    ที่ได้รับการถ่ายทอดจากผู้อื่น...
    ก็ไม่มีข้อถูกผิดใดๆทั้งนั้น...

    บางคนทุ่มเวลาแรงกายทั้งชีวิตเพื่อแลกกับความสำเร็จ...
    ในขณะที่บางคนใช้โชคลาภนำมาซึ่งความสำเร็จ...
    บางคนใช้สมองสร้างความสำเร็จ...
    หรือบางคน...
    ขโมยความสำเร็จของผู้อื่น...

    ไม่ว่าจะได้มันมาอย่างไร...

    เราก็เรียกมันว่า"ความสำเร็จ"อยู่ดี...

    รสชาติของความสำเร็จ...
    เป็นรสชาติที่ทุกคนเสาะแสวงหา...
    ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจน...
    ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง...
    ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม...
    หากได้ความสำเร็จไว้ในครอบครองแล้ว...
    ไม่ว่าจะกินอะไร...
    ก็อร่อย...
    จะทำอะไร...
    ก็มีความสุข...
    จะดื่มด่ำความสำเร็จเปล่าๆก็มีความสุข...

    จะบริโภคความสำเร็จคนเดียวก็ดี...
    แบ่งปันให้คนอื่น... ผู้รับก็มีความสุข...
    บริโภคเป็นหมู่คณะ... ก็ให้ความรู้สึกที่หลากหลายขึ้น...

    คนเราแต่ละคนมีส่วนผสมของความสำเร็จที่ถืออยู่ในมือหลากหลายแตกต่างกันไป...
    แต่รสชาติของความสำเร็จก็ขึ้นอยู่กับเครื่องปรุงที่ใส่ลงไป...
    ไม่ว่าจะใส่อะไรลงไปเราก็จะได้รสหรือสรรพคุณของสิ่งนั้นๆ...

    ตัวอย่างของส่วนผสมที่ใช้ปรุงความสำเร็จ...

    ความขยัน... ให้รสชาติของความกระปรี้กระเปร่า...
    ความมานะ... ให้รสชาติของความอดทน...
    ความมีวินัย... ให้สรรพคุณของความตรงต่อเวลาและความซื่อตรง...
    ความเกียจคร้าน... ชะลอเวลาในการปรุงความสำเร็จ
    ความเพลิดเพลิน... ให้รสชาติของความสุขใจ...
    ความรักในสิ่งที่ทำ... ให้สรรพคุณของความเอาใจใส่...
    ความรู้... ช่วยเร่งความก้าวหน้า...
    เงินตรา... ช่วยเสริมให้ปรุงง่ายขึ้น...
    เพื่อนฝูงหมู่คณะหรือผู้ร่วมงาน... คือภาชนะที่ใช้ปรุงที่มีหลายขนาด...
    ส่วนจะเป็นภาชนะที่ดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาเหล่านั้นนั่นเอง...
    น้ำใจ... ช่วยให้รสของความสำเร็จกลมกล่อม...
    ความสามัคคี... ทำให้ภาชนะไม่แตกร้าว...
    ครอบครัว... ให้สรรพคุณทางกำลังใจ...
    กำลังใจ... ช่วยประคองมือไม่ให้ร้อนหรือบาดเจ็บในขณะปรุง...
    เวลา... ช่วยหมักบ่มความสำเร็จ...
    ความโมโห/ความโกรธ... พัดพาส่วนผสมต่างๆให้กระจัดกระจายออกนอกภาชนะ...
    ความเอาแต่ใจ/ความเห็นแก่ตัว... ทำให้ภาชนะแตกร้าว...
    สูตรสำเร็จแห่งชีวิต... คือผงเครื่องเทศสูตรลัดของความสำเร็จหากใส่อย่างเหมาะสม...
    การยอมรับความเปลี่ยนแปลง... ช่วยผสมรสต่างๆอย่างลงตัวไม่ใช่มีรสจัดเกินไป...
    โชคชะตา... คือเครื่องปรุงที่ใครๆคาดหวังแต่น้อยคนนักที่จะได้มันมา...
    โอกาส... เครื่องปรุงที่ไม่ได้วางบนโต๊ะ ต้องคอยคว้าเอามาปรุงเอง...
    ความเสี่ยง... เพิ่มรสชาติของความตื่นเต้นท้าทาย...
    ความดื้อดึง... อาจทำให้บางรสชาติเสียไป...
    ความล้มเหลว... ให้ให้รสชาติแห่งความท้อถอย...
    แต่หากสกัดความล้มเหลวด้วยความมุมานะ... จะได้การเรียนรู้ในข้อผิดพลาด...
    ซึ่งสามารถนำไปเสริมสร้างประสบการณ์ในการปรุงต่อไปได้...

    ยังมีเครื่องปรุงหรือส่วนผสมอีกมากที่เราจะนำมาปรุงความสำเร็จได้...

    ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า...
    เราจะใส่อะไรที่มีอยู่... มาผสมคลุกเคล้าลงไปเท่านั้นเอง...

    "เรามาเข้าครัว... ปรุงความสำเร็จกันเถอะ..."

     

     

    คืนนี้บริหารสมองก่อนนอนดีเหลือเกิน...

    ราตรีสวัสดิ์...

    5/9/2007

    2007.05.08 - งานมันยังไม่จบ...

    นึกว่าวันพรุ่งนี้จะได้พักซะแล้ว...
    หลังจากวันนี้ยืนตั้งแต่เช้ายันสี่ทุ่ม...
     
    พรุ่งนี้ลูกน้องมาเพิ่ม...
    ต้องไปเทรนลูกน้อง -__-"
    555...
    พรุ่งนี้อยากนอนตื่นสายจัง...
     
    คืนนี้ต่อด้วยอีโมใหม่...
     
     
    หมึกซึม... หรือหมึกเศร้าวะเนี่ย...
     
    พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าเหมือนเช่นวันนี้...
    ราตรีสวัสดิ์...
    5/8/2007

    2007.05.07 - เซ็ง ป่วย ทำงาน...

    วันนี้ทำงานตอนเช้าบ่ายนอนป่วยอยู่บ้าน...
    ลูกน้องที่ห้างโทรมาบอกว่าป่วยทำงานไม่ไหว...
    ลูกน้องสาขาอื่นโอนมาแทนไม่ได้เพราะตำแหน่งเต็ม...
    เลยต้องออกไปยืนขายของแทน...
    พรุ่งนี้ต้องยืนแทนลูกน้องอีก 1 วันเต็มๆ...
    เป็นลูกน้องป่วยเลือกพักได้...
    เป็นเถ้าแก่ป่วย... พักบ่ได้...
    เลยต้องกินข้าวอัดยาแก้ไข้... แล้วบึ่งไปพารากอน...
     
    ไม่ได้ทำอีโมชั่นหมึกๆมานาน...
    คืนนี้ขอทำเพิ่มอีกซักตัวหน่อยละกัน...
     
     ชื่ออีโม... ฮัดชิ่ว...
    ฉลองความเซ็งที่เป็นหวัดวันเว้นวัน...
    และต้อนรับฤดูฝน...
     
     
    เมื่อเย็นไปเปลี่ยนโปรโมชั่นที่ DTAC...
    ได้ Ticket เบอร์ A111...
    ดูเลขมันสวยดี...
     
     
    ชอบเลขและตัวอักษรมัน... เก็บไว้ไม่ได้พนักงานเอาไปแล้ว...
     
    ตอนบ่ายให้น้องทอดเบอร์เกอร์เนื้อแกะที่ซื้อมาจากเซ็นทรัลเวิลด์วันก่อน...
    สามชิ้นห้าสิบเศษๆ ราคาประหยัดมาก...
     
    แต่เนื้อแกะ... กินเข้าไปแล้วเนื้อสาบโคดๆ... ลืมกลิ่นเบอร์เกอร์เนื้อไปเลย -_-"
    ต้องไปแปรงฟันและบ้วนปาก... ยันกลางคืนกลิ่นยังติดในลำคอ...
    เนื้อแพะยังกลิ่นแรงน้อยกว่าเนื้อแกะยิ่งนัก...
    คิดถึงกรุหม่าเนื้อแพะที่ถนนพระอาทิตย์จริงๆ... ไม่ได้ไปกินนานแล้ว...
     
    ราตรีสวัสดิ์...
    พรุ่งนี้ตื่นเช้าไปขายของแทนลูกน้องจ้า... ฮัดชิ่ววววว...
     
    5/6/2007

    2007.05.05 - พากิน Garage + อาหารญี่ปุ่น take home + งานสถาปนิก 50...

    กลับมาอีกที... คราวนี้เหมือนดองสเปชไว้ 3 Entry เลย...
    ช่วงนี้ฝนตก... ทำงานวันนึงป่วยเดี้ยงวันนึง...
    หวัดนี่เป็นได้ทุกวัน...
     
    ดึกแล้วขี้เกียจพิมพ์พร่ำทำแป๊ะ...
    เข้าเรื่องชวนชิมเลยดีกว่า...
     
    วันนี้เราจะพาไปชิมกันที่...
    ร้าน GARAGE อ่านว่าการาจ...
    แรกๆเสร่ออ่านว่าการาจี... พาลนึกไปถึงเมืองปากีสถานนู่น...
     
    ร้านนี้ตั้งอยู่ที่เซ็นทรัลเวิลด์...
    (เดินไปทางเมเจอร์อิเซตัน... แต่ยังไม่ถึงดี...)
    อยู่ชั้น 7... หน้าร้านจะดูเงียบๆ...
    มีเบาะรถ... กับพนักงานแต่งตัวเหมือนจะเป็นเสื้อยืดกางเกงกระโปรงยีนส์คอยเรียกลูกค้า...
    บางทีก็เมื่อยนั่งเก้าอี้หน้าร้านแหละ...
    หน้าร้านจะกว้างๆ...
    เดินผ่านร้านหลายทีมากเพื่อตัดสินใจเข้าไปทาน...
     
    แต่รับรองได้ร้านนี้ไม่ใช่ผับเฮฟวี่เมทัลแน่นอน...
    ทำใจสบายเดินดุ่มๆเข้าไปเลย...
     
    บรรยากาศในร้านเมื่อเข้ามาแล้ว...
    จะรู้สึกเหมือนไม่ใช่ร้านในห้างเลยล่ะ...
    ยิ่งเทียบกับร้าน Fondue ข้างๆ...
    เหมือนผับติดถนนที่เปิดตอนกลางวันมากกว่า...
    (แถวซอยสารสินจะมีผับเปิดกลางวันแต่ขายข้าวแกงนะ)...
    แต่งได้บรรยากาศและอารมณ์เปลี่ยนได้เลย...
     
    อาหารในร้านจะเป็นแนว... เบอร์เกอร์และสเต็ก...
     
    ในร้านนี้ไม่รู้ว่าเค้าให้ถ่ายรูปหรือเปล่า...
    แต่เราต้องแอบถ่ายเอา... ใช้กล้องจากเครื่องเกม PSP เหมือนเดิม...
    (กล้อง Fuji ส่งซ่อมไปเดือนเศษแล้ว... เงียบจ๋อย)...
     
    เราเลือกสั่งเมนูที่เป็น Recommended หน้าร้าน...
    ซึ่งมีสองชุดคือชุด
    A และชุด B (จะบอกทำไมวะ)...
    มีชุดเบอร์เกอร์และชุดสเต็ก...
     
    เนื่องจากวันที่ไปชิมเพิ่งไปส่งของตั้งแต่เช้าตามห้างมา...
    ตอนนี้เพิ่งจะ 10 โมงกว่าๆ...
     
    ขอสั่งเป็นชุดเบอร์เกอร์ ดีกว่า... จะได้ไม่หนักท้องมาก...
    อ่อ... ถ้าสั่งชุด A หรือ B ทางร้านจะไม่คิด Service Charge นะคับ...
     
    สั่งไปซักพักก็จะได้น้ำมาเสริฟ 1 แก้ว...
    ระหว่างนั้นนั่งเล่นนั่งพักไปก่อนก็ได้...
     
     
    ภายในร้านดูรวมๆก็แปลกตาไปอีกแบบนะ...
    มันเหมือนว่าร้านประมาณนี้เคยเห็นแต่เปิดไฟสลัวๆ...
    แต่บังเอิญร้านนี้ติดกับหน้าห้างเลย...(มีพื้นที่ outdoor ให้ออกไปทานรับฝนด้วย)...
    ภาพวาดเยอะดี... ชอบ...
     
    หลังคาร้านนี้ค่อนร้านเป็นหลังคาโปร่ง...
    แสงเลยเข้าร้านเต็มที่เลย...
     
    มาแล้วๆ... ของเสริฟชุดแรกเป็นซุป...
    ซุปผักรวม...
    จริงๆมีให้เลือกสองแบบคือซุปผักรวมและซุปไก่นู๊ดเดิล...
    แต่ก่อนหน้านี้ทานสะเต๊ะที่ร้านตัวเองไปหน่อยเลยขอไม่หนักดีกว่า...
    ขนมปังแครกเกอร์มีสองแผ่น... อีกแผ่นมันโดนขอบชามบังซะมิดเลย...
     
    ซุปผักที่นี่รสจะออกเปรี้ยวๆไม่คุ้นปากคนกินแกงจืดเต้าหู้อย่างเราๆเท่าไหร่นัก...
    แต่ก็เหมือนกินแกงส้มที่รสไม่แรงมาก...
    รวมๆแล้วโอเคผ่าน...
     
    ช้อนตักซุปใหญ่มาก...
    สตรีและเด็กปากเล็กไม่ควรยัดช้อนซุปเข้าปากเป็นอันขาด!!!
     
    หลังจากทานซุปเสร็จพนักงานก็จะนำเบอร์เกอร์มาส่งทันที...
    ร้อนๆเลย...
    เบอร์เกอร์ที่นี่ชิ้นใหญ่มาก... ใหญ่กว่าวอปเปอร์ที่เบอร์เกอร์คิง...
    โดยเบอร์เกอร์ที่นี่จะแยกผักต่ะหาก... ให้เลือกใส่ได้...
    (แต่เดิมทีไม่รู้นะคับว่า... เบอร์เกอร์จริงๆเป็นอย่างไร... เนื่องจากไม่มีโอกาศได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศ)...
    มันฝรั่งที่นี่ชิ้นใหญ่มาก... แถมมาทั้งเปลือก... เปลือกบางๆ...
    จิ้มซอสและมัสตาร์ดทานแล้วไม่ฝืดคอ...
    มันเปลือกนอกกรอบข้างในนิ่ม...
    อร่อยจนอยากกลับบ้านไปสับหัวมันทอดเองบ้าง...
     
    ฝักที่ใส่เบอร์เกอร์สดดี... ผักกาดแก้วกรอบมากๆ...
    ยัดใส่ปากต่ะหากเลย...
    มีคนเคยบอกว่ามันเป็นผักเลี้ยงกระต่าย...
     
    เบอร์เกอร์เนื้อ...
    โอว์... เนื้อหนามากคับ...
    ผมสั่งแบบ Medium ไปเพราะปกติไม่ชอบเนื้อสุกเกินเพราะมันจะแห้งเกินไป...
    เนื้อเลยออกชมพูนิดๆ... ตอนสั่งเบอร์เกอร์หรือสเต็ก...
    พนักงานเค้าจะถามว่ารับแบบไหน...
    สามารถเลือกได้เลย... ว่าจะเอาสุกระดับไหน...
    แต่เบอร์เกอร์ใหญ่แบบนี้ใส่ซอสมะเขือและมัสตาร์ดเข้าไปแล้ว...
    สะใจมากๆ...
     
    กินแปปเดียวเผลอหมดจานโดยไม่รู้ตัว...
     
    พนักงานที่นี่บริการตลอดเลย...
    เพราะช่วงเช้าไม่มีลูกค้าเลย -_-"
    เลยสามารถเอาใจใส่เป็นพิเศษ...
    ขาออกจากร้านหยิบโปสการ์ดของร้านมาเป็นที่ระลึก 1 ใบ...
     
    อันนี้เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่เบื่อกับการทานอาหารฟาสต์ฟูดตามร้านแฟรนไชส์ทั่วไป...
    มาลองอะไรที่สดๆใหม่ๆก็ไม่เลวเหมือนกัน...
     

    นี่คืออีกอันนึงที่ดองภาพและเรื่องเอาไว้...
     
    วันก่อนไปเดินเล่น Isetan...
    ชั้น 5 หน้าซุปเปอร์...
    มีโซน Take Home ที่เป็นอาหารญี่ปุ่นด้วย...
    วันนั้นลองข้าวปั้นกับโทนิวไปแล้วอร่อยดี...
    ราคาไม่ทรมานคนกระเป๋าแบนอย่างเรามากนัก...
    วันนี้เลยต้องไปอุดหนุนอีกรอบ...
     
    ไปเจอของแปลก...
    (แปลกเพราะว่าไม่เคยทานมาก่อน)...
    เป็นแซลมอนห่อสาหร่าย...
    ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นสาหร่ายอะไร...
    จะว่าไปใบมันก็หนาๆเหมือนสาหร่ายวากาเมะน่ะแหละมัง...
    แต่ใบหนาและใหญ่มากๆ... ตอนมองจะไม่รู้หรอก...
    เห็นเป็นแค่ม้วนดำๆม้วนหนึ่งเท่านั้นเอง...
     
     
    ข้าวปั้นสามรสที่คิดว่าอร่อย...ติดใจ...
    ใส้ของทอดไม่ได้ลอง(กุ้งทอด ไก่ทอด)...
     
     
    โทนิว... เรียกซะหรู... จริงๆก็คือน้ำนมถั่วเหลือง...
    หรือน้ำเต้าหู้บ้านเขานี่เอง...
     
    เริ่มทานกันได้...
     
    สาหร่ายยัดใส้แซลมอน...
    เมื่อเอาช้อนตักไปแล้วจะสัมผัสได้ถึงความกรุบของสาหร่ายเป็นชั้นๆเลย...
    ทางร้านบอกว่าทานอุ่นๆหรือทานเย็นก็ได้...
    รสของใบสาหร่ายอร่อยดี... ใส้ในเป็นปลาแซลมอนสุก...
    เนื้อจะไม่ฉ่ำมาก...
    แต่เพราะความกรุบของสาหร่ายนี่เอง...
    เลยทำให้ต้องจิ้มทั้งชิ้นและกัดเอา...
    กรุบๆดี...
     
    มาต่อกันที่ข้าวปั้น Orinigi...
    ใส้บ๊วย... ที่ก้อนกระทัดรัดไม่ใหญ่มาก...
    ด้านบนโปะบ้วยบดไว้นิดๆ...
    กัดเข้ามาเจอบ๊วยไม่มีเม็ด... ทั้งลูกเลย...
    เปรี้ยวเค็มสะใจ สดชื่น...
     
     
    ต่อมาเป็นใส้ปลาแซลมอนสาหร่ายมัง... จำไม่ได้...
    แต่รสนี้อร่อยถูกปาก...
    เพราะรสคล้ายน้ำพริกแมงดามากๆ...
    ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า... แต่ได้อารมณ์น้ำพริกแมงดาจิงๆ...
    ถึงใจ...
     
    ชิ้นสุดท้ายเป็นใส้ผักดองผัด...
    เปรี้ยวๆเค็มๆหวานๆ... สลับกันไปเมื่อได้กัดเข้าไปแล้ว...
     
    ตบท้ายด้วยโทนิว... หรือน้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาล...
    ขวดละ 20 บาท...
    รสจืดๆแบบนี้แหละที่ชอบ...
    ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวมัจฉะหรือเซ็นฉะหรือน้ำเต้าหู้... ก็ชอบรสจืดๆทั้งนั้น...
     
    เวลาเอาข้าวปั้นมาเรียงเยอะๆมันดูน่ากินดี...
    อยากเรียงแล้วกินเยอะกว่านี้แต่กระเป๋าสตางค์ไม่เอื้ออำนวย...
    เลยต้องชาร์จตังค์ในกระเป๋าไว้ต่อครั้งหน้าจ้า...
     

     
    วันนี้ขอกลับไปสู่อารมณ์เดิมๆของสายอาชีพที่เรียนมา...
    ด้วยการไปงาน สถาปนิก 50 ที่เมืองทองธานี...
    งานนี้จัดใหญ่โตเช่นเคย...
    และก็มีบูทงาน Exhibition เล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดงานจริงๆเหมือนเดิมเลย...
    ตอนเรียนยันจบมาสองปีแล้ว... ไม่ได้ต่างกัน -__-"
    ที่เหลือในงานเป็น Supplier มาขายของแต่งบ้านทั้งนั้น...
    บางบูธมีการแสดงเพื่อเรียกความสนใจจากผู้ร่วมงานด้วย...
    เรียกได้ว่าคนออกันเต็มหน้าบูธเลย...
    แต่พอแสดงเสร็จ... วงแตกคร้าบ...
     
    อันนี้ซื้อมาจนได้... เป็นยากำจัดแมงสาบ...
    เค้าเล่าว่ามันสามารถล่อให้แมงสาบมากิน...
    แล้วไปตายที่รังแล้วเพื่อนๆมันก็จะกินซากมัน...
    แล้วตายยกรังได้...
    จะซื้อไปใช้ที่ร้านในพารากอน...
    แมงสาบเยอะมากๆ...
    ห้างมันยังกำจัดไม่ได้ซักที...
    เรียกว่าแมงสาบปราบเซียนเลย...
     
    ที่ชอบก็จะเป็นพวกรับสร้างบ้าน...
    จะมีโมเดลสวยๆมาโชว์...
    ชอบพวกของที่มันเล็กๆ...
     
    บ้านกึ่งสำเร็จรูป...
    ราคาไม่แพงฟังชั่นครบ...
    ชอบสไตล์บ้านแบบนี้มากเพราะอยู่แบบพอดีพอกินจิงๆ...
    ไม่ต้องหาอะไรมาเพิ่มให้มันเต็มบ้านเลยเพราะบ้านหลังเล็กมากๆ...
    อยู่โสดๆนี่จะเหมาะกับบ้านแบบนี้มากๆ...
    แต่จะไม่เหมาะก็ตรงผนังบ้านแบบนี้โดนโจรกระทืบไม่กี่ที่อาจทะลุได้ทั้งหลัง...
     
    บูธหนังสือ Art4D ที่ต้องกินเงินเราทุกปีร่ำไป...
    ปีนี้ลาจากวงการสถาปนิกแล้ว... ไม่ได้กินเงินกรูแล้วเว้ย...
    จริงๆหนังสือพอกเก็ตบุคปีนี้ไม่โดนเลยซักเล่มก็เลยไม่ได้อุดหนุนคร๊าบ...
     
    อันนี้บูธหลอดไฟซิลวาเนียเค้าทำให้ลูกค้าที่ซื้อหลอดไฟ...
    เราได้แต่ยืนดูปริบๆ... อยากทำกับเค้ามั่ง...
    ทายซิว่า... ถ้าเราทำแล้วอยากทำมือเป็นรูปอะไร... หุหุหุ...
     
    ทุกงาน Exhibition... ต้องมีไอ้นี่แหละขาดไม่ได้จริงๆ...
    นวดหน้าด้วยฝ่าเท้า...
    เอ้ยนวดฝ่าเท้า...
    สำหรับผู้ที่เมื่อยตีนเวลาเดินไกลๆ...
     
    อันนี้บ้านสเตนเลส... งานเนี๊ยบมากๆ...
    คมกริบ...
    บาดใจ...
    เหมาะสำหรับคนเหล็กตัวจริง...
    แต่ขนาดศาลพระภูมินะ...
     
    รูปนี้ถ่ายเพื่อยืนยันว่ามางานนี้แค่นั้นแหละ...
     
    ปีนี้ที่ไปนอกจากจะไปดูงานแล้วยังอยากไปดูบูธของบริษัทสถาปนิก...
    หลายๆที่...
    ปีนี่ที่ออฟฟิศเก่าไม่ได้ทำบูธมาแสดงเลย...
    สงสัยงานยุ่งมากๆ...
     
    บูธที่ชอบก็บูธนี้แหละ A49 นึกถึงตอนเรียนแล้วเขียน Diagram เลย...
    ต้องเขียน Diagram Section กันแบบถี่ๆกันเลยทีเดียว...
    ชอบๆ...
     
    ดูอีกที... ดูยังงัยก็เท่ว่ะ... Diagram Section แบบทะลุ...
    ดูไม่ล้าสมัย...
     
    อีกบูธที่ไม่พลาดก็ต้องบูธคณะตัวเอง...
    ปีนี้มาไม่เจอเพื่อนๆร่วมรุ่นเลย...
    รุ่นน้องก็เป็นรุ่นน้องที่ห่างกันเกินไปแล้ว...
    ปีนี้บูธคณะเราไม่หวือหวาเหมือนทุกปีเลยล่ะน้องเอ้ย...
    Year Book ที่พี่จะไปอุดหนุนก็ไม่มีเลย... -_-"
     
    อันนี้งานประกวดแบบบของนักศึกษา... น่ารักดี...
    มีหลายชิ้นเลยล่ะ...
     
    เดินในชาเลนเจอร์ฮอลล์แล้วเมื่อยมากๆ... สุดท้ายตัดสินใจเดินไปขึ้นรถตู้กลับบ้าน...
     
    ทันไดนั้นเองก็ผ่านที่อาคารอิมแพค อารีน่า...
     
    แวะไปดูเป็นงานสู้แล้วรวย...
     
    โอ้วววว์... เดินแปปเดียวเท่านั้น...
    ได้ของกินติดไม้ติดมือมาเพียบเลย...
     
    งานนี้เดินแล้วอิ่มได้ทุกซอย...
    มีของกินแปลกๆอร่อยๆเยอะดีสลับกับพวกเครื่องใช้ในบ้าน...
    เสื้อผ้า...
    แล้วก็พวกแฟรนไชส์ที่มาให้ความสะดวกแก่ผู้ลงทุนใหม่ๆ...
     
    อันนี้บูธลูกชิ้นหมู ปู - เด๋อ... คนให้ความสนใจพิเศษเพราะเจ๊ปูมาเอง...
    ขายดิบขายดี...
     
    อันนี้บูธชาชัก... ท่าแพรวพราวเลย...
    ชาชักนี่กินบ่อยๆไม่ดีเพราะนมข้นหวานและน้ำตาลสูงมากๆ...
     
    ร้านนี้ตำข้าว... แต่ใช้เครื่องยกกระเดื่อง... เท่ดี...
    ทันสมัยแบบไทยๆ...
     
    ระหว่างทาง... ของกินไม่ขาดมือเลยจริงๆ...
    ทั้งลูกชิ้น ปลาทอด ใส้กรอก ไอสกริม ขนมถุงๆ ยำผัก...
    น้ำผลไม้ น้ำสมุนไพร... กลับบ้านไม่ต้องกินข้าวเย็นเลย...
     
    ปิดท้ายกระเพาะด้วยกุ้งทอดพรานทะเล...
     
    แล้วก็กระเตงของทั้งขนมของแห้งจานกระเบื้อง ลุยตากฝนขึ้นรถตู้กลับบ้าน...
     
    ถ้ามีงานแบบนี้แถวบ้าน...
     
    รับรองว่าเจริญอาหาร... ไม่ได้ลดอ้วนแน่ๆฉัน...
     
     
    ราตรีสวัสดิ์...