Siripattana's profileSquidMan.ExE's Blog...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    4/29/2007

    2007.04.28 - พาชิม ชูครีม เอแคลร์ ครีมพัฟ... Inky Remodeling...

    ช่วงนี้มีงานให้ทำตลอดทุกวัน เลยทำให้ไม่ได้มีเวลา เล่นเกมหรือทำอะไรเล่นๆ...
    ยิ่งไปถอนฟันคุดและฟันบนที่เหลือแล้ว...
    ยิ่งหงุดหงิด...
    เพราะถอนครั้งนี้รากฟันหักหมดทุกซี่เลย...
    ต้องมาแงะเอารากฟันที่หักในเหงือกออกมาทุกอันเลย...
    สรุปว่าเหงือกระบบ... ซอกฟันแคบ...
    หมอใช้เวลาถอนสองชั่วโมงกว่า...
    มุมปากช้ำ เหงือกบนเละ...
    อยากนอนให้หลับก็ปวด...
    แต่ก็ปวดจนหลับและก็ตื่นเพราะปวด...
    กลืนน้ำลายก็กลืนไม่ลง...
    จนผ่านไปสองวันกว่า...
     
    แผลทุเลาลง...
     
    แต่ที่ตามมาคือแผลที่ฟันล่างนั้น...
    หมอเย็บไหมไว้...
    แต่ทว่า... วันๆไหมที่ผูกไว้...
    นับวันเหมือนมันตึงขึ้นกว่าเดิม...
    เพราะปมไหมที่ผูกขมวดไปเรื่อยๆ...
    จนมันรัดเหงือก...
    ทำอะไรก็หงุดหงิดไปหมด...
    จนถึงเมื่อคืน... ทำงานถึงตีสี่ก็ยังต้องหงุดหงิด...
    หมอนัดตัดไหมตอนบ่ายแต่ทนไม่ไหวไปหาหมอตอนเช้า...
    ตัดไหมออก...
     
    โอ้วว์... ชีวิตอิสระจริงๆ...
     
    โล่งเหงือกโล่งปากมากๆ...
     
    คราวนี้เราก็หาของกินได้สบายใจปากได้อีกครั้งหนึ่ง...
     
    วันก่อนนึกสนุกอยากรีวิวขนมในพารากอน...
    ได้รับแรงบันดาลใจมาจากในเวบบอร์ดว่ามีครีมพัฟร้านนึงที่ดังในนั้นมาก...
    คือ Beard Papa...
    แต่จะลองอย่างเดียวเดี๋ยวจะธรรมดาเกินไป...
    เราเลยพาลองร้านขนมประเภทนี้เท่าที่เคยลองมา...
    แต่วันนี้จะเอามารองเรียงให้ดูกันสามร้านละกัน...
    ร้าน Bread Talk และ Siant Ettole... ไม่ได้ลองนะ...
    (วันนั้นปวดเหงือกลองได้แค่นี้แหละ)...
     
    ไล่ลองจากแถวๆร้านตัวเอง 3 ร้าน... บริเวณ Take Home Paragon...
     
    ร้านแรก... Tokyo Chu Cream...
    ร้านนี้เคยลองครั้งแรกที่เอมโพเรียม...
    แต่มาลองที่นี่ประทับใจกว่า... เพราะใส่ครีมให้สดๆตรงนั้นเลย...
    แม้จะขายไม่ดีดูเก่าเก็บแต่เค้าก็ไม่เอาของเก่าที่อยู่ในตู้มาขายเลย...
    ใส้ครีมร้านนี้มีหลายแบบ หลักๆก็วานิลา... แต่ส่วนใหญ่เป็นผลไม้มากกว่า...
    วันหลังคงได้ลองรสอื่นๆ แต่วันนี้เราจะลองเปรียบเทียบเฉพาะใส้ครีมวานิลากันก่อนนะคับ...
     
    ร้านที่สองผมเรียกว่าเอแคลร์มากกว่าแม้ร้านจะเขียนว่าครีมพัฟก็ตาม...
    ร้าน Little Home Bakery โซนร้านเค้กน่ะเอง...(เค้กแถวนี้อร่อยหลายเจ้านะ)...
    สาเหตุที่ไม่อยากเรียกว่าครีมพัฟเลยเพราะแป้งมันไม่ Puff...
    และขนาดไม่โต... แต่ก็เป็นที่นิยมเพราะราคาถูก...
    เมื่อก่อนลูกละ 9 กินสองลูก  เรียกได้ว่าอิ่มได้เลย...
    จริงๆร้านนี้มี Banana Choco... ที่อร่อยเด่นเหมือนกัน...
     
    ร้านสุดท้ายที่ลองได้แก่ร้าน... Beard Papa's
    เป็นร้านครีมพัฟที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ...
    เมื่อก่อนเคยมากินเพราะเห็นคนต่อแถวราวๆกับโรตีบอย...
    (เจ้านี้มาก่อนโรตีบอย)...
    เลือกพื้นที่ขายในซอกสุดๆแต่อาศัยว่าดัง... ก็เลยคนต่อแถวเพียบ...
    แต่ตอนนี้ลูกน้องบอกได้ว่า... พอขายได้ค่ะ...
    สู้ๆนะน้อง... พารากอนแถว Take Home มุมอับมันเยอะ...
    ขายของแล้วอยากร้องไห้เหมือนกัน...
     
    ซื้อมาสามร้านแล้วก็ลองมาชิมกันเลยดีกว่า... 
     
    เรามาเริ่มจากชูครีมของร้าน โตเกียวซูครีมก่อนเลยละกัน...
    ชูครีมเจ้านี้ ลูกใหญ่สะใจดี... เด็กและสตรีมีครรภ์ควรทานเพียง 1 ลูกเท่านั้น...
    เนื่องจากหากทานเยอะอาจทำให้กระเพาะย่อยไม่ทันได้...
    ใส้ครีมร้านนี้ใส่ให้เยอะจนทะลักออกมาเลยล่ะ...
     
     
    มาดูที่แป้งกันดีกว่า... แป้งของร้านนี้กรอบเป็นชั้นๆเลย...
    แป้งหนา นุ่ม+กรอบ...
    ปกติ... ผมจะกินพวกเอแคลร์ ต่อให้มันใหญ่ขนาดเอแคลร์ของคาร์ฟูร์ก็ตาม(ใหญ่มาก)...
    ก็จะยัดเข้าปากคำเดียวตลอด...
    แต่อันนี้เกินยัดจิงๆ... ต้องค่อยๆกิน...
    งานนี้แป้งผ่านคับ... กรอบใหม่ไม่เอาของเก่าเก็บมาขาย...
     
    ใส้ครีมวนิลา... แน่นมากๆ...
    เนื้อนุ่มกลิ่นหอม... จะว่าไปก็ไม่ได้ต่างกับใส้วนิลาทั่วไปเท่าไหร่ในเรื่องรส...
    แต่ความนุ่มนี่โอเคเลย...
     
    ขอเบรคคั่นรายการเพราะเรื่องครีม...
    นึกถึงใส้ครีมนี่ต้องเอแคลร์ของ วิคตอรี่ เบเกอรี่...
    เป็นเอแคลร์ที่อร่อยที่สุดแล้วล่ะ...
    ใส้นมแบบว่ากลิ่นนมสดออกเลย... นุ่มมาก... กล่องเดียวไม่พอรองท้อง...
    ถ้ามีโอกาสลองได้อยากให้ลองกัน...
     
    โอเคกลับมาต่อกันดีกว่าคับ...
    สรุปของร้านนี้...
    ผ่านคับผ่าน...
    ใส้แน่น แป้งกรอบหนาฟู...
    มีใส้ให้เลือกจองเวรไว้กินวันหลังเยอะจริง... 
     
     
     
    มาต่อกันร้านต่อไปเลย...
    ของ Little Home Bakery... 
    ขนมร้านนี้จัดว่าถูกถ้าอยู่ในพารากอน...
    ของที่พกเงินร้อยเดียวก็ซื้อได้หลายอย่าง...
    รสชาติกลางๆ...
    แต่คนงบน้อยอย่างผมต้องฝากท้องไว้ที่นี่หลายครั้งเลย...
    ยิ่งตอนทำงานออฟฟิศตอนเย็นมาแวะก็ต้องซื้อ Banana Choco...
    รองท้องก่อนกลับบ้านทุกครั้งไป...
    20 บาทซื้อได้สองอันเลย... อ้อลืม... ของร้านแรกลูกละ 40 บาทนะ...
     
    มาดูที่ขนาดนี่คงสู้ร้านอื่นๆที่ซื้อมาไม่ได้เลย... เพราะเล็กกว่าครึ่งต่อครึ่งเลย...
    แต่ว่าขนาดมันก็เหมาะสมแก่ราคา...
    เรื่องแป้งของร้านนี้จัดว่าไม่ฟูไม่กรอบ...
    นิ่มๆ... หนาบ้างบางส่วน... เรียกได้ว่ากินได้อิ่ม...
    และอร่อยแบบไม่ทรมานฟันและลิ้น...
     
    มาดูที่ครีมกันต่อ... โอว์ครีมร้านนี้เหมือนร้านแรกเลย...
    ท่าทางจะสูตรเดียวกัน...
    แต่ที่ผ่านก็เพราะใส้แน่นเหมือนกันนั่นเอง...
    ผมให้ผ่านคับ... เพราะฝากท้องบ่อยๆ...
     
    ต่อกันที่ร้านสุดท้าย Beard Papa's
    ร้านนี้เมื่อก่อนคนต่อแถวจนขี้เกียจรอซื้อเลยถ้าหากจงใจจะไปซื้อเพียงชิ้นเดียว...
    เพราะคนอื่นๆเค้าซื้อกันทีละ 5 อันขึ้นไป...
    ร้านนี้มีพื้นที่ให้ทานด้วยนะ... ต่างกับร้านต้นๆ...
    แต่ว่ามีพื้นที่ให้ทานได้แค่สองคู่เท่านั้นเอง...
    หากใครพาแฟนมาเหอะ... ไม่ค่อยมีคนนั่งหรอก...
    มุมมันอับ... หุหุหุหุหุ...
     
    ร้านนี้แบรนด์ดังในต่างประเทศ...
    ร้านเค้าเปิดทีวีให้ดูว่ามีคนต่อแถวมากมายที่ต่างประเทศ...
    มาดูที่แป้งกันดีกว่า...
    แป้งร้านนี้กรอบ... ไม่หนามากเกินไป...
    แต่อารมณ์เก่าเก็บไปนิด... กินแล้วมีกลิ่นแป้งเก็บหน่อยๆ...
    แต่ยอมรับได้เพราะธุรกิจ เฟรนไชส์หลายๆที่...
    ถ้าไม่ทำเตรียมไว้เยอะๆ... จะรองรับลูกค้าที่มามากๆไม่ทัน...
    แป้งจัดว่าผ่าน... ขนาดใหญ่จุใจดีเหลือเกิน...
     
    ครีมเจ้านี้แหละที่ต่างกับเจ้าอื่น...
    นอกจากจะมีให้เลือกหลายชนิดแล้ว...
    (ครีมอย่างอื่นก็มีในวันอื่นแต่วันนี้ไม่มี)...
    ครีมอัดจนล้นเลย... กัดเข้าไปนี่เยิ้มออกมาข้างนอกแป้งเลย...
    ครีมจะต่างกับเจ้าอื่นเพราะจะเป็นครีมละลายจริงๆ...
    ไม่แข็งตัวหยุ่นๆเหมือนเจ้าอื่น...
    แต่ครั้งนี้ที่ไปกิน... ทำไมกลิ่นครีมมันแหม่งๆ...
    เหมือนมีกลิ่นพลาสติกพิลึกแฮะ...
    เลยทำให้กินไม่หมด...
     
    จริงๆอาจจะเพราะผมอิ่มก็ได้นะ...
    แต่ร้านนี้ราคาสูงสุดลูกละ 45 ชนะเรื่องราคาสูงโดยปริยาย...
     
    หมดช่วงรีวิวของตระกูลครีมพัฟ...
     
    ขอแถมด้วยของหวานล้างเหงือกละกัน...
    ช่วงนี้เหงือกมีหลุม 4 หลุมถ้าไม่มีของหวานล้างเหงือก...
    จะทำให้อาหารลงไปอุดตันได้ง่าย...
     
    เลยจัดให้ด้วย...
     
    มะพร้าวน้ำหอมลูกกลมปลอกเปลือกกลมเกลี้ยง...
    (ไม่รู้จะตั้งชื่อให้ว่าอะไรดี... แต่หน้าตามันก็แปลกแหละ)...
    เป็นมะพร้าวน้ำหอมที่ปลอกเปลือกส่วนกะลาออกหมดเลย...
    เหลือแต่เนื้อและน้ำจริงๆ...
     
    ตอนนี้มีขายในซูเปอร์ เอ่อ... เค้าเรียกกว่า Gourmet Market ใน Paragon...
    เวลาซื้อมาทานเลือกลูกที่ไม่มีน้ำในกล่องนะเพราะว่าถ้ามีน้ำแสดงว่า...
    น้ำในลูกมะพร้าวมันไหลซึมออกมาซะแล้ว...
    (แต่ไอ้ที่แห้งๆน้ำอาจจะไหลออกมาหมดแล้วก็ได้นะ... หุหุหุหุ)...
    ซื้อกลับบ้านได้สบายเพราะเค้าแพคมาแน่นหนาน้ำไม่รั่วซึมออกมาแน่นอน...
     
    เอามาปักหลอดดูดน้ำมะพร้าวก่อนเลย...
     
     
    ที่เหลือหาวิธีไหนก็ได้... เอาเนื้อมันออกมากินให้หมด...
    เนื้อมันเยอะมากๆ... พอดีอิ่มจากครีมพัฟมา... ก็เลยกินไม่หมด...
     
    สรุปแปลกดี... ทำให้กินเนื้อมะพร้าวอ่อนได้เยอะกว่ามะพร้าวทั่วไป...
    สนนราคาลูกละ 35 บาทคับ...
     

     
    หมดเรื่องของกิน...
    มาต่อเรื่องของเล่น...
    ช่วงนี้ไม่ได้อัพนานอัพแบบทลายดินพอกหางหมูเลยทีเดียว...
     
    วันก่อนคึกจัดอยากปั้น Model เองบ้าง...
    เพราะอาทิตย์ที่ผ่านมาไปจ้างเค้าปั้นชุดอาหารให้ทางร้านเลยอยากปั้นอะไรเองบ้าง...
    สุดท้ายไปลองซื้อดินน้ำมันมาปั้นเจ้า inky the squid...
    แต่ว่า...
     
    ผ่าง... พยายามปั้นให้เป็นปลาหมึกจริงๆนะเนี่ย...
    พยายามเต็มที่แต่ทำได้แค่นี้แหละ... เศร้าใจจริงๆ...
     
    ที่ได้แรงบันดาลใจอยากปั้นเพราะไปได้เจ้านี้มาด้วยล่ะมัง...
    ที่หนีบผ้าที่ไปหลงเข้าไปซื้อในสำเพ็งวันก่อน... 
    จริงๆมีรูปปูปลากุ้งด้วย...
    แต่ไม่รู้จะแกะมาใช้ทำไม...
    ใช้แบบที่ชอบดีกว่า...
     
    หลังจากโศกเศร้ากับเรื่องปั้นดินน้ำมันได้ไม่นาน...
    ก็ตกลงจะปั้นเจ้า inky ใหม่...
    คราวนี้ขอปั้นในคอม... 
    เพราะตัวเก่ารูปร่างมันง่ายเกินไป...
    (เพราะความอยากเอาสบายของคนทำมากกว่า)...
    แบบใหม่เลยทำให้มีส่วนโค้งเยอะๆ... มีหนวดครบแปดเส้น...
    อ้วนๆน่ารักดีกว่า...
    แม้จะมีคอมเมนต์มาว่าเหมือนแมงกระพรุนก็ตามที...
     
    ลองใส่หน้าตาแปลกๆลงไป... โมเดลใหม่นี่ใส่หน้าตาได้เต็มที่กว่าเดิม...
    เพราะเขียนหน้าบนตัวปลาหมึกได้เลย...
    อันเก่าได้แต่แนบแปะหน้าตรงส่วนตากับปากได้เท่านั้น...
    เห็นแล้วน่าหยิกแก้มมันจริงๆนะเนี่ย...
     
    เทียบแบบเก่ากับแบบใหม่... อีกครั้ง...
     
    อีกอันเป็นของที่อยากทำ 3Dดูสักครั้ง...
    หมากทะเล ตรา Fishy... รสหมึกหมึก...
    งานนี้ทำซองด้านนอกครบทุกส่วนเลย...
    จริงๆนั่ง Sketch ไว้หลายรส...
    แต่ลองเอามาทำเล่นรสเดียว...
    อีกไม่นานคงเห็นของกินรสแปลกๆออกมาอีกแน่นอน...
     
    ใกล้ถึงเวลาเพิ่มสาขาของร้านใหม่แล้ว...
    เดือนหน้าเพิ่มที่เดอะมอลล์งามวงศ์วานชั้น 5 เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้ว...
    พื้นที่ใหม่ที่เยอะกว่าสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และพารากอนมากๆ...
    คงต้องขยันทำงานเพิ่มขึ้นอีกแล้วล่ะ...
    แต่เสร็จงานเปิดร้านใหม่ซักอาทิตย์อยากนอนพักเล่นๆอยู่บ้านเฉยๆซักวันจัง...
     
    ราตรีสวัสดิ์...
    4/18/2007

    2007.04.18 - หนวดดำ หมวกแดง และของเล่น...

     
    สงกรานต์... ปีนี้ไม่โดนสาดน้ำจากคนที่ไม่รู้จักเลย...
     
    เพราะไม่ได้ออกไปเดินที่อื่นเลย... เดินแต่ห้างเช็คของ... ส่งของ...
    หมดวัน...
     
    วันนี้มีอาหารเกาหลีมาแนะนำ...
    ร้าน EGS อยู่ชั้น 3 ดูข้างนอกอาจไม่สื่อว่าเกาหลีซักเท่าไหร่...
    เพราะร้านนี้เป็นอาหารประเภท Fusion Food หรืออาหารที่นำเอาอาหารหลายๆแบบมาผสมผสานกันนั่นเอง...
    อาหารร้านนี้ดูในเมนูเหมือนมีไม่กี่อย่างเท่านั้น...
     
    แต่วันนี้ขอเลือกเมนูที่เป็น หน้าสุดท้ายของเมนูละกัน...
    เพราะดูแล้วมันออกเกาหลีสุดๆแล้ว...
     
    นั่นคือ บิมบิมบับ นั่นเอง... อันนี้จะเป็นบิมบิมบัพกระทะร้อน...
    ร้อนจริง... มาแรกๆกินไม่ได้เพราะร้อนจัดแต่ทิ้งไว้แปปเดียวเย็นแหงแก๋เลย...
     
    ส่วนประกอบหลักๆ ก็มีพวกเนื้อสับทอด...
    ไข่หวาน...
    แตงกว่าซอย...
    กุ้งต้ม...
    และก็ผักต่างๆ...
     
    แต่ทีเด็ดมันอยู่ที่น้ำซอสสีแดง...
     
    ทางร้านแนะนำว่าราดลงไปพร้อมกิมจิในข้าว...
    แล้วก็คลุกๆๆๆๆๆ เหมือนทำยำปลาดุกฟู...
     
    คราวก่อนมากินเสร่อตักน้ำจิ้มราดเหมือนกินหอยทอด...
     
    คราวนี้กินเป็นแล้ว... แบบนี้แหละเผ็ดอร่อยได้ใจเลย...
    กินหมดชามในเวลาแปปเดียว...
     
     
    อันนี้เป็นบิมบิมบัพราชวัง...
    ไม่ร้อนเท่าอันแรก...
    แต่คล้ายๆกันเพียงแต่ดูไฮโซกว่าด้วยอ่างทองเหลืองนี่แหละ...
     
    ไม่ได้เอามาเล่นเพื่อลบหลู่ศาสนานะคับ...
    เอามาถือไว้เฉยๆ... แหะๆ...
     
    สรุป อร่อยคับ... เมนูอื่นก็คล้ายๆร้านอาหารอื่นๆ... มีเจ้านี่แหละ...
    ที่แตกต่าง... แต่อาหารที่นี่เหมือนชุดใหญ่แต่กินไม่อิ่มเลยล่ะ...
    ต้องไปต่อร้านอื่นต่อ...
     

     
    มาต่อกันด้วยชุดของเล่น...
    ที่ได้มาเมื่อวันก่อน...
    เพิ่งมีโอกาสได้แกะกล่องพร้อมกันทีเดียวเลย...
     
     
    กล่องแรกขอเปิดเจ้านี่ก่อนเลย...
     
    Historical Figure... ทั้งชุดเยอะมากๆ...
    แต่เราเอาแค่ตัวเดียว...
     
    แม้ตัวนึงจะไม่แพง...(ถ้าแพงมากก็ไม่ซื้อ)...
    แต่ทั้งชุดก็สามสิบสี่สิบตัว เล่นไม่ไหวแน่ๆ...
     
    แต่ที่เอาตัวนี้เพราะ...
    เป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนเก่าที่เรียนมาตั้งแต่อนุบาล จนถึงมัธยมต้นเลย...
    Saint Joan of Arc นั่นเอง...
     
    แกะออกมาก็จะมีไม่กี่ชิ้นประกอบได้ง่าย...
    ตัวเล็กนิดเดียวเอง...
    แต่ทำได้ละเอียดใช้ได้เลย...
     
    มีแถมคู่มือมาให้ด้วยแต่เป็นภาษาญี่ปุ่น...
    อ่านไม่ออกซักตัวเลย...
     
    นี่งัยในชุดก็จะมีตัวอื่นๆด้วย...
    แต่ไม่น่าสะสมอย่างแรง...
    เพราะ ไล่สามตัวแรกเช่น 18 19 20 นั่นคือ...
    กวนอู... เตียวหุย... เล่าปี่...
    สามพี่น้องร่วมสาบานที่สวนดอกท้อ...
    ทำไมหน้ามันเหมือนชาวสปาตันจากเรื่อง 300 นักวะ...
    ทุกตัวหน้าหยั่งกับ ลีโอไนดัส พระเอกของเรื่องเลย...
    ตัว 21 คือซีซาส์กษัตริย์โรมนั่นเอง...
    ตัวอื่นๆจะเป็นพวกนักรบโบราณญี่ปุ่น...
    ที่ดูเท่ๆแล้วจำได้ก็มี เบ็งเคย์ โยชิสึเนะ...
    มิยาโมโตะ มุซาชิ... โนบุนากะ...
    แต่ต้องขอผ่านด้วยความงบน้อยนี่แหละ...
     
    เอ้าแกะกล่องต่อไปได้...
     
    เจ้านี่เป็น Candy Toy เพราะแกะมามีขนมกิ๊กก๊อกแถมมาด้วย...
    มันคือสติกเกอร์มาริโอ้นั่นเอง... แถมมาเป็นม้วนเลย...
    ตอนแรกนึกว่าแถบเล็กๆ... แกะออกมาข้างในก็ม้วนยาวดีเหมือนกัน...
    เช่นถ้าเด็กๆ มีกระเป๋าหนังสือ... สามารถแปะได้ทั่วทั้งใบเลย...
    เด็กๆก็ชอบแปะเหมือนกัน...
    (แต่พอโตมาอยากแกะออก... แกะไม่ออกเละขาวๆเต็มกระเป๋าเลย...
    ยิ่งกระเป๋าหนังเก่าๆยิ่งแกะไม่ออก...)
     
    สติกเกอร์ภาพชัดดี... ถ้าเป็นสมัยก่อนคงอดใจไม่ไหวแกะมาแปะแหงๆ...
     
    ต่อไปเป็นรวมชุดหนูน้อยหนวดดำ...
     
    ตัวนี้ขนาดย่อมๆเท่ากำปั้นเด็กทารก... ขยับแขนและหัวได้ตามใจชอบ...
    แถมหนมน้ำตาลกิ๊กก๊อกเหมือนกัน...
    ทั้งชุดมีหลายตัว... แต่สุ่มมาได้ตัวเดียวพอ...
     
    ถ่ายคู่กับ Background หน่อย...
     
     
    ต่อด้วยชุดหนวดดำอีกรอบ...
    คราวนี้มาพร้อมกล่องฐานรอง...
    เต่าน้อย... มันคือเต่าเขียวในเกม New Mario น่ะแหละ...
    โคตรเกลียดเวลาจังหวะเพลงมันเต้นยึกๆแล้วมันจะเต้นตามนี่แหละ...
    ทำให้กะจังหวะกระโดดเหยียบพลาดประจำ...
    เหมือนมันจะสับขาหลอก...
     
    เห็ดเพิ่มพลัง...
    เล็กๆแต่เร้าใจ...
     
    คุริบอน... ศัตรูแทบจะตัวแรกที่ต้องเจอในเกม Mario Series...
    หน้ามันเครียดตลอดเวลาเลย...
     
    คุณพี่หนวดดำหมวกแดงนั่นเอง...
     
    คุณน้องหนวดดำหมวกเขียว...
     
    คู่หูดูโอ้... เมื่อก่อนเด็กๆไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าไอ้ตัวน้องมันกระโดดสูงกว่าตัวพี่มัน...
     
    ชุดนี้มีแถมเหรียญทองช๊อกโกแล๊ต (เก๊) ให้กล่องละอัน... ดาวทองเยลลี่นั่นไม่ใช่นะ...
     
    รูปหมู่... อีกรอบ... สีสันสดใสจริงๆ...
     
    ต่อด้วยเหรียญดาวที่ค้างไว้จากข้างบน...
     
    นั่นคือ...
    เหรียญเยลลี่ที่มาพร้อมการ์ดนั่นเอง...
    การ์ดจะใสๆมองทะลุได้... เหรียญเยลลี่กินคำเดียวก็หมดแล้ว...
    (หมดในคำเดียวหลังจากแช่ตู้เย็นได้ไม่นาน)...
     
    เท่านั้นยังไม่พอ...
    ขอต่อด้วยชุด หมีแพนด้า ๆ หมีๆ แพนด้า...
     
    หมีปังด้าน่ารัก...
     
    เคยเห็นไหมนั่นงัยหมี มันสวยดีดูน่ารัก...
    คนมุงดู ดูกันมากๆ เพราะเค้าอยาก อยากจะดูหมี...
    หมีปังด้า อ๊ะ หมีปังด้า...
     
    แถมรูปถ่ายมา 1 ใบน่ารักมากๆ...
    กับการ์ตูนแถมพกที่อ่านไม่ออกเลย...
     
    กาน้ำและช้อนหมี...
    ก็ยังเป็นลายหมีแพนด้า...
     
    หมีซนในลังติ่มซำ...
     
    หมีท้อแท้... เห็นมะ... ท้อแท้จิงๆ...
     
     
    เอามารวมๆหมีแพนด้า... สะอ๊าด สะอาด...
     
     
    ไหนๆถ่ายรูปของเล่นแล้ว...
    ก็เลยเอาเครื่องเกมกับของเล่นมาถ่ายด้วยกันซะเลย...
    ชื่อภาพ : ไล่ขนาด...
     
    หมดกันทีสำหรับของเล่นช่วงสงกรานต์...
     

     
    ปล...
    ขอขอบคุณเจ๊พิน ยุพิน ที่เอาหนังสือ Tect มาให้ที่ร้านถึงเซ็นทรัลเวิลด์เลย...
    ต้องขอโทษที่มีเวลาคุยด้วยน้อยมาก... เพราะช่วงวันหยุดขายดี...
    เลยต้องช่วยที่ร้านตลอด...
    ไว้เจอกันอีกที... พาพวกที่คณะมาถล่มที่ร้านได้เลย...
     
     
    หนังสือแบบบ้านแต่เป็น interior ส่วนมาก...
    ปกนวมแบบนี้แหละที่ชอบเลย...
    หนังสือปกนวมส่วนใหญ่จะน่าสะสม...
    ปกแบนเสียบพลาด ปกพับบ่อย...
     

     
    วันนี้แทบจะเป็นวันเดียวในปีเลยมัง...
    ที่มาอัพตอนกลางวัน...
     
    กลางวันสวัสดิ์...  
    4/10/2007

    2007.04.09 -อีสเตอร์ - โคบูเนะ - MOS BURGER ( มอส เบอร์เกอร์ )

     
    inky อิงกี้ เดอะสควิด...
    เพิ่มอีโมชั่นใหม่อีกแล้ว...
    กะวาดแค่สอง...
    นัชไอเดียมันบรรเจิด(ขนาดมันจะปิด MSN นอนแล้ว)...
    แนะนำให้ทำอีกสอง...
    ก็เลยได้เพิ่มมาเป็นสี่...
    โลโก้หมึกหก...
     
    อิจฉาตาร้อน...     โมโหแล้ว!!!    
    อ๋อยยยย...ร้อน     ยึกยือๆๆๆ...
     
    แค่นี้แหละ... เด๋วไว้ไปสเก็ตซ์แบบอื่นดู...
     

     
    เมื่อวานไปงานวันอีสเตอร์ที่สวนลุมมา...
    ไปกันแต่เช้าหกโมงเลย...
    ที่นั่นได้เจอเพื่อนๆน้องๆที่มหาลัยและที่โบสถ์อื่นด้วย...
    ตอนออกมามีจัดตู้โชว์ไข่...
     
    ไข่ในวันอีสเตอร์หมายถึงความมีชีวิต...
     
    ไข่สวยๆมากมาย...
     
    ไข่นกกระจอกเทศใหญ่มาก...
     
    เมื่อก่อนวันอีสเตอร์เด็กๆจะได้ paint ลายไข่กัน...
    เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว... ไอ้เราก็ไม่มีเวลามาเพนท์ไข่ต้มแจกด้วย...
     
    ไข่ สอยดาวมั๊ง... เอาไปแขวนตามกิ่งไม้...
     
    ไข่ไฮโซ... หรูหราอลังการ...
     
    ไข่ไดโนเสาร์... มันมาได้งัยฟะ...
     
    พูดถึงกระต่ายสำหรับวันอีสเตอร์ก็หมายถึงความอุดมสมบูรณ์...
    เพราะกระต่ายออกลูกเยอะมากๆ...
    กระต่ายผสมพันธุ์ได้ตลอดทั้งปีมีลูกเยอะ...
    (ไม่แปลกนี่หว่า)...
     
    กลับจากอีสเตอร์ทั้งง่วงและเมื่อย...
    เพราะตอนสายเล่นเบสที่โบสถ์ด้วย...
    ขากลับหลับคาเบาะรถเลย... -_-"
     

     
    วันนี้เที่ยงๆไปดูร้านที่เซ็นทรัลเวิลด์...
    โชคดีวันนี้มากันทั้งบ้านเลยไปกินมื้อเที่ยงนอกบ้านกันได้ทั้งครอบครัว...
    (ปกติมาไม่ค่อยครบกัน)...
     
    พากันมาที่ชั้น 6 เซ็นทรัลเวิลด์...
    แต่ตอนนี้ที่บ้านหิวกันหมดแล้ว...
    เรียกได้ว่าเดินผ่านร้านไหนก็จะเข้าแหล่ว...
    สุดท้ายกิน kobune...
     
     ไอ้เรือๆนี่ถูกดี...
    เรือละ 25 บาท... ไม่เหมือนกับ Sushi Tei... แพงกว่านิด...
    แต่เอาวะ Sushi Tei มันก็ใช้ของคนละเกรดกัน...
    แต่ก็เรียกได้ว่าคุ้มกว่าไปกิน Sabushi...
    เพราะไม่มีปัญญายัดบุฟเฟต์ลอยเรือกันทั้งบ้านอยู่แล้ว...
    อ้อ... Sabushi ถ้าไปกินเองนี่ไม่ไปแล้ว...
    ของไม่สดอย่างแรง -_-"
     
    ข้าวอัดไข่หวาน ลอยมาพร้อมเรือ คาดว่าจะเป็นจานที่สวยที่สุดแล้ว...
    ชอบไอ้เกี๊ยะไม้รองปลาดิบที่นี่จิงๆ... สวยแบบพลาสติกแต่ได้อารมณ์ไม้...
     
    อิ่มเสร็จ... ออกมาหน้าร้านก็เจอพวกของเกี่ยวกับอีสเตอร์...
    จริงๆที่เซ็นทรัลจัด display Easter เต็มไปหมด...
    สงสัยเพราะเจ้าของเป็นคริสเตียนก็เลยทำให้เป็นแบบนี้...
    ก็ดี... ขอยืมมาถ่ายรูปกับที่บ้านหน่อยน๊า...
     
    ป๊าเอง... วันนี้ป๊าบ่นหนาวมากเพราะฝนตก... เลยใส่เสื้อหลายชั้น...
     
    ปุ๊กกี้น้องสาว... ใหญ่ขึ้นได้ทุกวั๊นทุกวัน...
     
    เสร็จจากนั้นขึ้นไปดูร้านข้างบนชั้น 7 ว่าของขาดอะไรบ้างหรือเปล่า...
    ปรากฏว่าเจอเพื่อนพ่อและแม่โดยบังเอิญ...
    ก็เลยปล่อยป๊าม๊าไว้ข้างบน...
    พาน้องมาซัดเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ก่อนจะมาแล้วดีกว่า...
     
    เป้าหมายนั่นก็คือ... MOS Burger...
    มอส เบอร์เกอร์ คือเบอร์เกอร์สายพันธุ์ญี่ปุ่น...
    อยู่ชั้น 3 เซ็นทรัลเวิลด์ ใกล้ๆฝั่ง ZEN เกือบถึงประตู ZEN แล้วล่ะ...
    ขนาดแนวราบไม่ใหญ่เหมือนเบอร์เกอร์คิง...
    แต่ความสูงนี่... เดี๋ยวค่อยว่ากัน...
     
    หน้าร้านคนต่อคิวยาว...
    มารู้ตอนหลังว่า... ทำนานมากทั้งที่พนักงานเยอะอ่ะนะ...
    อ้อ... ที่นี่ไม่มีทำเตรียมเหมือนพวก KFC McDonald...
    มันก็เลยต้องรอ ต่อคิวเป็นธรรมดา...
    เป็นการสร้างกระแสที่ดีจิงๆ...
     
    เลือกสั่งเป็นชุด... หรือว่าจะสั่งเดี่ยวๆก็ได้...
    เออ... ลืมดูว่าเป็นชุดมันถูกกว่าหรือเปล่า...
     
    บรรยากาศในร้าน สบายๆ น่าจะเป็นร้านสำหรับหลังเลิกเรียนมากกว่านะเนี่ย...
    ไม่ค่อยเหมาะกับการพาแฟนมานั่งเพราะจะนั่งได้แปปเดียว...
    กินเสร็จลุก... ไม่แนวๆ...
    (ในมุมมองของคนไม่มีแฟนอ่ะนะ)...
     
    ที่รองแก้ว... สวยดี...
     
    สั่งไปสักพักเอาโค๊กมาเสริฟ... แล้วก็รออีกนานเลย...
     
    นั่งมองป้ายไปเรื่อยๆ... ทุกคนที่มากินไม่ว่าจะทานนี่หรือกลับบ้านก็ต้องได้ป้ายทั้งนั้น...
    เป็นสัจธรรมว่า... มนุษย์ทุกคนต้องรอ...
     
     
    เบอร์เกอร์มาแล้ว!!!
    ชอบชุดที่เอามาเสริฟมาก... ใส่ตะกร้าสาน...
    น่ารักดี... เฟรนซ์ไฟรด์... ใช้มันชิ้นใหญ่ทำ... ก็เลยเป็นแท่งใหญ่ๆ...
    ไม่หักไม่มีเศษเหมือน Fast Food ทั่วไป...
    เบอร์เกอร์อร่อยดี...
    แต่ส่วนสูงเบอร์เกอร์เกินยัดเข้าปากไปหน่อย...
    จะบี้คามือก็กลัวจะเละ...
    เลยต้องกินใส้ในก่อน...
    แล้วค่อยกินแบบปกติ...
     
    สรุปว่าบรรยากาศชิวๆแบบนี้พาเพื่อนมานั่งก็ดี...
    หรือจะพาเพื่อนสาวมานั่งคุยเล่นๆก็ไม่เลว...
    ราคาก็กำลังดีไม่แพงมากเกินไป... สำหรับกรณีมาเที่ยวห้างทั้งที...
    เบอร์เกอร์ถ้าเทียบกับ McDonald ก็แพงกว่าหน่อย...
    ถ้าเทียบกับ Burger King... ก็ถูกกว่าเยอะ...
    แต่เบอร์เกอร์คิงวอปเปอร์มันอร่อยเพราะใส่สามชั้นทอดกรอบ(Bacon)น่ะนะ...
     
    อ้อ... ถ้าไม่ชอบเบอร์เกอร์... ที่นี้เค้ามีฮอทด๊อกด้วยนะ...
    ใส้กรอกหนังกรอบลองแล้วอร่อย... แต่สำหรับคนไม่ชอบมัสตาร์ทต้องสั่งไว้ก่อนล่ะ...
    ว่าไม่ใส่มัสตาร์ท... เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน... หุหุ...
     
    ถ้ามาคราวหน้าขอมากับเพื่อนๆล่ะนะ... มาเดี่ยวๆกินข้างบนชั้นเจ็ดดีกว่า...
     
    ราตรีสวัสดิ์...
    4/8/2007

    2007.04.07 - Inky The Squid

     
     
    ห่างหายเหมือนจะตายไปจากโลกบนเน็ตซะแล้ว...
     
    แต่กลับมาคราวนี้พาเพื่อนใหม่มาด้วย...
     
    นั่นคือ... แถ่น... แทน... แท๊น!!!
     
    Inky the Squid นั่นเอง...
    ปลาหมึกตัวน้อยที่จะมาพร้อมกับความสดใส...
    (โฆษณายังกับของหลอกเด็ก)...
     
    กระผมนาย inky มาแล้วคร๊าบ... หุหุหุ...
     
    มาในรูปแบบการ์ตูน 3D ด้วย... (วาดนั้นง่ายกว่าปั้นรูป 3D มากมาย)...
     
    มาพร้อมอีโมชั่นสนุกๆอีกนิดหน่อย... ปั่นได้เท่านี้แหละเน่อ...
                
    อีโมชั่นตัวอื่นจะทยอยคิดทยอยทำน๊า...
     
    เรื่องมันเกิดจากการที่อิจฉาชาวบ้านชาวช่อง...
    ที่ใช้อีโมชั่นใน MSN กันเป็นประจำในการ Chat ไปซะแล้ว...
    ไอ้ครั้นเราจะเอามาใช้บ้าง...
    มันก็ลำบากใจ... อยากได้อีโมชั่นที่เป็นของตัวเองมั่ง...
    ก็เลยทำเองใช้เองซะเลย...
     
    + กับไอเดียที่อยากจะทำตัวปลาหมึกตัวอื่นนอกจาก SquidMan บ้างแล้ว...
    SquidMan นี่วาดออกมาเป็นตัวๆนี่หลายแบบ...
    ไปจนเป็นลายจี้ห้อยสร้อยคอประจำตัวไปซะแล้ว...
     
     
    ทีแรกคิดไว้... ว่าหมึกก็ต้องมีส่วนลำตัวที่เหมือนกับหมวก...
    หนวดแปดเส้น... ลำตัวยาว... มีหนวดยาวสองเส้นพิเศษ...
    ตาอยู่เหนือหนวดแต่อยู่ใต้ลำตัว...
     
    คิดมากี่ปีๆก็ติดข้อจำกัดอยู่ตรงนี้แหละ...
    ทำให้คิดไปคิดมาก็วนเวียนอยู่ที่เดิม...
    จนเมื่อเช้าไปประชุม กลุ่มพ่อค้า SMEs...
    บังเอิญง่วง... กลัวสัปงก...
    ก็เลยหยิบสมุดมาสเก็ตซ์เล่น...
    (ตอนง่วงๆทำเรื่องไม่มีสาระมักจะทำให้ตื่น)...
    คิดแรกๆก็ยังติดกรอบเดิมๆอยู่ดี...
    จนไปๆมาๆ...
    ทำใจกล้าๆ... ลดข้อจำกัดเหล่านั้นลงซะเอง...
    ทีแรกก็ไม่อยากให้หมึกมีห้าหนวดอย่างในแบบหรอก...
    แต่ไหนๆก็ลดทอนรายละเอียดแล้ว...
    ก็กลายเป็นแบบนี้แหละค้าบ...
     
    ต่อไปนี้คงจะต้องออกแบบ Emo มาใช้ให้เยอะซะหน่อยแล้ว...
     
    ที่สำคัญเจ้า Inky ควรจะมีผองเพื่อน และเพื่อนสาว...
    ไม่เปล่าเปลี่ยวเหมือนคนวาดนะเอ้อ...
     
    วาดเล่นๆไปๆมาๆ ขยันทำจริงขึ้นมาซะงั้น... -_-"...
     
    ยังงัยก็ขอฝาก inky อิงกี้... ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยคนนะคับ...
     

     
    ส่วนที่หายไปหลายวัน...
    นอกจากจะทำงานจนเย็นแล้วก็ง่วงหลับตลอดแล้ว...
    ยังเจอภาวะคุกคามจากโรคฟันซึ่งตามมาเป็นปัญหาโดมิโน่...
     
    ฟันคุดที่เมื่อก่อนยอมปวดให้มันขึ้นจนเต็มซี่...
    ทนเจ็บมาเป็นปี... ตั้งแต่ปีสองถึงปริญญาโท...
    ตั้งใจว่าจะไม่ถอน...
    แต่หลังๆนี่ มันเล่นกัดกระพุ้งแก้มซะพังเลย...
    เรียกได้ว่ากินข้าวทุกมื้อต้องกัดกระพุ้งแก้มขวา...
    เลยกะว่ายังงัยๆต้องไปถอนให้ได้...
     
     
    ทีแรกใจกล้าไปหาหมอกะขอถอนเลย...
    หมอนัดวันถอนเพราะไม่ว่าง...
     
    มาวันนัดหมอ... ก็ใจกล้าบอกหมอถอนมันสองข้างเลย...
    ซ้ายแล้วขวา...
    หมอบอกว่าถ้าจะถอนฟันคุดต้องถอนฟันบนแต่ละข้างด้วย...
    ซวยสิ... ถอนทีเดียว 4 ซี่... แล้วจะเอาอะไรกินข้าววะ...
    ก็เลยถอนด้านขวาออกก่อน...
     
    ถอนฟันครั้งนี้เข็ดไปอีกนาน...
     
    ทั้งเครื่องมือสารพัด...
     
    เจอกันครั้งแรกเจอเข็มยาชาก็ล่อซะจี๊ดแล้ว...
    แต่หลังจากชานี่สิ...
    ไอ้ที่ต้องเจอตอนไม่เจ็บแต่ละอย่างอันตรายทั้งนั้น...
    ทั้งคีมงัดฟัน...
    ทั้งเหล็กงัดฟัน...
    ทั้งใบมีดผ่าเหงือก... (หมอบอกผู้ช่วยว่า อะไร blade ซักอย่างนี่แหละ... ตูฟังออกนะเว้ย... ว่ามันคือใบมีด)...
    ตอนผ่าก็ยังโอเค...
     
    แต่กลับบ้านยาชาเริ่มคลาย...
    ปวดเช้าปวดเย็น...
    กินข้าวต้องตะแคงหัวกินเอา... เพราะกลัวเศษอาหารหล่นไปซอกที่ถอน...
    อ่อมันปวดเพราะไหมที่หมอเย็บเหงือกไว้ด้วยนี่หว่า...
    ไอ้ไหมนี่แหละ... แม้แผลหายแล้ว... แต่มันก็ยังรั้งเวลาจะเป่า จะทำอะไรที่...
    ต้องขยายกระพุ้งแก้มต้องเป็นอันสะเทือนทุกที...
     
    สุดท้ายทนพิษบาดแผลไม่ไหวต้องนอนเร็วทุกวัน...

     
     
    วันนี้หมอนัดตัดไหม... เราจะเป็นอิสระแล้ว...
     
    แต่ก็ไม่วาย...
     
    หมอขอขูดหินปูนด้วยเนื่องจากไม่เคยขูดเลย...
    ทีแรกก็นึกว่าไม่มีอะไร...
     
    แต่หลังจากไอ้ที่ขัดมันลงไปบนหินปูนนี่แหละ...
    จ๊ากกกกกกก...
    เสียดฟันโคดๆ...
    ที่สำคัญไอ้หินปูนที่มันเกาะที่ใกล้ๆเหงือกนี่แหละตัวแสบ...
    มันเล่นเอาหมอต้องเอาที่ปั่นหินปูนมาแถเหงือกด้วย...
    โอย... ได้แต่ประสานมือแน่นๆ...
    ตอนบ้วนปากนี่เลือดทั้งน๊านนนน...
    หมอนะหมอทำกันได้...
    ต่อให้เป็นหมอสาวก็ไม่ให้อภัยเว้ย...
     
    ขูดเสร็จ... ออกมาเสียวฟันตลอดเลย...
    วันนี้เลยได้งดข้าวเย็นอีกมื้อ...
     
    อ่อ หมอบอกว่าหลังสงกรานต์มาถอนฟันสองซี่ที่เหลือด้วยนะเอ้อ...
    ซวยละตู...
     

     
    วันก่อนอากาศร้อนเลยแวะไปร้านตัดผม...
    นึกเล่นๆลองตัดสกินเฮดดู...
    ไม่นึกว่า... มันจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้...
    แม่แอบไม่ชอบ...
    น้องชอบเอาแก้มมาถูหัว...
    กลายเป็นเกรียนไปซะแล้วตู...
    เอาวะครั้งหนึ่งในชีวิต...
    แต่จะไม่ตัดอีกแล้วล่ะ...
    สกินเฮด ปัตตาเลี่ยนเบอร์สาม... จำจนวันตาย...
     
    ช่วงนี้กิจกรรมเยอะขี้หลงขี้ลืมบ่อยมากๆ...
     
    ราตรีสวัสดิ์