Siripattana's profileSquidMan.ExE's Blog...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
3/21/2007 2007.03.20-กลับไปEsplanadeอีกรอบ+ก๋วยเตี๋ยวคั่ว...ในที่สุดก็ได้ดูหนังที่อยากดูแล้วเว้ยย!!!
300 March to Glory...
หนังสุดตีน!!!...
ชาติ เกียรติ วินัย กล้าหาญ อดทน สามัคคี หัวขาด!!!
ช่วงนี้กลับมาเป็นช่วงงานอีกแล้ว...
เนื่องจากอดหลับอดนอนต่อเนื่องมานาน...
เล่นเอากลายเป็นว่าว่างตอนไหนก็ต้องหลับตลอด...
เดี๋ยวนี้แค่ตกเย็นก็ต้องนอนก่อน 1 รอบซะแล้ว...
วันอาทิตย์พวกเราที่บ้านวางแผนกันว่าจะไปเที่ยว Esplanade กัน...
หลังจากที่ ครั้งที่แล้วลุยเดี่ยวไป Esplanade มา...
คราวนี้ก็เลยอยากชวนไปกันทั้งบ้าน...
ตอนเช้าไปโบสถ์บ่ายรอดูน้องซ้อมร้องเพลง...
ไว้ร้องวันอิสเตอร์...
ฟังไปฟังมานอนหลับยาวยันบ่ายสามเลยซะงั้น...
แอร์ที่โบสถ์ก็ปิดแล้ว...
นอนจนเหงื่อท่วมตัว...
ตื่นมาเหนื่อยกว่าเดิมอีกนะนั่น...
หลังจากที่ทำธุระที่โบสถ์เสร็จแล้ว...
ก็ได้ฤกษ์เริ่มเดินทางไปกัน...
มาถึงปุ๊บก็ลงชั้นล่างปั๊บเลย...
ไม่ต้องรีรอเพราะเป้าหมายวันนี้มาเพื่อเก็บร้านอาหารโดยเฉพาะ...
กลับมาที่ร้านกินดาโกะเหมือนเดิม...
วันนี้คนเยอะมากๆ... จนต้องต่อคิวรอกันเลย...
คิวยาวไม่พอแถมยังต้องรอรับของแบบจองชื่อไว้ก่อนอีก...
อะไรมันจะฮอตขนาดนั้น...
ตอนนี้ที่บ้านกำลังตื่นเต้นกับ ความดุ๊กดุ๋ยของปลาคัตซึโอะแห้ง...
ที่โรยบนทาโกะยากิร้อนๆ... เนื่องจากไอร้อนของมันทำให้ปลาแห้ง...
ส่ายไปมาเหมือนมีชีวิต...
หลังจากที่ทานกันเข้าไปทั้งบ้านก็สรุปคำเดียวว่า...
มันโคตรร้อนเลยว่ะ... ทิ้งไว้ให้เย็นก็ไม่อร่อย...
กินมันทั้งที่ร้อนๆแบบนี้ปากจะพองเอา...
เคล็ดลับชาเขียวร้านนี้ใช้ชาผงใส่ปั่นกับน้ำด้วยเครื่องปั่นน้ำผลไม้นี่แหละ...
ใส่ผงเยอะๆรสจะได้ขมๆ... แต่ก็ขมได้ใจแฮะ...
ทาโกะยากินั้นเป็นเพียงแค่อาหารกระตุ้นกระเพาะเท่านั้น...
โปรแกรมต่อไปนี่สิ...
เรามาต่อกันที่ร้านราเมงเส้นสด... ร้านชิบูย่า...
เพราะวันก่อนเห็นร้านนี้ออกทีวีก็เลยพาที่บ้านมาดูกัน...
ร้านนี้มีทีเด็ดตรงที่ใส่แป้งเข้าเครื่องรีดเส้นกันสดๆเลย...
แต่ไม่สดขนาดรีดแล้วเอามาลวกเลยนะ...
แค่รีดแล้วไว้ทำชามต่อๆไปเท่านั้นเอง...
เส้นที่นี่มีให้เลือก 5 อย่าง...
แต่เอาเข้าจริงๆก็มีให้เลือกสองอย่างสำหรับบะหมี่น้ำ...
ก็คือเส้นอุด้งและเส้นราเมนเท่านั้นเอง...
ส่วนอีกสามเส้นที่เหลือไว้ใส่หมี่เย็น...
เท่ากับไม่ได้เลือกเส้นอยู่ดีล่ะฟะ...
ที่สั่งมาเป็นอาหารรองท้องก็คือ โครกเกะ... ลูกแพร์...
มันก็คือโครกเกะ หรือ Croquette ที่ผันเสียงมาจากภาษาอิตาลี...
เมื่อเอาตะเกียบแบะออกมา...
สิ่งที่ได้ก็คือ... มันบดคลุกกับผักหั่นละเอียดต่างชนิดกัน...
จริงๆแล้วจะผสมเนื้อปูหรือเนื้อที่บดหรือฉีกละเอียด...
ในนี้มีแค่มันกับผักเท่านั้นอ่ะ...
ยังดีหน่อยที่ซอสจิ้มอร่อย... ช่วยชูรสโครกเกะเป็นอย่างยิ่ง...
งานนี้ผ่าน...
ถัดมาเป็นชาเขียวเกนไม... รสข้าวคั่ว...
เห็นว่าชื่อแปลกดีเลยสั่งมา...
จริงๆแล้วมันก็ตรงตัวเลย... ชาเขียว + ข้าวคั่ว ชงแล้วกรองแต่น้ำ...
ทำให้ได้รสของข้าวคั่ว... (ที่ใส่ในน้ำตกและลาบน่ะแหละ)...
สำหรับเราชอบเพราะปกติชอบพวกชารสข้าวอยู่แล้ว...
โดยเฉพาะชาข้าวบาเลย์...
(ชาขวดกินไม่ดี... เพราะชาต้มแล้วปล่อยไว้นานตัวน้ำชาเองจะเป็นพิษต่อร่างกายมากกว่าประโยชน์)
ถัดมาเป็นเมนูที่เราสั่งมาลองกันได้แก่...
อุด้งต้มยำกุ้ง... กุ้งใหญ่กว่าบางเจ้าที่ลองมา...
รสเผ็ดมีบ้าง... แต่รสเปรี้ยวของมะนาวไม่มีเลย...
ถ้าเทียบกับราเมนต้มยำของร้าน *ตุ๊ด และร้าน *ตุ๊ด...
แล้ว... ของร้าน *ตุ๊ด และ ร้าน*ตุ๊ด ยังดีกว่าอยู่ในแง่ของรสชาติ...
ร้านนี้จะแปลกกว่าก็ตรงใช้เส้นอุด้งนี่แหละ...
ไม่ค่อยจะได้เห็นอุด้งเอามาทำเป็นอาหารรสจัดเท่าไหร่...
งานนี้มติรวมบอกว่าตกรอบคับทั่น...
ต่อมาเป็นมิโสะราเมน...
อันนี้ก็รสก็ยังไม่ดีเท่าไหร่...
ยังไม่ผ่านคะแนนลิ้นคับ...
อันนี้จำชื่อไม่ได้แต่คิดว่าคงไม่ได้เห็นที่ร้านอื่นแน่... เลยสั่งมา...
เรียกว่าราเมนจอกแหนดีกว่า...
อันนี้พออร่อยเพราะใส่หมูสับปรุงรส...
ถ้าคนไม่ชอบผักโรยอันนี้อาจจะไม่ผ่านเลยก็ได้...
เพราะใส่ผักโรยจนไม่เห็นข้างล่างเลย... หุหุหุ...
อันนี้พอผ่านเพราะรสกลางๆ... และไม่มีเมนูร้านอื่นเปรียบเทียบ...
สุดท้ายเป็นยากิโซบะ... อันนี้ก็มะผ่านเหมือนกัน...
เพราะยากิโซบะเส้นต้องใช้ไฟแรงน้ำมันร้อนๆ...
จะได้สงวนความสดของผักให้กรอบ... และส่วนประกอบต่างๆไม่สุกจนกระด้างเกินไป...
ที่สำคัญต้องใช้ความเร็วในการผัดเพื่อให้น้ำมันเข้ากับเส้นได้ทุกเส้น...
แต่อันนี้ใช้ไฟอ่อนไปหน่อยเส้นเลยรู้สึกว่ามันไปนิดนึง...
ผักก็ผ่านความร้อนนานไปนิด...
ถ้าเป็นจานนี้ต้องยกให้ชิมันโตะที่พารากอนชั้น 1 ไปครองแชมป์...
โดยปริยาย...
สำหรับราคาอาหารร้านนี้จัดอยู่ว่าแพงกว่าร้านราเมนร้านอื่นอยู่บ้าง...
แต่แลกกับมาดูของแปลก คือเครื่องรีดเส้นราเมนอยู่ก็คุ้ม...บ้าง...
สรุป... ขอกลับไปกินโออิชิราเมนบ่อยขึ้น...
และขอไปกินฮะจิบังราเมนบ้างเป็นครั้งคราวดีกว่า...
กลับจากเอสพลานาดก็ไปส่งของที่พารากอนและเอมโพเรียม...
วันนี้คนไม่เยอะเท่าไหร่...
ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีคนออกทานอาหารนอกบ้านกันน้อยลง...
อ่านหนังสือพิมพ์มา...
มาม่าแถลงว่า ปกติคนไม่มีอันจะกินปกติก็กินมาม่าประทังชีวิต...
แต่ปีนี้มาม่ายอดขายตก... แสดงว่ามันเริ่มแย่แล้วล่ะชาติไทย...
แต่กลับกันตรงที่ว่า...
เซ็นทรัลเวิลด์และเซ็นเพิ่มร้านอาหารมากขึ้นกว่าเดิม...
แถมคนกินก็ไม่น้อยเลยทีเดียว...
นับว่าแม่เหล็กของอาหารที่นี่สวนกระแสชาติได้เลยล่ะ...
ลองมาดูแล้วจะรู้ว่าร้านอาหารที่นี่เยอะมากจนเลือกไม่ถูกเลย...
เดินระหว่างชั้น 6 - 7 ก็พอ...
หลังจากส่งของก็ขอที่บ้านแยกออกมาเพื่อพักผ่อนดูหนัง...
วันนี้โรงเซ็นทรัลคนไม่เยอะมาก...
เรื่องที่ดูก็คือ 300 March to Glory นั่นเอง...
อยากดูมานาน... เกมจากหนังเรื่องนี้ก็เล่นจบไป 2 รอบแล้ว...
ยิ่งทำให้อยากดู... เหตุผลที่ดูก็ชอบหนังสไตล์นี้แหละ...
สีโทนเดียว... บรรยากาศโบราณ...
ชุดมันแฟนตาซี สไตล์เปอเซียมากๆ... แค่ดูการออกแบบชุดของพวกลูกกระจ๊อกฝั่งศัตรูก็คุ้มแล้ว...
งานนี้ไม่จำเป็นต้องชวนใครไปดู...
เพราะชวนก็ไม่มีใครอยากมาดูด้วย...
กุดูคนเดียวก็ได้วะ...
สรุป... หนังเนื้อเรื่องไม่มีอะไร... แต่ไปดูการออกแบบของตัวละคร...
ความเข้มข้นของหนัง...
ฉากซึ่งจริงๆแล้วหนังเรื่องนี้ถ่ายในสตูดีโอ โดยใช้ฉาก Blue Screen ทั้งเรื่อง...
แล้วมาใส่ฉาก CG เอาทีหลัง...
สรุปสนุก... มันส์... เพลงมันส์... ไม่เครียด...
กลับบ้านนอนสบาย...
วันจันทร์วิ่งส่งของ... เอาเตาย่างหมูไปให้ศูนย์ซ่อม...
ศูนย์ตกใจว่าเอามาให้ซ่อมทีเดียว 7 ตัวเลยเรอะ!!!
ก็เลยบอกไปว่าไอ้ซื้อไปก็ปาเข้าไปเกือบ 30 ตัวแล้ว...
ใช้เตาเปลืองนะบ้านนี้... มีร้านที่ใช้เตาไฟฟ้าแค่สองที่แค่นั้นเอง...
กลับบ้านหลับเป็นตาย...
วันนี้แม่ลองไปทำอาหารให้พนักงานที่เซ็นทรัลได้ลองชิมกัน...
เผื่อว่าจะได้รับพิจารณาได้ร้านเพิ่ม...
ก็เลยได้มีโอกาสร่วมขอแจมผัดเองซะ 1 เมนู...
นั่นก็คือก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่...
ทำง่ายแค่ใส่ของทั้งหมดลงไปผัดก็เสร็จเรียบร้อย...
เนื่องจากทำเองถ่ายเองเลยต้องพกจานโชว์มาจากบ้าน...
เพื่อมาเรียงให้สวยๆหน่อย...
ส่วนประกอบหลักๆ...
เส้นใหญ่ ไก่ กุ้ง ปลาหมึกกรอบ ไข่สด ซีอิ้ว ผักกาดหอม ผักโรย น้ำมัน กระเทียมเจียว ปาท่องโก๋กรอบ...
เห็ดหูหนูขาว...
วันนี้ดันลืมเอาขิงดองมาผัดด้วยซะงั้น...
ขาดขิงดองไปนี่สำคัญเลย...
เพราะขิงดองจะเป็นตัวชูรสอาหารผัดได้อย่างดีเยี่ยม...
หลังๆผัดยากิโซบะก็ใช้ขิงดองผัดลงไปซะหน่อยก็ได้...
เส้นใหญ่จะเหมาะกับก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่มากกว่า... แต่จะใส่เส้นหมี่ก็ได้...
แต่ผัดออกมาจะดูน้อยไม่เต็มอิ่มเท่านั้นเอง... กับผัดออกมาแล้วจะแห้ง...
ไม่ต่างกับผัดซีอิ้วเลย...
ส่วนประกอบที่เหลือ...
ถ่ายเป็นมุมๆเก็บไว้ดูเล่น...
ผัดออกมาหน้าตาก็เป็นแบบนี้แหละ...
พอดีตอนผัดเสร็จมีลูกค้าผ่านมาแถวร้านสะเต๊ะเห็นก็เลยขอสั่ง...
แต่ไม่มีหรอกอ่ะเมนูนี้ในร้าน...
แม่ก็เลยแบ่งให้ลูกค้าคนนั้นไปทาน...
เลยได้คอมเมนต์ดีๆมาหลายอย่าง...
เช่น รสอ่อนไป... ผักโรยเยอะไปหน่อย...
ผัดไม่แห้ง...
ซึ่งก็ต้องเป็นข้อที่ควรปรับปรุงต่อไปล่ะคับ...
ต่อจากนั้นหม่าม๊าขอร่วมแจมอาหารที่ทำมาให้พนักงาน Food Hall Central ชิมกัน...
ก็คือหมูผัดน้ำแดง...
รับประกันความนุ่มและชอสที่รสชาติเข้มข้น...
ฝีมือเรายังห่างแม่ยิ่งนัก...
แล้วก็ขาหมูสูตรซูโจว...
สูตรนี้เด็ดตรงที่วัตถุดิบแต่ละอย่างนั้น...
เป็นวัตถุดิบดีๆทั้งนั้นเลย...
เรียกได้ว่าเป็นอาหารที่ประกอบด้วยคุณค่าของวัตถุดิบล้วนๆ...
เมนูนี้ครองใจพนักงานและเหล่าลูกน้องที่ร้านไปเรียบร้อยแล้ว...
เรื่องอาหารนี่แพ้แม่ราบคาบ...
ขอบคุณทุกๆคอมเมนต์จากที่ร้านซึ่งทำให้รู้สิ่งที่เราควรปรับปรุงในการทำอาหารนะคับ...
นอนแต่หัวเย็นตื่นมาตอนดึกเลยวาดรูปจากหนังเรื่อง 300...
ชาวสปาตันนี้เจ๋งตรงความกล้าหาญและทักษะการรบนี่แหละ...
ที่สำคัญ... โล่ของชาวสปาตันนี่แข็งแกร่งมากๆ...
งานนี้ดันเอาหมึกซึมมาวาด... หมึกเลยเละเต็มไปหมดเลย...
สรุปงานเละเพราะฝีมือห่วยนี่เอง...
ราตรีสวัสดิ์... 3/18/2007 2007.03.17-อบรมSMEs จอไหม้-จอใหม่...วันก่อนจอคอมอันสุดรักเจ้าจอคอมขนาด 21 นิ้วดันจอไหม้...
เปิดเครื่องมาไหม้ออกทั้งควันและกลิ่นแถมไม่มีภาพขึ้นเลยต่ะหาก...
เมื่อวานเลยต้องจับไปโยนทิ้งหน้าบ้าน...
ทั้งหนัก กินไฟ และใหญ่ แต่เหมาะงานทำกราฟฟิคมากๆ...
ใหญ่เต็มตาดี...
แต่มันก็ทำงานมาเหนื่อยเต็มที...
ได้เวลาพักงานของมันแล้ว...
เมื่อวานตอนเช้าหลังจากที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่
น้องฝึกงานที่มาทำงานที่ร้านนิดหน่อย...
เลยทำให้มีโอกาสมาแวะดื่มกาแฟร้าน Segafredo กาแฟจากอิตาลี...
ตามคำเชิญชวนของพี่ต๊ะ ผู้จัดการแผนก Food Hall
ที่เปลี่ยนมารับผิดชอบร้านกาแฟของห้างแทน... กาแฟที่ใช้ที่นี่เป็นกาแฟนำเข้าจากอิตาลี...
ถุงแบบกิโลนึงราคา 1500!!!
กาแฟนำเข้ามันราคาขนาดนี้เลยเรอะ!!!
แต่หลักๆร้านเค้าก็ยังเป็นร้านกาแฟปรกตินี่แหละ...
บรรยากาศหน้าเค้าท์เตอร์ก็จะมีมุมชงกาแฟ...
มุมขนมเครื่องเคียง... ธีมสีที่ใช้ก็ขาวแดงดำ... จบ...
ง่ายดี...
พ่อและแม่สั่งเอสเปรสโซ่ไป... คนละแก้วเพื่อลองแบบใส่น้ำตาลและไม่ใส่น้ำตาล...
เอสเปรสโซ่ที่นี่แก้วเล็กมากๆเท่าเป๊กยาดองเหล้าเลย...
เสริฟพร้อม ช๊อกโกแล็ตชิ้นเล็กๆหนึ่งชิ้น...
ส่วนเรากินได้เหมือนเดิมคือ...
คาปุชิโน... เย็นไม่มี... ร้อนก็ได้วะ...
เทียบราคาแล้วพอๆกับทรูแหละ...
รสก็ดีกว่าเข้มกว่า ขั้นตอนการทำก็ประณีตกว่าเยอะ...
ติดทรูอย่างเดียวตรงที่มัน...
มีบัตรทรูครึ่งราคาเท่านั้นเอง...
หลังจากชิมกันซักพักพี่ต๊ะพาไปดูส่วนภายในร้าน...
ซึ่งบรรยากาศมันเหมาะสำหรับมาดื่มกาแฟเป็นคู่ๆมากกว่า...
แต่บรรยากาศ private มากๆเลย...
ถ้าใครจะมาดื่มกาแฟกับแฟนล่ะก็...
มุมนี้มุมทานคู่แบบไม่ private มากพอที่จะนั่งคุยงานได้นิดหน่อย...
โดยส่วนตัวเราชอบข้างนอกมากกว่าอยู่ดี...
ขอขอบคุณป๊าม๊าที่เป็นแบบ dummy นั่งเก้าอี้ให้เรียบร้อยเลย...
หึหึ... มุมนี้เรียกมุม W-date... สำหรับมาเดทกันสองคู่...
เหมาะแต๊ๆ...
กลับออกมาข้างนอก...
คาปุชิโนหมดแก้วไปแล้ว...
เลยต้องแอบแฮ๊ปเอาของแม่มาดื่มต่อ...
ไม่วายเอาช็อกโกแล็ตมากินควบคู่กันไปด้วย...
พอดีลิ้นไม่ทองเลยไม่รู้ว่ามันเจ๋งมากแค่ไหน...
แต่เอสเปรสโซ่ไม่ใส่น้ำตาล กับช็อกโกแล๊ตชิ้นก็อร่อยเหมือนกัน...
ทางบ้านไม่วายซื้อขนมในซูเปอร์มาทานคู่กับกาแฟด้วย...
ไม่ได้อุดหนุนขนมในร้านเลย... หึหึหึ... มันแพงอ่ะพี่...
งานนี้กาแฟสามแก้วแต่ขนมนอกเกลื่อนโต๊ะ...
สงสารคนเก็บโต๊ะจิงๆเค้าคงคิดว่า... มันไม่ซื้อของในร้านยังจะทำเละอีก...
ตอนนี้ได้ตราปั๊มมาสามรูปแล้ว... ขาดอีกสองได้ฟรี 1 ถ้วย...
ใครอยากรับไปสานต่อติดต่อได้จ้า...
วันนี้ตื่นแต่เช้าไปเข้าชั้นเรียน SMEs...
ในหัวข้อของการรู้จุดเด่นของสินค้าตัวเอง...
เมื่อวานทำการบ้านที่จะต้องมาคุยกับอาจารย์วันนี้...
นั่งทำ power point ถึงตีสี่...
(ทำยากเย็นมากมายเลยพาวเวอร์พอยต์เนี่ย)...
เล่นเอาง่วงโคตร...
อาจารย์กุ๊กที่มาบรรยายหัวข้อวันนี้บรรยายแบบเป็นกันเองเลย...
เรียกว่าบทเรียนไม่ต้องจดสไลด์ตาม...
มาช่วยกันวิจารณ์ พูดคุยกันอย่างเดียวเลย...
ชั้นเรียนมีแต่พวกคนที่มีอายุรุ่นพ่อแม่ หรือมากกว่าทั้งนั้น...
มีนักศึกษาเอแบคสองคนเอง...
(โชคไม่เข้าข้าง...สองคนนั้นเป็นผู้ชาย!!! ฮ่วย!!!)
วันนี้แต่ละคนต้องมาชี้จุดเด่นของสินค้าชนิดต่างๆได้...
นิยามเอกลักษณ์ของสินค้าชนิดนั้นๆ เปรียบเทียบกับคู่แข่งในท้องตลาดได้...
อันนี้ตัวอย่างเครื่องแกงกึ่งสำเร็จรูป...
ชอบมากออกแบบกล่องสวย และเป็นสากล น้ำหนักเบา...
อันนี้เป็นปลอกคอหมาแบบมีไฟแวบๆ...
ต้องดูตัวมันเต็มๆอ่ะ... ยังกับบหมาอวกาศ...
ตอนบ่ายเป็นการวิเคราห์สินค้าของตัวเอง...
เราดันเสร่อทำ power point มาคนเดียว...
แต่ข้อมูลแน่นเป็นที่ชื่นชมของอาจารย์...
หุหุหุหุ...
สรุปวันนี้ได้รู้ทั้งจุดเด่นและจุดควรปรับปรุงของร้านไปมากมาย...
ไปเรียนครั้งหน้าวันพฤหัสจ้า...
ตกเย็นไปกับพ่อ...
ไปเซ็นทรัลเวิลด์...
ไปดูร้าน Zen เห็นว่ามีพื้นที่ขายว่างอยู่...
ตอนนี้เซ็นทรัลเวิลด์กลายเป็นศูนย์รวมร้านอาหารดีๆหลายร้านเลย...
เรียกได้ว่าต่อให้เลือกมากก็ยังมีร้านกินแน่นอน...
ร้านที่มาลงตอนนี้ยังไม่ครบ...
ถ้าครบเรียกได้ว่าโคตรเยอะและโคตรครบเลย...
น่าสงสารเครือเดอะมอลล์กรุปเพราะพารากอนขยายได้ยากแล้ว... หุหุหุ...
ดูเสร็จก็ไปกินไอสกริมพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัวซะหน่อย...
กล้องมันถ่ายเก็บไม่หมดทุกคนน่ะนะ อย่างน้อยก็เห็นมือแม่นิดๆแหละ...
อย่าได้น้อยใจไป...
เมื่อวานซื้อจอคอมมือสองมาใหม่...
แทนเจ้าตัวเก่าที่ไหม้ไป...
ไม่ซื้อตัวใหม่มือหนื่งเพราะแบบนี้แค่ 1600 เอง...
17 นิ้วแต่ประหยัดตังค์มากมาย...
ไว้รวยเมื่อไหร่ค่อยซื้อ LCD ก็ยังไม่สาย...
ตอนซื้อมาซื้อตัวแปลงดูทีวีมาด้วย...
ตัวนี้สะดวกดีไม่ต้องถอดสายไปมาจะเป็นคอมหรือทีวีก็แค่กดรีโมทเท่านั้นเอง...
ตอนนี้เสาหนวดกุ้งก็ไม่มีสายทีวีก็ไม่ได้ต่อ...
เอาไขควงเสียบอัดรูไว้พลางๆก่อนละกัน...
พรุ่งนี้ไปโบสถ์...
แต่ตอนนี้โคตรง่วง...
ราตรีสวัสดิ์...
อ่อแถมภาพที่วาดจากความทรงจำหลังจากดูเรื่อง ทีราเบเตีย...
ประทับใจดี... ความผูกพันธ์ระหว่างเลสลี่และเจส...
แม้มันจะสั้น... แต่ก็ลึกซึ้งมากมาย... จนยากที่จะลืมยามที่อีกฝ่ายต้องจากไป...
วาดในสมุดเสร็จราวๆบ่ายหลังพักกินข้าว...
อยากดู 300 march of glory เว้ย...
เลือดสาด... แมน ล่ำ...
3/16/2007 2007.03.15-คนบ้านนอกเที่ยวเอสพาหนาด...ช่วงนี้มันยุ่งๆเป็นพักๆ...
ไอ้วุ่นมากก็ทำงานจนไม่ได้พักทั้งวัน...
ไอ้ไม่วุ่นก็เกือบจะเรียกได้ว่าชิว...แต่ก็ทำได้แต่หลับทั้งวัน...
เพื่อพักผ่อนชดเชยให้กับความเหนื่อยล้าที่ผ่านมา...
ขนาดวันนี้กลับมาถึงบ้านยังหลับเป็นตาย...
กว่าจะตื่นมาอีกทีก็สี่ทุ่มซะแล้ว...
ช่วงวันจันทร์อังคารเป็นช่วงวันที่ได้พัก(บ้าง)...
เพราะช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาได้นอนน้อยมากๆ...
วันเสาร์-อาทิตย์ไม่ได้นอนเลย(แก้งาน)...
นอนในรถตอนไปโบสถ์ได้หน่อยเดียว...
วันอังคารที่บ้านได้มีโอกาสทำใส้กรอกสะเต๊ะเพิ่ม...
เพราะจะทำแต่ละทีก็ต้องใช้เวลาพอสมควรเลย...
วันนี้เราใช้ใส้นอกเหมือนเดิม...
ใส้นอกจะมีคุณภาพสูงกว่าใส้เมืองไทย...
ตรงที่ว่ามีความเหนียวและยืดหยุ่นสูงกว่านั่นเอง...
เลยทำให้สามารถทำใส้กรอกที่ยาวขนาดนี้ได้...
ยาวเต็มถาด... ยัดเนื้อหมูได้ทั้งกะละมังเลย... 555
เทียบกับขนาดคนจริง!!! ยืมพ่อมาเป็นแบบ...
จริงๆพ่อเป็นคนทำน่ะนะเราช่วยแค่ช่วยเปิดเครื่องยัดใส้กรอกเท่านั้นแหละ...
เสร็จแล้วก็เอามามัดเป็นท่อนๆๆ...
แล้วก็ย่างในเตา...
เวลาร้อนๆใหม่ๆน่ากินมากๆ...
ได้รสชาติของสะเต๊ะเต็มๆ...
เพราะคราวนี้ลดส่วนผสมน้ำตาลไป...และเพิ่มเครื่องเทศกับเกลือแกงมากกว่าเดิม...
เจ้าใส้กรอกสะเต๊ะนี้ยังเป็นสินค้าทดลองไปเรื่อยๆ...
สามารถไปชิมได้ที่พารากอนแผนก Take Home ที่ร้านได้เช่นเคย...
เมื่อวันพุธตอนเย็นวางแผนจะไปที่ Esplanade รัชดา...
ตอนบ่ายแก่ๆก็เลยมีเวลาว่างหน่อยๆ...
เลยซื้อหนังสือไปนั่งอ่านที่ร้านทรูกาแฟเช่นเคย...
ไอ้ที่ห้อยๆลงมานี่แหละลำโพงส่วนตัว...
ที่หัวไปโขกมาเรียบร้อยแล้ว...
แต่ลำโพงเขาดีจริง...
ตรงที่ว่าเสียบไอพอดแล้วเสียงออกเฉพาะที่บนหัวตัวเอง...
ไม่ไปรบกวนคนอื่น...
เสียงจากลำโพงแบบนี้ก็ยังสู้เสียงจากหูฟังไม่ได้อยู่ดี...
แต่เอาวะเค้ามีให้ใช้ก็ดีแล้ว...ฟังไปชาร์จไปด้วย... ไม่เปลืองแบต...
เกือบเย็นนั่งรถไฟฟ้าไปต่อรถใต้ดินเพื่อไปเอสพานาด...
ตอนแรกเข้าใจมาตลอดว่ามันอยู่ตรงข้ามฟอร์จูน...
แต่จริงๆแล้วไม่ใช่...
มันต้องไปออกที่สถานีศูนย์วัฒนธรรม...
โผล่ออกมาจาก teminal ก็มาโผล่ตรงนี้แหละ...
ห้างใหญ่น่าดูชมเลยขอรับ...
ภาพโดยรวมดูดีนะ... งานออกแบบเล่นอะไรสนุกๆหลายอย่าง...
แต่รู้สึกเหมือนสถาปนิกจะเอางานมันส์ๆมายัดในนี้หลายรูปแบบจน...
ภาพรวมมันดูตลกไปเลย...
มีทั้งบันไดวน บันไดทรานเฟอร์แบบ ไล่จากชั้นนึงไปอีกชั้นแบบ ต่ำๆ...
สวนน้ำ... เสารูปตัดวงรี... หญ้าหย่อมๆ...
ฮ่วยมันจะใส่ Architectual Element รกไปหน่อยแล้ว...
แต่ถ้าเอาตามแนวคิดของห้างที่ต้องการให้เป็น Art & Entertainment Complex...
หรือให้มั่วๆมองให้มันเป็น Art Gallery ก็ช่วยลดความรู้สึกแย่ให้กลายเป็นดีไปได้บ้าง...
เข้ามาจากปากทางเจอแมคโดแนล...
แมคที่นี่ใช้สีน้ำตาลเข้ม...
เท่าที่เจอมาแมคสีน้ำตาลเข้มจะมีที่แรกที่สตรีวิทย์อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย...
ที่พารากอน...
และก็ที่นี่แหละ...
แต่จุดเด่นมันอยู่ตรงภาพตัดปะรูปนี้แหละที่ดึงดูดสายตาคนที่เข้ามาดู...
จริงๆแล้วภาพนี้สร้างจากของในร้านทั้งหมด...
ไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์...(เห็นนะเว้ยบางอันมันแหว่งอ่ะใครกินไปสารภาพมา)...
เฟรนซ์ไฟร์ด... ซองพายรสต่างๆ... ถ้วย... ภาชนะใส่อาหารในร้าน...
นับว่าคนจัดคิดได้สร้างสรรค์จริงๆ...
ก่อนมาห้างนี้ได้ยินจากสื่อต่างๆว่าที่นี่มีของกินอร่อยมากมายหลายร้าน...
จึงรีบดำดิ่งสู่ชั้นล่างโดยไว...
ชั้นล่างอย่างที่เห็นจะเป็นคอนเซ็ปต์แบบร้านอาหารริมน้ำ...
ทุกร้านจะมีน้ำล้อมรอบ...
มีร้านน่ากินหลายร้านเลย...
ทั้งอาหารญี่ปุ่น... อิตาลี ฝรังเศษ อาหารจีน อาหารเวียดนาม...
แต่ที่เห็นเยอะหน่อยคงจะเป็นอาหารญี่ปุ่น...
เราเดินมาสะดุดตาร้านนี้...
ร้านกินดาโกะ Gindaco...
ร้านนี้สินค้าในร้านมีแค่ทาโกะยากิ...
น้ำชาเขียว(มัจฉะ... อย่าได้รึออกเสียงเป็นมัจฉาเพราะมันจะกลายเป็นปลา)...
และเปปซี่...
ยอมรับเลยว่าคนที่เอาร้านนี้มาลงกล้ามากๆ...
เพราะการที่จะขายสินค้าเพียงตัวเดียวในร้านใหญ่แบบนี้...
นับว่าความเสี่ยงสูงมากๆ...
นับถือๆ...
เลยลองสั่งมาซักเซ็ต...
เซ็ตนี้เป็น ทาโกะยากิ หกลูก และมัจฉะ 1 แก้ว...
ปลาแห้งคัตสึโอะที่นี่ให้เยอะมาก...
แถมไม่รู้ว่ามีลูกเล่นหรือเปล่า...
หากตั้งไว้เฉยๆจะเห็นปลาแห้งโยกไปมา...
ทีแรกนึกว่าแอร์ในห้างมันแรง...
แต่จริงๆแล้วเป็นความร้อนจากทาโกะยากิที่เก็บความร้อนสูงไว้ในตัว...
ทำให้ไอร้อนดันปลาแห้งฝอยให้โยกไปมาตลอด...
สรุปรสชาติเลยว่าอร่อย...
แต่เสียตรงใช้ความร้อนในการปรุงมากเกินไป...
เลยทำให้แป้งข้างนอกกรอบจนแข็งไปนิด...
และความร้อนทำให้รสชาติเสียไปบ้าง...
มายองเนสนั้นไม่ใส่จะอร่อยกว่าเพราะมายองเนสจืดมาก...
แต่รวมๆก็ยังอร่อยเพราะซอสดำกู้รสชาติกลับมาได้เยอะ...
สำหรับชาเขียวมัจฉะ... ยอมรับว่ารสขมแบบออริจินัลดีมาก...
ชอบที่มันไม่ใช่ชาใส่น้ำตาลเยอะๆแบบชาขวดตามท้องตลาด...
แต่เหมือนกินชาเขียวผงเลยว่ะ...
ให้คะแนนเท่ากับชาเขียวฟูจิละกัน...
อ้อ... ชอบถาดใส่ทาโกะยากิมาก... เลยแอบจิ๊กกลับบ้านมาอันนึง...
กินเสร็จ... ตั้งใจว่าจะไปต่อราเมงเส้นสดที่ร้านชิบูย่า...
แต่ท่าทางท้องจะไม่เป็นใจให้หิว... เลยได้แต่เดินจองเวรร้านต่างๆไว้...
วันอาทิตย์นี้เลิกโบสถ์จะกลับมากินใหม่... หึหึหึ...
มาเดินย่อยอาหารต่อดีกว่า...
ชั้น 1-2 จะมีร้านอาหารอยู่ด้วย...
บางร้านบรรยากาศน่าทานมาก...
ถ้ามีแฟน ก็อยากพามานั่งกินร้านชั้นนี้แหละ...
มีร้านที่เล็งๆไว้อยู่สองร้านที่ชั้นนี้...
ได้แต่จองเวรไว้... จนกว่าจะมีแฟน...
ที่นี่มีท็อปส์ซูเปอร์มาเก็ตด้วย...
เป็น Tops สไตล์เดียวกับเซ็นทรัลเวิลด์เลย...
แต่ความครบครันยังเทียบไม่ได้...
เพราะเซ็นทรัลเวิลด์เป็นระดับ World Market...
สูงกว่าระดับ Groumet Market อยู่ดี...
ชั้นล่างสุดจะมีร้านของกินเป็นบล๊อกๆมากมาย...
สุดท้ายก่อนที่จะดูหนังแวะไปซื้อหนังสือเกี่ยวกับ Design Layout...
เพื่อเอามาปูพื้นความรู้เกี่ยวกับการออกแบบใหม่...
หนังสือใน B2S จะดีกว่าที่คิโนะคุนิยะหน่อยนึงตรงที่ว่า...
มันสามารถเปิดอ่านได้เลย... ไม่ต้องไปแกะซีลอ่านที่เค้าท์เตอร์...
ถ้าให้ไปนั่งแช่ที่ B2S ก็สามารถนั่งแช่ได้ทั้งวันเลยล่ะนะ...
หลังจากนั้นก็ไปดูหนังเรื่อง Bridge to Terabithia...
สะพานมหัศจรรย์ทิวาเบตง... เอ้ย ทิราเบเตีย...
(ขอขอบคุณเอ็ดดี้และน้องสาวที่อนุเคราห์ตั๋วฟรีมาให้...
ขอขอบคุณ คุณเอมอรที่ให้ติดรถกลับเข้าเมืองขากลับบ้าน)...
หนังเรื่องนี้เป็นหนังครอบครัว...
ให้แนวคิดดีๆมากมายเลย...
เกี่ยวกับครอบครัว...
รวมทั้งคำคมๆที่หยอดตามเรื่องราวได้อย่างดีเยี่ยมจนจำมาไม่ไหวเลยล่ะ...
เสียดายว่าเนื้อเรื่องจบแบบเหมือนตัดตอนไปหน่อย...
แต่ก็ชอบเลยล่ะนะเรื่องนี้...
นับว่าแนวใช้ได้...
(สยองหน้าไอ้ยักษ์นี่แหละ ทำไปได้งัยวะ)...
วันพฤหัส...
เมื่อวานกลับมาก็ดึกแล้วน้องที่มาฝึกงานที่ร้านที่พารากอน...
โทรมาคุย... กว่าจะได้นอนก็ตีสอง...
ตีสี่กว่าๆตื่นมาช่วยที่บ้านขายของตลาดนัด...
จริงๆแล้วตลาดนัดอาจจะดูเหมือนเป็นตลาดระดับล่าง...
(ตอนเด็กๆเคยคิดแบบนั้น)...
แต่หารู้ไม่ว่าตลาดนัดบางที่นี่สามารถสร้างรายได้ดีกว่าห้างระดับสูงบางห้างซะอีก...
(ไม่ได้กะแอบกัดห้างพารากอนนะ... หึหึหึ)...
อย่างน้อยตลาดนัดก็ส่งเราจนเรียนจบปริญญาโทได้ล่ะนะ...
ตื่นแต่เช้ามาขายของ...
ไม่ทัน 11 โมงก็ของหมดร้านแล้ว...
กว่าจะได้ถ่ายรูปของก็หมดซะแล้ว...
ทำไมมีคนหมวกแดงสองคนในรูป...
หุๆๆ รูปป๊าเราเอง... ถ้าเป็นที่นี่ป๊าจะใส่เสื้อแบบเดียวกับในรูปเลย...
เพราะลูกค้าที่นี่ชอบมากๆ... เรียกว่าติดตาเลยว่าของแท้...
ตลาดนัดที่นี่ของเยอะดี...
เสียดายว่าของส่วนใหญ่เอาใจผู้หญิงมากๆ...
เสื้อผ้ารองเท้ากระเป๋า...
แต่ลูกค้าที่เดินที่นี่ส่วนใหญ่ก็เป็นแม่บ้านนี่นะ...
ตอนเที่ยงเก็บร้านโคตรง่วง!!!
อยากกลับบ้านไปนอนแล้ว...
แต่นอนไม่ได้...
เพราะ...
บ่ายไล่เก็บเช็คที่พารากอนและเอมโพเรียม...
ไปดูลูกน้อง... ซื้อของจำเป็นเข้าร้าน...
ถ้าวันจันทร์อังคารหยุดพัก... หลังจากนี้จนถึงจันทร์หน้าก็ต้องทำงานติดต่อกันสินะ...
เห้อ... เตรียมพร้อมที่จะลุยต่อเนื่องได้แล้ว!!!
ง่วง...เว้...ย...ย...ย... ... ...
ราตรีสวัสดิ์... 3/11/2007 2007.03.11-รวบยอดรายปักษ์เที่ยววัดพระแก้ว...2007.03.11-รวบยอดรายปักษ์เที่ยววัดพระแก้ว...
(อัพรายวันไม่ทันอัพมันรายปักษ์ไปซะเลย)...
คำเตือนระวังโหลดรูปโหด!! 56k warning!!!
หึๆ... ช่วงนี้โดนติเตียนคับ... ว่าไม่ได้อัพบล๊อก...
จริงๆแล้วเรื่องที่จะอัพมันมีมากมาย...
จนดองเป็นดินพอกหางหมู...
ทั้งการ์ตูนทั้งภาพถ่ายล้วนเตรียมไว้เรียบร้อยเหลือแต่เวลาที่จะเขียนนี่แหละ...
ก่อนหน้านั้นงานแต่ละวันแทบไม่ซ้ำบทบาทกันเลย...
จะเหมือนกันก็แค่เวลานอนกับเวลาตื่นมาอาบน้ำแค่นั้นแหละ...
เริ่มจากวันนี้เลยละกัน...
เพราะวันนี้มีเวลาว่างบ้าง...
เลยขอที่เวลาที่บ้านพักผ่อน...
จริงๆเมื่อคืนก็ยังไม่ได้นอน...
แต่ช่วงบ่ายอยากทำอะไรที่มันผ่อนคลาย...
แต่ก็นึกไม่ออก...
สุดท้าย... ไปวัดพระแก้วโลด!!!
ทำไมต้องไปวัดพระแก้วหรือ...
(มันเป็นที่ๆสิ้นคิดที่สุดแล้วล่ะถ้านึกที่จะไปไม่ออก)...
ตอนบ่ายเลิกโบสถ์จริงๆมีนัด...
แต่ถูกยกเลิกนัดจากเพื่อนๆ...
ก็เลยกะว่าจะกลับบ้านแต่ขอแวะที่นี่ก่อนละกัน...
วันนี้ไม่มีกล้องถ่ายรูปจริงๆมาด้วย...
มีแค่เครื่องเกมที่ถ่ายรูปได้เท่านั้น... คือPSPนั่นเอง...
เริ่มจากทางเข้าปกติที่เราจะเข้ากันคือประตูด้านตรงข้ามหัวมุมมหาลัยศิลปากรนั่นเอง...
เรามาดูมุมมหาชนที่พวกชาวต่างชาติเค้าถ่ายกัน...
มุมนี้จะเป็นมุมแรกๆเลยเมื่อเข้ามาถึงในบริเวณวัดพระแก้ว...
เดินตรงแล้วเลี้ยวซ้ายก็จะพบกับทางเข้าของนักท่องเที่ยว...
(อย่าได้เดินตรงไปเชียวเพราะยามจะไล่ให้มาทางนี้อยู่ดีน่ะแหละ)...
ข้างๆทางก็จะมีจุดบริการนักท่องเที่ยวและพวกร้านขายกล้องขายฟิลม์...
มาถึงทางเข้าจริงๆ...
ชาวต่างชาติคนไหนอ่านไทยได้ หน้าคล้ายคนไทย ร้องเพลงชาติและเพลงลอยกระทงได้...
แนะนำว่าเข้าช่องนี้จะได้เข้าฟรี...
คนไทยไม่ต้องเสร่อไปเข้าอีกช่องเพราะจะทำให้เสียตังค์...
เมื่อเข้ามาจากทางเข้าก็จะพบฤาษีซึ่งเป็นมุมมหาชนอีกมุมหนึ่งซึ่งเมื่อชาวต่างชาติเข้ามาแล้ว...
มักจะรีบถ่ายรูปมุมนี้กันก่อนเลยเพื่อเอาให้คุ้มเงินที่เสียค่าผ่านประตูมา...
แต่บริเวณตรงนี้เป็นบริเวณที่มีพื้นที่น้อยมากๆ...
คนมักจะติดกันเป็นคอขวดก็ไอ้หน้าฤาษีตนนี้นี่แหละ...
ว่าแต่ท่าของฤาษีเค้าเท่จริงๆฝ่ะ... -_-"
วันนี้ตอนบ่ายนักท่องเที่ยวเยอะมากๆ...
เหมือนยังกับเข้าวัดพระแก้วฟรีเลยทีเดียว...
มุมมหาชนแทบไม่ต้องได้ถ่ายเพราะมีคนต่อคิวรอถ่ายกันเพียบ...
ร้อนก็ร้อนมันก็ยังต่อแถวถ่ายรูปกันได้วุ้ย...
งวดก่อนๆเวลามาทีไรมักจะถ่ายแต่รูปอุโบสถกับเจดีย์...แต่วันนี้ขอถ่ายภาพฝาผนังละกัน...
เพราะช่วงนี้ทางวัดได้บูรณะภาพฝาผนังไปค่อนข้างมาก... ทั้งลงสีใหม่ปิดทองใหม่...
งานเนี๊ยบมากๆ...
นี่นับเป็นภาพ Perspective ยุคแรกๆของไทยเลย...
ไม่ต้องใช้ Technique ทางด้าน 3D ก็ทำภาพให้ดูมีมิติได้เหมือนกัน...
ไอศกริม... ยักคู่... เคยกินกันป่าว...
มุมมหาชน... ลอกฝรั่งข้างๆถ่ายเลย...
ปราสาทนครวัติจำลอง... มาทีไรก็ถ่ายทุกที...
ลายละเอียดเนี๊ยบ... ชอบมากๆ...
อยากเอาไปไว้ที่บ้านแต่ไม่มีทีไว้...
เล็บดำ!!! (แค่นั้นแหละ..)
กลับมาที่ภาพฝาผนังกันต่อ...
ภาพแถวนี้ปลาดุทุกตัวเลย... กัดหินได้เป็นว่าเล่น...
พวกปลาประหลาดเพียบ...
แต่ไม่มีหมึก!!!
ภาพยอดนิยมในปกหนึงสือภาษาไทยสมัยเด็ก...
ลงสีใหม่สวยมากๆ... เส้นคมสุดๆ...
หมาเน่า... ลอยอืด...
แม้แต่ยักษ์ก็ขอนอนกลางวันกับเขาบ้าง...
ช่วงนี้อากาศมันร้อนนอนอยู่บ้านสบายใจกว่ากันเยอะ...
ภาพนี้วาดตัวละครเยอะมากๆ... เรียกว่ากว่าจะวาดเสร็จมีเหนื่อยแน่นอน...
ตัวละครในวรรณคดีนับเกือบร้อย...
เป็นการ์ตูนก็วาดมือเมื่อยได้เลย...
ทีแรกแหงนไปนึกว่าเป็นภาพ...
ที่ไหนได้เจ้าจิ้งจกมาทำเนียน...
กล้องเครื่องเกมซูมได้เท่านี้แหละ...
มันเล่นไปเกาะซะขอบบนของรูปเลย...
อันนี้ก็ถ่ายบ่อยเพราะชอบรูปปั้นจีน...
แต่คราวนี้ขอเติมดาบแสงให้ลุงแกหน่อยละกัน...
ตอนแรกดาบแกหักมานานแล้ว...
บริเวณนี่เมื่อก่อนมากี่ทีก็บูรณะทั้งปี...
คราวนี้ได้มาเอาหน้าแนบผนังแถวนี้ได้บ้าง...
ชอบที่มันทำบัวที่ขอบเสาเว้นหนาๆได้สะใจจริงๆ...
เดินรอบวัดพระแก้วรอบนี้เดินเร็วมากๆเพราะอากาศร้อน...
ทีแรกว่าจะเดินทะลุไปทางท่าเตียน...
เพราะไม่เคยไปเดินถ่ายรูปแถวนั้นเลย...
แต่ก็ต้องตัดใจเพราะ... ร้อนเว้ยยยยย!!!
เลยมาเดินฝั่งหน้าพระลานแถวศิลปากรดีกว่า...
แถวนี้ของที่ระลึกมากมาย...
ราคาร้านแถวหัวมุมของแพงมากๆ...
ว่าจะกินไอติมแถวนี้เจอ Scoop ละ 100 ก็ต้องตัดใจได้เหมือนกัน...
สุดท้ายต้องพื่งพาเซเว่น...
เพื่อนรักทุกหนแห่ง...
จากนั้นมาเดินต่อพักร้อนที่ มหาวิทยาลัยศิลปากร...
วันนั้มีเด็กมาติววาดรูปมากมาย...
เดินที่ไหนก็เจอแต่เด็กที่มาติววาดรูประบายสี...
เรามันวาดรูประบายสีไม่เก่ง...
ถ้าเก่งจะมาหารายได้พิเศษกับเค้าบ้าง...
มาเจอคำคมตรงนี้ถูกใจมากมาย...
"ศิลปะไม่ได้สอนให้นายวาดรูปหรือเขียนรูปเป็นอย่างเดียว
แต่สอนให้นายรู้จักชีวิต"
สุดยอด!!! พูดได้ซึ้งใจ!!!
เดินมาข้างในมหาลัยมีร้านกาแฟเล็กๆ...
เลยพักหาดื่มอะไรเย็นๆหน่อย...
ซึ่งก็ไม่พ้นคาปูชิโนเย็น เมนูสิ้นคิดของเรานี่เอง...
(ช่วงนี้บริโภคกาแฟแทบจะทุกวัน)...
นั่งฟังเพลงเย็นๆ... ดูดกาแฟจ๊วบๆ...
ต่อจากศิลปากรก็มาต่อที่ตรงข้ามวัดมหาธาตุ...
แถวนี้เป็นแหล่งโปรดปรานของนักส่องพระ...
พระหลายแบบให้เลือกมากมาย...
อีกทั้งของเก่ามือสองหนังสือมือสอง...
ถ้าเดินไปทางท่าช้างหรือแถวหน้าพระลานจะมีของกินเยอะตอนช่วงเย็นๆ...
ถึงกลางคืนเลยทีเดียว...
แต่ช่วงบ่ายๆนี่ก็ต้องของเก่ามือสองนี่แหละเรียกได้ว่ายอดนิยม...
เหล่าผู้ที่ชื่นชอบของเก่ามีมากมายไม่แพ้แถวคลองถมเลยทีเดียว...
เดินมาเกือบถึงท่าพระจันทร์เจอร้านนาฬิกา...
ซึ่งราคา 130 บาทต่อเรือนก็ประกันได้เลยว่าเก๊อยู่แล้ว...
แต่ช่วงนี้ไม่มีนาฬิกาใส่... ของแท้มันแพงจริงๆนะ...
จะซื้อยังเสียดายตังค์เลย...
ต่อราคาไปมาเหลือ 120 บาทพร้อมแก้สายให้สั้นเท่ากับข้อมือสั้นๆของเราด้วย...
ส่วนไอ้เรื่องกันน้ำได้ไม่ได้ก็ต้องรอดูกันต่อไป...
เรือนที่แล้วซื้อก๊อบมาสามร้อยกว่าใส่ได้สี่วันกลายเป็นกล่องใส่น้ำข้อมือไปซะแล้ว...
ดับเดี้ยง...
แต่เรือนนี้ก็นับว่าถูกดีแท้ๆ...
ซอยเล็กๆตรงนี้เป็นซอยที่คิดว่าดูดีและสวยที่สุดแล้วในแถวท่าพระจันทร์นี่แหละนะ...
เสียอย่างเดียวไม่มีของอะไรขายเลย...
มีอย่างดีก็หนังสือมือสองกับดูดวงนิดหน่อยเท่านั้นเอง...
ก๋วยเตี๊ยวรสเด็ดอยู่ซอยข้างซอยนี้หมดเลย...
เดินทะลุออกมาท่าพระจันทร์ต่อ... ถ้าเป็นท่าพระจันทร์ก็ต้องเป็นแหล่งช๊อปของบรรดานักศึกษาสาวๆ...
ไม่ก็นักเรียนม. ปลาย ที่เรียนแถวนี้หรือต้องมาขึ้นเรือแถวนี้...
ทั้งเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้า... ของกิ๊บเก๋...
ล้วนล่อตาล่อใจสาวๆให้เสียเงินได้ทุกเมื่อ...
เมื่อก่อนเคยมานั่งขายโปสการ์ดตรงนี้...
ขายครึ่งวันยังได้เกือบพันเลย... ขนาดเงียบๆ...
มาต่อกันที่แหล่งศึกษาร่มเย็นเด่นริมสายชล...
ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์...
ผมเรียนธรรมศาสตร์แต่ไม่เคยเรียนที่นี่เลย...
น่าเสียดายนัก... ทั้งของกิน ความสะดวกสะบาย...
และสาวๆอยู่ที่นี่กันหมดเลย... T_T"
ช่วงนี้คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมืองได้ปรับปรุงลานปรีดี...
ให้ดูดีขึ้นมากๆ...
เก้าอี้นั่งยังมีลายละเอียด...
เจ๋งโคตร...
สนามฟุตบอลซึ่งจะได้เข้าไปเดินก็ต่อเมื่อวันรับปริญญาและวันซ้อมรับปริญญาแค่นั้นแหละ...
ซุ้มทางเข้าตึกโดมด้านนี้ปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว...
เป็นมุมมหาชนวันรับปริญญาเลยทีเดียว...
ลานกว้างๆ กลายเป็นพื้นที่ ที่เดินไม่ได้ไปเลย...
ข้างๆตึกบัญชีเมื่อก่อนมีร้านน้ำธรรมดา...
แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนเป็น Black Canyon ไปแล้ว...
วันนี้เลยกินแต่น้ำ... กาแฟ... และชามะนาว...
อากาศมันร้อนน่ะนะ...
นั่งพักเย็นๆอีกซักรอบ...
นั่งฟังเพลงไปเรื่อยๆนี่เอง...
จริงๆอยากนอนตรงม้านั่งยาวนี่ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย...
แต่กลัวไม่ตื่น ตื่นมาอีกทีสามทุ่ม...
เคยมาแล้ว... เข็ดเลย...
ว่างๆเลยนั่งวาดการ์ตูนใส่สมุดที่พกมาตรงนี้มันซะเลย...
ถือโอกาสผ่อนคลายไปในตัว... อิอิ...
เย็นๆได้เวลาต้องกลับบ้านเพราะอยากอาบน้ำเต็มที่แล้ว...
ผ่านสนามหลวง... ช่วงนี้เป็นเทศกาลเล่นว่าว...
ใครอยากเล่นก็มาเล่นช่วงนี้... เล่นไม่เป็นจะได้ไม่อายชาวบ้าน...
เพราะคนเล่นไม่เป็นมีเยอะ...
แถมช่วงนี้มีว่าวสวยๆให้เลือกเยอะแยะ...
วันนี้มีแข่งว่าวด้วย... ว่าวที่แข่งนี่มองบนฟ้าอันนิดเดียว...
แต่พอหล่นลงมา... ตัวใหญ่กว่าคนซะอีก...
คนเล่นกันเยอะมากๆ...
เวลาวิ่งระวังด้วย...
ได้เวลาขึ้นรถเมล์กลับบ้านแล้วคร้าบ...
จบ...
สรุป... ถ้านึกไม่ออกว่าจะเที่ยวไหน...
แถวนี้ก็ยังเป็นที่เดินเล่นที่ถูกใจอยู่ดี...
เพราะมีทั้งแสงแดด สายลม...
อาหาร น้ำ และ ที่เดินเล่นเพียบ...
มาถึงส่วนที่เป็นดินพอกหางหมูกันแล้ว...
ภาพที่เก็บไว้แต่ไม่ได้ใช้...
ขอเอามาเฉพาะช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาอาทิตย์เดียวพอดีกว่า...
แต่ละวันกิจกรรมไม่ซ้ำกันเลย...
วันจันทร์...
ไปเยาวราช... ซื้อของซื้อวัตถุดิบเข้าร้าน...
หาของกินแปลกๆ...
ที่สำคัญที่นี่... หมวยมากับแม่... เพียบ!!!
วันอังคาร...
ได้มาแวะดูร้านที่เซ็นทรัลเวิลด์หน่อยนึง...
แล้วก็ไปซื้อของที่สะพานเหล็กต่อ...
สุดท้ายซื้อแค่เครื่องเล่นดีวีดี...
กลับบ้านเท่านั้นเอง...
วันพุธมีเวลาว่างบ้าง...
ก็เลยมานั่งร้านกาแฟทรู...
ที่พารากอน...
ปกติถ้าไม่ได้ไปไหนก็หาหนังสือมาอ่านที่นี่แหละ...(อาทิตย์นึงมีเวลาว่างซักวันก็สุดหรูแล้ว)...
มีบัตรลดกาแฟครึ่งราคา...
กินแก้วสองแก้วนั่งแช่ทีสามชั่วโมงคุ้มค่า...
ถ้าวันไหนเอาโน๊ตบุคมาก็มาต่อปลั๊กที่นี่ได้...
แถวนี่นี่มีที่วางไอพอดด้วยวางไปก็ชาร์จไป แถมมีลำโพงส่วนตัวเหนือเก้าอี้ที่นั่งเป็นเหมือนที่ครอบด้วย...
ฟังไปก็ชาร์จไปเป็น... แบตหมดก็ต้องที่นี่แหละ... เหมาะดีแท้...
วันพฤหัสไปทำงานนอกกับเอ็ดดี้ที่โรงแรมฮิลตัน... แถวเจริญนคร...
งานตัดต่อภาพจากช่างภาพ...
ซึ่งตอนแรกๆ... คนไม่ค่อยจะถ่ายกันเลย... งานเลยสบาย...
ใกล้งานเลิกคนดันออกมาเห็นงานที่ปริ้นท์ออกมา...
เลยอยากถ่ายกันใหญ่...
งานมันก็เลยเร่ง...
เร่งและล่วงเวลา...
วันนี้เลยได้กลับบ้านทางเรือเลย...
เมื่อก่อนเรียน ม.ปลายกลับบ้านทางเรือบ่อย...
เดี๋ยวนี้เรือด่วนเจ้าพระยาก็ยังเร็วเหมือนเดิม...
และควันมันก็ยังมีกลิ่นแย่เช่นเดิม...
วันศุกร์
ไปเข้าชั้นเรียน SMEs กับพ่อแถวบางกอกน้อย...
ชั้นเรียนน่าสนใจ... เกี่ยวกับการวางแผนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม...
แต่ตอนบ่ายไปเห็นภาพ Perspective ที่เคยทำตอนสมัยทำงานเค้าเอามาแปะที่พารากอน...
ภูมิใจเล็กๆนะเนี่ย... หุหุหุ... สองรูปเลย...
วันเสาร์...
ไปทำงานช่วงบ่ายแทนลูกน้องที่ขาเจ็บ...
แล้วตอนเย็นจะไปทำงานอื่นต่อ...
ลูกน้องดันชิ่งกลับบ้านซะนี่...
เลยต้องอยู่ถึงดึกเลย...
โชคดีที่พ่อมาแทนตอนหัวค่ำก็เลยเอาคอมมานั่งทำงานนิดๆที่ทรูเหมือนเดิม...
เฮ้อ...
การดองบล๊อกนี่มันเหมือนดินพอกหางหมูจริงๆ...
ราตรีสวัสดิ์... ทุกท่าน...
|
|
|