Siripattana's profileSquidMan.ExE's Blog...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    12/26/2006

    สิ่งดีๆที่ไม่คาดฝัน... (และพระเจ้าก็เป็นผู้จัดเตรียมมัน)...

    สิ่งดีๆที่ไม่คาดฝัน... (และพระเจ้าก็เป็นผู้จัดเตรียมมัน)...

    ช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมานี้แทบไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยนอกจากเซ็นทรัลเวิลด์นี่แหละ...
    (อย่างดีเที่ยวก็เที่ยวถ่ายรูปไฟหน้าเซ็นทรัลเวิลด์อยู่ดี)...


    ที่ต้องมาแบบนี้ก็เพราะว่าที่ร้านขายดีมากๆ...(คนกินต่อคิวเข้าร้านแบบไม่ขาดสายเลยบางช่วง)...


    ทำให้ต้องช่วยที่ร้านกันอย่างขมักเขม้น...
    เมื่อวานมาช่วยคนงานกันทั้งบ้านเลยล่ะ...(ทำไม่ทันจิงๆลูกค้าบางคนบ่นต่อว่าต่อแถวรอไม่ไหวก็มี)...

    ไม่น่าเชื่อ... 2-5 ปีก่อนยังเป็นหมูสะเต๊ะต๊อกต๋อยขายอยู่หน้าบ้านส่งตามที่ต่างๆอยู่เลย...
    ปีที่แล้วช่วงก่อนคริสต์มาส... ได้รับเชิญไปในงาน OTOP ที่เมืองทองธานี...
    ปีนี้อยู่ส่วนที่ top ที่สุดของ Central...
    และวันนี้ก็ได้ไปทำสัญญาตั้งร้านที่สยามพารากอนปลายเดือนนี้...

    จากวันนั้นถึงวันนี้ครอบครัวเราเปลี่ยนไปมากมาย...
    ทุกๆอย่างดีขึ้น...
    เพราะพระเจ้าทรงอวยพระพรแก่ครอบครัวของเรามากมายจริงๆ...
    พระเจ้าทรงตั้งให้ครอบครัวเราเป็นอย่างในพระคำภีร์สัญญาไว้...
    หน้าที่บทบาทในโบสถ์ก็มีมากขึ้นแต่พระเจ้าก็ยังอวยพรให้เพิ่มมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว...

     


    ช่วงนี้ชาวคริสต์อาจจะเหนื่อยมากกว่าคนอื่นๆมากมายเพราะว่า...
    คริสต์มาสแต่ละโบสถ์จัดกันเยอะเหลือเกิน...
    เรียกได้ว่ามีงานคริสต์มาสเกือบทุกวันเลยล่ะช่วงนี้แล้วแต่โบสถ์ไหนจะจัดกันช่วงไหน...
    เมื่อวันศุกรที่โบสถ์ก็มีงาน + แคโรว์ลิ่ง(ร้องเพลงอวยพรตามบ้านน่ะนะ)...
    (แต่ผมไม่ได้ไปหรอกครับ...ติดงานเลี้ยงประจำปลายปีของออฟฟิศ)...
    เมื่อวานคริสต์จักรเด็กมีจัดการแสดงน่ารักๆด้วย... 

     

    พ่อแม่เด็กๆออกมาถ่ายรูปลูกๆหลานๆกันใหญ่ตอนท้ายๆเด็กๆขอให้คนในโบสถ์เต้นรำกันด้วย... 

    อันนี้น่ารักดีผมชอบนะดูสร้างสรรค์ดีจิง...

     

    วันนี้ตอนเช้ามี Order หมูแต่เช้าเลยต้องรีบตื่นมาทำงานกัน...
    บ่ายๆไปส่งของที่ Central World ไปถึงปรากฏว่า...

     

    ของหมดเกลี้ยงไม่พอขายเสียแล้ว... เลยต้องรีบลงของ...
    ตกเย็นมีงานคริสต์มาสที่โบสถ์อีกแล้ว...
    ครอบครัวเราเอาหมูสะเต๊ะไปย่างเหมือนทุกๆปี...
    แต่ปีนี้กลับรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก...

     

    งานปีนี้มีคนมามากมายเลยล่ะทั้งคนที่อยู่แถวโบสถ์...
    เพื่อนๆพี่น้องคนในโบสถ์...
    และเด็กๆ...


    จนต้องจัดกันหลายส่วนเลยเพื่อให้ได้รับของขวัญกันถ้วนหน้าทุกคน...

     


    ที่เห็นจุดเล็กๆนั่นเป็นอาจารย์ที่มาพูดถึงความหมายของวันคริสต์มาส...
    จุดเล็กๆข้างล่างเป็นคนที่มา...เรียกได้ว่าเยอะแน่นห้องประชุมเลย...

    ตอนย่างหมูแจกผู้ที่มางาน...

    มีเพลงนึงที่ดังในความคิดจนต้องร้องจนติดปากวันนี้เลยล่ะ...

    "คริสตมาสเป็นเวลา คริสตมาสเป็นเวลา
    คริสตมาสเป็นเวลาแห่งความรัก
    คริสตมาสเป็นเวลา คริสตมาสเป็นเวลา
    คริสตมาสเป็นเวลา แห่งความรัก.....
    บ่อยครั้งที่เรามัวกลุ้มใจ ทิ้งให้ชีวิตหม่นหมอง
    เฝ้ามองมีใครบ้างไหม ที่คอยเข้าใจ
    ข่าวดีวันนี้พระเจ้าให้ สายใยใจเราผูกพัน
    พระเยซูบังเกิดในรางหญ้า"

    เป็นเพลงที่น่ารักดีนะครับ...

    สุดท้ายไม่ว่าคนที่รู้จักวันคริสต์มาสดีหรือไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับวันคริสต์มาส...

    ก็ยังสัมผัสได้อยู่ดีว่า...

    คริสต์มาส... เป็นเวลาแห่งความรัก...

     

    สุขสันต์วันคริสต์มาส...
    และขอให้พระเจ้าทรงอวยพระพรทุกๆท่านให้มีความสุขกันถ้วนหน้าครับ...

    ราตรีสวัสดิ์...
    Silent Night, Holy Night...

     

    แอบถ่ายรูปฮาๆ...ไว้เล่นๆ...

    12/24/2006

    ปรับหูเราให้เข้ากัน... แล้วทุกอย่างก็จะลงตัว...

    ปรับหูเราให้เข้ากัน...

    แล้วมันจะลงตัว...

     

    ในที่สุดก็กลายมาเป็นภาคต่อของ Entry ที่แล้วจนได้ครับ...

    เพราะผมหาทางออกของการฟังวิทยุได้แล้วนั่นเอง...

    จากที่เคยพยายามหาหูฟังตัวอื่นมาแทนหูฟังที่ผมชื่นชอบและใช้อยู่ประจำ... (ถ้าได้มาผมก็จะมีหูฟัง 2 อันที่ต้องพกไปไหนบ่อยๆ... ดูยุ่งยากใช่ไหมครับ)...

    วันนี้บ่ายๆผมไปเดินเล่นที่บ้านหม้อ...

    (เหล่าผู้ชายคงรู้จักกันดีและผู้ชายหลายคนชอบไปกัน... )

    บ้านหม้อ...ไม่ได้ขายหม้อนะครับ...

    บ้านหม้อเขาขายพวกอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์และพวกเครื่องเสียง...

    ซึ่งมีหลายๆร้านให้เลือกกัน... บางร้านถูกบางร้านแพงแต่ก็มีของที่ต้องการ...

    แต่ผมไม่ได้ของที่ผมต้องการที่นี่นะครับ...

     

     

    ผมได้ตัวเชื่อมระหว่างช่อง Handfree ของโทรศัพท์กับหูฟังของผม...

    (ผมว่านั่นเป็นทางเลือกที่ลงตัวที่สุดแล้วล่ะ)...

    งานนี้ผมได้ของที่ต้องการที่ Amorn…(นี่เป็นชื่อร้านที่ผมคาดว่ามีทุกอย่างจริงๆครับ)...

    (ถ้าใครไม่รู้จักสามารถอ่านได้หลายอย่างเลยนะคับชื่อร้านอ่านว่า อมรไม่ใช่แอมอ้อน, เอม่อน หรือ อาม่อน)...

    ร้านนี้เขามีหลายอย่างจริงๆเรียกว่าเครื่องไฟฟ้าตัวไหนชำรุดมาหาซื้ออะไหล่ที่นี่ได้เลย...

    เมื่อก่อนเรียนมปลายแถวนี้ ผมก็มาแวะอมรบ่อยๆสนุกดีครับ...

     

    วันนี้ผมได้รู้ว่าถ้าเราหาสิ่งที่เชื่อมต่อระหว่างสิ่ง 2 สิ่งได้...

    มันย่อมดีกว่าการหาสิ่งใหม่เพื่อทดแทนสิ่งไหนสิ่งหนึ่ง...

    บางทีของที่ดีอยู่แล้วไม่ต้องการอะไรมาเปลี่ยนเพื่อทดแทน...

    เพียงแค่ก่อนหน้านั้นเราหาสิ่งที่ประสานมันทั้งสองไม่ได้จึงต้องหาสิ่งที่ทดแทนได้เท่านั้นเอง...

    หากเราหามันเจอ... เราก็ไม่จำเป็นเลยที่จะหาสิ่งใหม่มาทดแทน...

     

    ตอนนี้ผมฟังวิทยุบนมือถือได้สบายแล้วครับ...

    หูฟังแบบเกี่ยวหูนี่แหละที่เหมาะกับผมมากที่สุดแล้ว...

     

     

     


    ต่อจากนี้เนื้อหาน้อยนิด...

    แบบชวนเที่ยวช่วงคริสต์มาสครับ...

     

     

    ช่วงหลังๆผมนั่งตุ๊กๆบ่อยๆ...เพราะตุ๊กๆตกลงค่าใช้จ่ายก่อนเหมือนระบบ Prepaid ทำให้คนขับเน้นส่งเร็วส่งไวไปตามทางลัดทุกทางเพื่อไม่เปลืองน้ำมันและเวลา... คนนั่งก็พลอยถึงที่หมายไวไปด้วย...

     

    ผมไปลงรถที่มาบุญครองหลังจากนั้นก็เลยกะว่าจะไปดูทำเลร้านที่พารากอนและไปเฝ้าร้านรอบค่ำที่เซ็นทรัลเวิลด์อีกที... เรียกว่าออกจากบ้านก็ต้องมาให้คุ้มหน่อย...

     

    ระหว่างสะพานลอย BTS นั่นเอง...

    มีคริสเตียนจากโบสถ์อาจารย์นคร มาจัดร้องเพลงคริสต์มาส...

     

    ทีแรกผมแค่ทักพี่ที่โบสถ์คนนึงที่มานั่งฟัง...

    แต่ไปๆมาๆเพลงคริสต์มาสทำให้เราร้องตามได้...

    และยืนอยู่ตรงนั้นนานเลย...

    บางทีก็เผลอโยกตัวตามได้เลยล่ะ...

    เพลงคริสต์มาสไม่จำเป็นต้องเป็นคริสเตียนถึงจะร้องได้ครับ...

    ไม่เป็นก็ร้องได้...

    ร้องแล้วมีความสุขด้วย...

    เพราะคริสต์มาสเป็นเทศกาลความสุข...

    เพลงคริสต์มาสก็เป็นเพลงแห่งความสุข...

    เพราะฉะนั้นใครร้องก็มีความสุข... จริงไหมครับ...

     

    หลังจากยืนฟังจนอิ่มใจก็เดินผ่านทั้งสยามดิสคัฟเวอรี่, สยามเซ็นเตอร์, พารากอน ผ่านสกายวอล์คไปยังเซ็นทรัลเวิลด์...

     

    ที่นี่นับเป็นจุดสำคัญในช่วงคริสต์มาสที่จะมีคนมาถ่ายรูปกันพอๆกับแถวสีลม...

    ดูจากรูปแล้วจะเห็นว่าคนค่อนข้างเยอะเลย...

    ทั้งกล้องและนางแบบ...

    (สาวๆท่านไดสนใจเป็นนางแบบช่วงนี้ติดต่อได้นะครับ...อิอิ)...

     

    ตรงนี้จะมีต้นคริสต์มาสที่ลือว่าใหญ่สุดในเอเชียอาคเนย์เลยทีเดียว...

    นอกจากจุดสำคัญที่คนมาถ่ายรูปกับต้นคริสต์มาสที่ใหญ่แล้ว...

    ยังมีฉากที่มีไฟสวยงามมากมาย...

    หลักๆก็มีฉากที่มีเหล่าซานต้า สโนว์แมน และกวาง แบบ 2 มิติ ให้เราได้ถ่ายรูปกัน...

     

     

    โดยฉากเหล่านี้จะมี 3 โซนหลักๆคือ โซนสีเขียว สีแดงและสีส้ม...

    ใครอยากถ่ายออกมามีหน้าสีอะไรก็เลือกโซนได้เลยครับ...

    เพราะสีของไฟแต่ละสีจะย้อมหน้าของท่านให้เป็นสีนั้นๆได้เลย...

     

     

    อ่อตากล้องมือโปรหรือสมัครเล่นอย่าลืมมุมนี้นะครับ...

    มุมน้ำพุเรียง...
    ไม่ว่ากล้องโปรหรือไม่โปรก็มักจะมาถ่ายมุมแถวนี้กัน...

    ผมฝีมือไม่โปรแต่ก็ขอลองถ่ายดูมั่ง...

    ตามประสามุมมหาชนครับ...

     

    ถัดมาข้างในโซนอิเซตัน...

    (ใครถ่ายรูปข้างนอกไม่หนำใจอย่าเพิ่งรีบไปถ่ายรูปกับพระพรหมก่อนนะครับเพราะพลาดแล้วจะเสียใจต้องเดินกลับมาถ่ายรูปใหม่)...

    ข้างในห้างมีต้นคริสต์มาสที่สูงราวๆตึก 5 ชั้นครับ...

    วันนี้ก็มีคนมาถ่ายรูปเยอะเช่นกัน...

    5 ทุ่มเศษๆยังมีคนถ่ายรูปกันไม่หยุดหย่อน...

    ผมเองก็ถ่ายต้นคริสต์มาสไปเรื่อยๆ...

    (ผมยังคงยืนยันหานางแบบอยู่นะครับ)...

     

    ส่วนผมถ่ายรูปได้หนำใจแล้ว...

    ก็ไปเฝ้าร้านครับช่วงนี้มีมิดไนท์เซลส์...

    กว่าจะปิดร้านกันก็เที่ยงคืนซะแล้ว...

    วันนี้ก็เช่นเคย... ลูกค้าเนืองแน่นเหมือนทุกๆเสาร์...

    ผมเลยโดนป้าประจำร้านสั่งมาคนน้ำจิ้มซึ่งขายดีจนจะหมดอยู่แล้ว...

     

    นี่คือโฉมหน้าของป้าอี๊ดผู้ที่ดูแลร้านเป็นอย่างดี...

    และนี่คือหมู... ขนมปัง... และน้ำจิ้ม...ร้านผมมีแค่นี้แหละครับ...แหะๆ...

     

     

    สี่ทุ่มกว่าผมลงมาหาหนังสืออ่านที่ B2S… ชั้น3...

    มีคอนเสริทอะไรซักอย่างที่ห้างจัดมา...

     

    คนดูเพียบเลย...

    อ่านหนังสือไปฟังเพลงไป...

     

    จนดึกป๊าแวะมาเพิ่มของที่ร้าน...

    หาซื้อของไปกินพร้อมกับเหล่าพนักงานร้านผมและร้านข้างๆ...

    เป็นอันจบมื้อดึก...

     

    ขากลับให้ป๊าแวะวนรถแถวคลองถมตลาดมืด...

    หาดูของนิดหน่อย...

     

    สุดท้ายได้ปลาหมึกหนวดเด้งดึ๋งดั๋งติดมือกลับมาเพียงตัวเดียว...

    อ่อได้กรอบแว่นใหม่กลับมาด้วย...

    อันที่แล้วหักเละ...

     

    ช่วงนี้อย่าลืมชวนเพื่อนๆหรือคนที่คุณรักไปถ่ายรูปกันนะครับ...

    บรรยากาศแบบนี้ปีหนึ่งมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น...

     

    ราตรีสวัสดิ์...

    12/13/2006

    ขนาดหูเรามันยังไม่เท่ากัน…

    ขนาดหูเรามันยังไม่เท่ากัน

    แล้วใจคนเราจะมันไปเข้ากันหมดทุกคนได้ยังงัย...

     

    ผมเพิ่งได้โทรศัพท์มือถือใหม่มาครับ...

    (มือถือเก่ามันโทรออกเองได้บ่อยจนผมกลัวว่าค่ามือถือจะบานปลายเพราะทัชสกรีนมีปัญหานี่แหละ)

    ราคาประหยัด...หลอกตาว่าดูดี...แถมใช้งานสารพัด...

    ฟังเพลง ถ่ายรูป เล่นเกม...

    แต่มือถืออันนี้ใช้ถ่ายรูปได้ดีกว่าตัวเก่าอีกแน่ะ...

    (ผมอยากอวดนิดๆ... หมั่นใส้ผมก็ได้นะครั)...

    ที่สำคัญโทรศัพท์อันนี้...

     

    "มีวิทยุด้วยครับ..."

     

    ทีแรกผมคิดว่าวิทยุในโทรศัพท์ไม่จำเป็นเลย...

    แต่หลังจากได้ลองฟังวิทยุแล้วมันต่างอารมณ์กับการฟัง MP3

    ที่อัดลงในเครื่องมากมาย...

     

    มีทั้ง ความเคลื่อนไหวทางสังคม...

    เพลงใหม่ๆ

    ทัศนคติ...

    ข่าว...

    ที่สำคัญมีคลื่นแทรกครับ...

    (ทำให้ผมต้องเปลี่ยนคลื่นทุกทีเลยเวลาเจอคลื่นแทรก)...

    2 วันผ่านมานี้ผมฟังวิทยุแล้วเพลินมากๆ...

    ฟังด้วยหูฟังสามารถฟังในที่ทำงานได้สบายไม่รบกวนใครๆ...

    แถมไม่กินแบตด้วย...

    แต่มีข้อเสียอยู่อย่างนึงนั่นคือ...

     

    ต้องใช้กับหูฟังที่แถมมากับเครื่อง...

    สาเหตุที่ผมคิดว่ามันเป็นข้อเสียก็คือ...

    หูฟังมันไม่เข้ากับหูของผมน่ะสิครับ...

    ผมไม่ชอบจริงๆนะเอ้อ...

     

    หูฟังที่แถมมามันเป็นหูฟังแบบตุ้มใหญ่ๆที่นิยมใช้กันกับเครื่องฟังเพลงทั่วไป...(เดี๋ยวนี้เครื่องฟังเพลงมีหลายอย่างมากเรียกไม่ถูกเลย)...

    บังเอิญว่ารูหูผมเล็ก หนีบเจ้าหูฟังแบบนี้ไม่ได้...

    พอเอียงหัวก็หล่นๆ... ต้องคอยประคับประคองครับ...

    ผมเลยชอบหูฟังแบบเล็กๆมากกว่า...

     

    ปกติผมจะใช้หูฟังแบบคลิป แบบที่มีที่เกี่ยวหูใช้สะดวกดีแต่มีข้อเสียตรงเปิดดังแล้วจะรบกวนคนรอบข้างสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีในที่สาธารณะครับ...

    บางทีผมก็ใช้หูฟังแบบที่ใส่เข้าไปในหู ครั้งแรกๆใส่ก็จั๊กจี้ แต่หลังๆชินแล้วครับ...

    ใส่แล้วได้ยินเสียงชัดดีไม่มีเสียงรอบข้างรบกวน...

    แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกันคือทำให้อยู่แต่ในโลกส่วนตัวไม่ได้ยินเสียงเพื่อนๆรอบข้างเลย...

    เวลาจะคุยทีต้องคอยถอดออกทิ้งไว้ 1 ข้างเสมอๆ หรือไม่ได้ยินจริงๆก็ต้องถอดออกทั้งสองข้างเลยก็มี...

     

    สองวันผ่านมานี้ผมพยายามที่จะใส่หูฟังเพื่อฟังวิทยุให้ได้ครับ...

    แต่ก็ต้องคอยประคองหูฟังให้อยู่ในร่องหูนานที่สุดเท่าที่จะนานได้อยู่ดี...

    จนบางครั้งต้องถอดออกบ้าง...

    น่าจะมีหูฟังสำหรับมือถือที่เป็นแบบอื่นบ้างนะ...

     

    บางทีเรื่องของหูฟังนี้... 

    อาจจะเหมือนกับความรัก... บางทีพยายามทำอะไรซักอย่างให้ดีขึ้น...

    แต่ด้วยความที่ไม่เข้ากัน... ทำให้ต้องประคับประคองบ่อยๆ...

    ผมว่าดีนะได้เห็นถึงความตั้งใจที่จะทำเพื่อรักดี...

    ดูมีความมานะอดทน...

    แต่บ่อยๆผมว่าไม่ดีแน่ๆ... ประสาทจะกินซะก่อน...

    ผมทนทำแบบนั้นอาจจะได้ครับแต่คงไม่แนว...

    ชีวิตให้เดินบนทางหนามทุกวันก็ไม่ไหวยกเว้นพื้นรองเท้ามันจะทนทรหดจริงๆ...

     

    บางทีผมเห็นหลายๆคนที่เข้ากันได้ดี...

    ผมยังนึกอิจฉาในใจถึงกับบ่นงุบงิบว่า...

    ไอ้บ้าเอ้ย!!! ทำไมมันเกิดมาคู่กันอย่างนี้จริงๆวะ...

    (นี่จากมุมมองผมเท่านั้นนะจริงๆเขาอาจจะเป็นหรือไม่เป็นคู่กันผมก็ไม่รู้แล้วล่ะ)...

    คนที่เข้ากันไม่ดีผมก็ถือว่าเค้ายังโชคดีที่มีคู่ให้ดูแล...

    (แต่เค้าจะคิดว่าดีหรือเปล่าที่คู่ไม่เข้ากันนี่ก็อีกเรื่อง)...

     

    นี่แหละครับหูฟังและหูคน...

    เข้ากันได้ไม่ได้ก็ต้องพยายามต่อไป...

     

    หูฟังคอยส่งเสียง... หูคนคอยรับเสียง...

    หูคนประคองให้หูฟังอยู่ติดหัว... หูฟังก็ต้องมีไซส์ที่เข้ากับหัว...

     

    ว่าแต่วันไหนใครเป็นหูฟัง ใครเป็นหูคนอันนี้ก็คงต้องตกลงกันเอาเอง...

    (หรือบางคนอาจถูกบังคับตกลงทางพฤตินัยไปแล้วก็ได้)...

     

    พรุ่งนี้ว่างๆผมจะลองไปหาหูฟังใหม่ๆที่มันใช้กับมือถือเครื่องนี้ได้แล้วก็เข้ากับหูผมละกัน...

     

    ตอนนี้ผมอยากฟังวิทยุแล้วล่ะครับ...

     

    ราตรีสวัสดิ์...

    12/10/2006

    เริ่มต้นทำ...ก่อนที่จะไม่ได้ทำอะไรเลย...

    ห่างหายจากโลกอินเตอร์เน็ตไปนานทั้งๆที่ควรจะมีเวลาแท้ๆ...
    แต่หลายอย่างก็ทำให้เราห่างมันไป...
    (บางทีอาจจะวกไปวนมาชวนให้เวียนหัวเล่นก็อย่าว่ากันนะ)...
    ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะเลย...
    จากที่เคยชอบวาดรูปเล่นทุกวัน... ก็ไม่ได้วาด...
    เล่นเอ็มเอสเอ็นทุกวัน... ก็ไม่ได้เล่น...
     
    แต่คราวนี้จะลองเปลี่ยนวิถีชีวิตล่ะนะ...
    (ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนได้สักเพียงไหนแต่ก็ต้องเริ่มแล้วแหละถ้าไม่เริ่มตอนนี้ก็ไม่ได้เริ่มซักที)...
    วันเวลาที่ดีๆในชีวิตมีมากมาย...
    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกๆวันในชีวิตมีมากมาย...
    แต่เราจะจำมันได้หรือไม่...
    หรือมันจะสำคัญสำหรับเราหรือไม่...
    ฉันตอบไม่ได้...
    เพราะฉันขาดความใส่ใจ...
     
    ฉันหันกลับมาพบว่า...
    ฉันไม่เห็นรอยเท้าที่ฉันเดินผ่านมาเลย...
     
    แต่ตอนนี้...
    กลับมาแล้วนะ...
    สิ่งที่ฉันไม่อยากลืมฉันจะเขียนไว้ตรงนี้...
    สิ่งที่ฉันอาจลืม... ฉันก็จะเขียนไว้ตรงนี้...
    เพื่ออย่างน้อยเมื่อวันหนึ่ง...
    ฉันหันกลับมาดูรอยเท้าของตัวเองที่เดินผ่านมา...
    "ฉันก็จะรู้ว่าฉันก้าวผ่านมานานเพียงได...
    ฉันก้าวเดินมาจากที่ไหน...
    ฉันมาถึงจุดนี้ได้เพราะอะไร...
    แล้วฉันควรจะก้าวต่อไปหรือไม่...
    และระหว่างทางฉันได้พบกับใคร...
    หรือฉันยังเดินอยู่เพียงลำพัง..."
     
     
    ==========================
     

    เมื่อคืนไปดู DeathNote ตอน 2  The Last Name มา...
    เรื่องนี้ในตอนสุดท้ายก็สอนให้คนรู้ว่า...
    คนที่ทำชั่วแม้ว่าจะเอาข้อดีมาอ้าง...
    จุดจบของมันก็คือกรรมอยู่ดี...
    (ตอนไปดู Deathnote เล่ม 12 ออกเป็นอันสิ้นสุดการติดตาม)...
    (สิ้นกระแสกรรม...ฮา...)
     

     
    วันนี้ตอนเที่ยงๆถ้าปกติไม่มีนัดอะไรฉันก็มักจะไปเฝ้าร้านของที่บ้าน...

    หน้าที่ของฉันไม่มีอะไรมากไปกว่า...
    การช่วยเหลือลูกน้อง...
    (ไม่ใช่แก๊งค์มาเฟียนะ)...

    ช่วยเค้าจัดร้าน...จัดจาน...เสริฟอาหาร...
    คุยกับลูกค้าไทยและต่างชาติ...
    ลูกค้ามักชอบฟังเรื่องราวของโจทย์...
    หมูนุ่มไร้มัน...ว่าทำไมต้องมาตั้งโจทย์อะไรแบบนี้...
    (ไว้มีโอกาสคงต้องเขียนบันทึกเรื่องนี้เอาไว้)...
    ฟังแล้วอมยิ้มเกือบทุกคนเลย...
    บางทีฉันก็เก็บจาน/ยกจานจากโรงครัวไปให้คนที่ร้าน...
    ถ้าคนที่ร้านไม่อยู่...
    ฉันก็ย่างหมู...ขนมปัง...
    สนุกดีนะ... งานแบบนี้...
    แต่ถ้าให้ทำตั้งแต่ห้างเปิดถึงปิดเลยก็ไม่ไหว...
    เพราะช่วงเวลาบ่ายๆมักไม่มีคนใน Food Hall...
    มันก็ไม่สนุก...

     

    อย่างบ่ายแก่ๆวันนี้ก็เดินลงมาดูหนังสือที่คิโนะคุนิยะ ชั้น6...
    หนังสือใหม่ๆมีออกเกือบทุกวัน...
    ฉันอ่านมันไม่ทัน...
    แต่ก็มีหนังสือดีๆให้ฉันจับจองไว้ว่า...
    สักวันฉันจะได้มีโอกาสอ่านมัน...
    เพราะวันนี้ติดมือมา 2 เล่มแล้ว...
    หลังจากนั้นก็ลงมาสำรวจห้าง...
     

    โอโฮ... วันนี้มีคนมาถ่ายรูปกับต้นคริสต์มาสยักษ์เพียบเลย...
    วันนี้มีทั้งซานต้า...
    กวางเรนเดียร์...(นึกว่าตุ๊กตาคุกกี้)...
    นางฟ้าผมสามสี... สามคน...

    เด็กๆสนุกกับการถ่ายรูปกับพ่อและแม่มากๆ...
    พรุ่งนี้อยากพาปุ๊กกี้น้องสาวมาถ่ายรูปด้วยแฮะ...
    พาพ่อแม่มาด้วยดีกว่า...
    เย็นๆ...พาหม่าม๊าไปกินซาบูชิ ชั้น6...

    (วันนี้หิวมากกินแต่ข้าวเช้า)...
    เคยเป็นไหมที่ว่าจะไปกินบุฟเฟต์แล้ว...
    ไม่อยากกินให้มันเกินกระเพาะ...
    เพราะมันไม่ดีต่อร่างกายเลยจิงๆ...
    ฉันคิดแบบนี้ตั้งแต่สมัยกินไดโดมอน...
    หมูกระทะ...
    โออิชิบุฟเฟต์...
    จนมาถึงซาบูชิ...
    สุดท้าย...
    มันก็...
     
     
    เล่นตามกฏที่เค้ามักเขียนตามบิลว่า...
    All You can eat...
    ดังนั้นฉันก็เลย...
    Eat them as I can...
    ออกจากร้านทีไรไม่พ้นเดินเป๋ไปเป๋มาทุกทีเลย...
    เห็นคู่หนุ่มสาวที่เค้าไปกินกัน...
    กินกันเยอะกว่าเราซะอีก...
    ทำไปได้ยังงัยกันฟะ...
     
    กินเสร็จพาหม่าม๊ามาถ่ายรูปกับต้นคริสมาสก่อนกลับ...
    กลับมาบ้านนอนอ่านสามก๊กฉบับการ์ตูนเล่มโตจนจบหลังจากที่ค้างคามานาน...
    อ่านจบแล้วเว้ย...
    อาบน้ำ... ลองกล้องมือถือ...
    (ความละเอียดต่ำสุด...ลองถ่ายดู)...
    อ๊ะไหงหน้ามันตลกอย่างงี้ฟะ...
    (อืมม์หน้าจิงๆมันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่หว่าไอ้อ้วนเอ้ย)...
    เอ้าใส่เสื้อๆลองใหม่...
     

    หน้าอย่างอ้วนเลยว่ะ...
    ปีที่แล้วฉันก็ผมคล้ายๆแบบนี้...
    (เรียกว่าทรง"ตัดเองสบายใจดี")...
    ต้นปีตัดผมเหี้ยนสั้นไปที...
    กลับมาอัพบล๊อกอีกทีก็เป็นแบบนี้ซะแล้ว...
    มีแต่อ้วนขึ้นไปอีก...
     
    ก่อนนอน...

    มีสิ่งหนึ่งที่อยากจดจำ...
    สาหร่ายเถ้าแก่น้อย... รสเผ็ดอร่อยโคดเลยว่ะ...
    ถุงเดียวอาจจะพอสำหรับแค่วันเดียวเท่านั้น...
    แต่วันอื่นก็อยากกินอีก...
    หวังว่าคงไม่ใช่กัญชาทอดนะเนี่ย...

    วันนี้ราตรีสวัสดิ์...