Siripattana's profileSquidMan.ExE's Blog...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    1/28/2007

    2007.01.27-ออกกำลังกายมั่งดีกว่า...

    ช่วงที่ออกมาทำงานให้ที่บ้านไม่ได้ออกกำลังกายเลย...
    ถึงได้เป็นหมูนี่แหละ...
    (จริงๆเมื่อก่อนอยู่ออฟฟิศก็ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นปี -_-")...
    วันนี้ฤกษ์ดี เอ็ดดี้เพื่อนซี้...
    ชวนพวกเหล่าตัวดีสหายปาล์มเมอร์ฯ...
    มาตีแบตฯกัน...
     
    (วันนี้ไม่ได้เบี้ยวงานดูร้านน๊า...ลูกน้องสองคนอยู่กันได้ดีจ้า)...
     
    เอาหน่า... ไม่ได้เล่นมานานก็ต้องมีตีวืดกันบ้าง...
     
     
     
    โอ้...มีวีดีโอด้วย!!!
     
     
    เอ็ดดี้กับเอส... ผู้เตรียมตัวมาพร้อมกับผู้ที่ไม่ได้เตรียมตัวมา...
     
    เจ๊อรกับปุ๊กกี้... ศิษย์เก่าปาล์มเมอร์และน้องสาวตูเอง...
     
     
    ไม่มีรูปกระผมด้านหน้าตอนเล่นเลยเว้ย...
    มีคนถ่ายรูปให้ด้านหลังก็ยังดี...
     
    หมดไปกับ 1 ชั่วโมงหรรษา พักเหนื่อยกันถ้วนหน้า...
    เพิ่งมารู้ตอนหลังว่าพักในคอร์ทมันโคดร้อนเลยว่ะ...
    รูปข้างบนขาดเจ๊อ้อมไปอีกคน... เอามารวมในรูปนี้ล่ะนะ...
     
    ตัวตั้งตัวตีที่ทำให้มีงานวันนี้...
    และก็เตียมพร้อมมาดีที่สุด...
    เตรียมไม้แบดมาเผื่อเพื่อนๆด้วย...
    มีรูปหมู่อีกรูปคลิกไปดูบล๊อกเอ็ดดี้ต่อได้เลย...
     
    หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน...
    ผู้มีกรรมบางท่านต้องกลับไปทำงานที่ออฟฟิศทั้งที่เป็นวันเสาร์...
    ว่ะ 555 สะใจ...
     
    กลับมาถึงพารากอนเลยพาน้องไปกินข้าวซะหน่อย...
    ปุ๊กกี้มันชวนไปกิน Mc...
    ไม่ได้กินนานแล้ว...
     
    แมคไร้ซ์เบอร์เกอร์ไม่แนวเลย...
    ขอผ่าน...
     
    ออกกำลังกายมาเหนื่อยๆมันต้องแบบนี้!!!
    ออกกำลังกายช่วยให้เจริญอาหารน๊า!!!...
     
    วันนี้ดีจิงมีลูกน้องมาช่วย Stanby ในร้านอีกคน...
    งานวันเสาร์ของเราเลยสบายไปอีก 1 วัน...
     
    กลับบ้านได้ไว...
    มานอนอ่านการ์ตูนกับน้อง...
     
    วันนี้นับเป็นวันที่สนุกมากๆวันหนึ่ง...
    เพราะได้ออกกำลังกาย...
    ได้คุยกับเพื่อนๆ...
     
    พรุ่งนี้วันอาทิตย์...
    ไปโบสถ์จ้า...
     
    ราตรีสวัสดิ์...
     
    1/26/2007

    2007.01.25-เทศกาลอาหารญี่ปุ่นที่พารากอน...

     
    วันนี้ตื่นสาย... เรียกว่าตื่นเที่ยงมากกว่าสินะ...
    เมื่อเช้ามีเรื่องวุ่นๆหน่อยตรงที่...
    ลูกน้องลืมกุญแจเปิดตู้เย็นมา...
    โทรมาบอกตอน 9 โมง...
    ก็เลยบอกให้ช่างของห้างมาช่วยตัดกุญแจทิ้งไปเลย...
    (ใจจริงก็อยากไปช่วยดู...แต่ตื่นไม่ไหวขอนอนต่ออีกหน่อยนะจ๊ะ)...
    กว่าจะออกจากบ้านก็เที่ยงครึ่ง...
     
    ไปถึงพารากอน...
     
    บูทโปรโมชั่นที่จัดงาน Royal Thai เปลี่ยนเป็นบูทขายพวกอาหารญี่ปุ่นไปแล้ว...
    (ที่เอ็มโพเรียมร้านเราก็เลยต้องเก็บของตามไปด้วย...เมื่อคืนป๊าไปเก็บเรียบร้อย...
    สำหรับห้างนี้รอเป็นร้านประจำอีกทีเดือนหน้าจ๊ะ)...
     
    บูทอาหารญี่ปุ่นนี้มีของให้กินหลายแบบเลยล่ะ...
     
    เดี๋ยวจะพาเดินเที่ยวกัน...
     
    งานนี้จัดแค่วันที่ 25-วันที่4 เดือนกุมภาเท่านั้นนะ...
    พลาดแล้วมาอีกทีอาจเจอแต่ช็อกโกแล๊ต...
    เดาๆว่าอีเวนท์ถัดไปครั้งหน้าคงเป็นอีเวนท์ที่สร้างความอิจฉาให้กับกระผมอย่างมาก...
    (555 ช่างมันอย่าไปเดาอะไรมาก)...
     
    คนจะเยอะมากๆ...
    พวกญี่ปุ่นจริงๆบางร้านเจ้าของมาลุยเองเลย...
    มาดูร้านที่คนไม่แน่นกันก่อนดีกว่า...
    ร้านนี้เป็นร้านขายซุปมิโสะ(แต่ไม่ธรรมดานะเอ้อ)...
    เค้าใส่หมูและผักลงไปทำให้ซุปมีรสของผักและหมูแน่นมากๆ...
    รสเข้มกำลังดี...
    ลองแล้วรสมันเข้มข้นออกเปรี้ยวปนเค็มนิดๆ...
    กินกับข้าวแล้วกำลังดีเลย...
     
     
    อันนี้เป็นซุ้มไข่กุ้งรสต่างๆ...
    และพวกสาหร่ายสดปรุงรส...
    แถวบ้านเรียกยำสาหร่าย...
    ขายเป็นขีด...
    อันนี้ราคาก็โอเคนะแต่สำหรับเราหนักกระเป๋าไปหน่อย...
    ขอผ่าน -_-"
    วันหลังอาจได้ลิ้มลอง...
     
     
    ร้านแถวนี้เป็นโซนถูกใจแม่บ้านขากึ่งสำเร็จรูป...
    อยากทำแกงกะหรี่อร่อยถูกใจพ่อบ้านเรอะ!!!
    นี่เลยผงกระหรี่สูตรต่างๆ...
    ผงหมักเนื้อ...
    แป้งชุดทำทาโกะยากิ...
    แป้งสำเร็จทำโอโคโนะมิยากิ...
    ผงผัดข้าว...
    ผงโรยข้าวสารพัด...
    แถวนี้ไม่ค่อยถูกใจคนไทยเท่าไหร่เพราะมันกินเลยไม่ได้...
     
    อันนี้คนซื้อเยอะสุด...
    แถมพอมีกำลังซื้อได้ด้วยง่ายๆ...
    ไท้ยากิ...
    หรือขนมรูปปลา...
    อาจจะเคยเห็นในการ์ตูนโดราเอม่อน...
    หรือที่เห็นเด่นๆก็ในหนังสือการ์ตูนเกาหลี...
    "เพราะรัก"(โปรโมทคับหนังสือน่ารักน่าอ่าน)
    วันนี้ซื้อไปหลายตัวได้ก็เพราะว่า...
    ตัวเล็ก 15 บาทเท่านั้น...
    ตัวใหญ่ 30 บาท...
    แบบกลมๆ 30 บาท...
    กินแล้วรสไม่เข้มเหมือนขนมใส้ถั่วแดงของไทย...
    เลยรู้สึกจืดๆ...
    อยากกินหวานๆแนะนำ ขนมใส้ถั่วแดงของร้านยามาซากิ... หวานโคด...
    ดังโหงะถั่วแดง...หวานนรก...และติดฟัน...
    ไดฟุกุถั่วแดง...โคตรของความหวาน...และติดเหงือก...
     
     
    เอ่อขนมใส้ถั่วแดงกรุณาทานตอนร้อนๆ...
    เพราะเย็นแล้วขอบแป้งจะเหนียว... พาลจะกินไม่ได้น๊า...
     
    อันแบบกลมนี่ความนิยมจะน้อยหน่อย...
    เพราะของไทยขายอันละ 5-10 บาทแถมหาได้ง่าย...
    แบบนี้เลยขายไม่ค่อยจะเวิร์ค...
    แต่พิมพ์สวยดีนะ...
     
    สุดยอดของวันนี้ต้องยกให้กับหอยเชลล์ตัวโตเนื้อแน่น...
    ลองแล้วเจ๋ง... อร่อยกว่าเนื้อกรรเชียงปูซะอีก...
    มีส่วนที่เหนี่ยว...และนุ่ม...
    ราดซอสให้ออกหวานและเค็มนิดๆ...
    แนะนำว่า...
    ตัวแรกให้ซัดคำเดียวทั้งตัวไปเลย...
    เต็มปากสะใจ...
    ตัวที่สองลองกัดแยกส่วนดูว่าเมื่อกี๊กินส่วนไหนแล้วอร่อย...
    (ส่วนตรงกลางอ่ะเนื้อนิ่มเหมือนเนื้อปู)...
    ตัวที่สามซัดเต็มคำปิดท้าย...
    คราวนี้ค่อยๆเคี้ยวเพราะไม่มีตัวถัดไปแล้ว...
    แนะนำให้เอาไม้ที่ปิ้งใหม่ๆเพราะหอยจะไม่เหนี่ยวเกินไป...
    แถมทานร้อนๆอร่อยนะ...
    ราดซอสเสร็จ... จ่ายตังค์... ซัดเลย!!!
     
    จริงๆยังมีอีกหลายร้านเลยล่ะ...
    ร้านทาโกะยากิ...วันนี้ไม่เปิด...
    (จริงๆในพารากอนมีร้านทาโกะยากิประจำตรงข้ามทางออกซูเปอร์ฯอยู่แล้ว)...
    ร้านโอโคโนมิยากิ... แผ่นละ 100 มะหวายกับราคา...
    อ่อยังมีลูกพลับแห้งแบบไม่มากขายลูกละ 100...
    แต่รสชาติคุ้มราคาจริงๆเพราะลูกโตและไม่แห้งเหมือนลูกพลับจีน...
    อร่อยปิดท้ายรายการอาหารคาววันนี้เลย...
     
    ไอ้ที่แพงสุดเห็นจะเป็นพวกตระกูลไข่ปลาที่ราคาเกินเอื้อม...
    กับไข่ออนเซ็น...
    ไข่ลวกในน้ำพุร้อนญี่ปุ่น...
    สนนราคา สี่ลูกสามร้อย!!!
    ตอนไปแม่ฮ่องสอนลูกละ 5 บาท...
    เอามาลวกเองในน้ำพุร้อนกินกันจนเอิ๊ก...
    พรุ่งนี้เช้าลวกไข่กินเองแก้อยากก็ได้ฟะ...
     
    ตอนเดินมาดูร้านเลยติดขนมรูปปลามากินต่อ...
     
    จับมาแหวกว่ายใน Screen Saver ซะเลย...
     
    สรุปวันนี้แทบไม่ได้ดูร้านเลยนี่หว่า -_-"
    ขอโทษน๊าน้องอ้อ... วันนี้ปล่อยลูกน้องยืนทั้งวันเลย...
     
    หัวค่ำมีเพื่อนจากออฟฟิศเก่ามาหา...
    ก็เลยพากันไปฉลองเพื่อนอีกคนในออฟฟิศยื่นใบลาออก...
    ไปต่อกันที่ฟูจิ... กับเอ็ดดี้(ยินดีด้วยนะพวกเอ็งได้เป็นอิสระแล้ว)...
    เจ๊อ้อม... เจ๊อร...
    เรียกว่าวันนี้คงไม่แตะอาหารญี่ปุ่นไปอีกหลายวัน...
     
    ตกดึกไปปรับทุกข์กันแบบขำๆกันต่อแถวสยามเซ็นเตอร์...
    แหม่เรื่องในออฟฟิศนี่มันมีเรื่องให้คุยกันเพียบจิงๆ...
    ไม่ต้องไปถึงเรื่องเม้าท์เจ้านายเลย...
    แค่คุยกันเรื่องระบบออฟฟิศก็ได้รสชาติอร่อยๆจนถึงเที่ยงคืนเลยทีเดียว...
    555 ขออย่าให้มีคนในออฟฟิศผ่านมาอ่านเลยนะ...
     
    ราตรีสวัสดิ์... ขอให้ฝันอิ่มกันถ้วนหน้า...
    1/25/2007

    2007.01.24-เรื่องเล่าบนเตาหมูสะเต๊ะ ตอน:โทรศัพท์ใช้ได้มั๊ยน้อง...

    วันนี้ไม่มีอะไรจะอัพ...
    ว่าจะไปกินไอสกริม...
    แต่ทว่าลูกน้องดันไปดูห้องเช่าเพื่อที่จะย้ายมาใกล้ๆที่ทำงาน...
    ก็เลยต้องไปเฝ้าร้านแทนจนเกือบปิดห้าง...
    พอเปลี่ยนชุดก็ขี้เกียจไปกินซะแล้ว...
    (คาดว่าพรุ่งนี้ถ้าไม่ติดอะไรก็คงมีโอกาสไปกินอะไรอร่อยๆล่ะนะ)...
     
    แต่ก็มีเรื่องแปลกๆของคนมาเม้าท์กันจนได้...
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    (ไม่ได้รู้เลยว่าเค้าห้ามพนักงานคุยโทรศัพท์)...
    ซื่อบื้อมากๆ...
     
     
    พี่...ไม่รู้จะตอบอะไรแล้วอ่ะ...
    (แต่บางสถานการณ์ตอบว่าเป็นแค่ลูกน้องก็ทำให้อะไรๆดีขึ้นได้)...
    ไว้มาเล่าเอาวันหลัง...
     
     
     
     
     
     
    เคยนะวันนั้นรีบๆ ถือโน๊ตบุคไปคุยกับพี่คนนึงเรื่องงาน...
    แต่ตอนนั้นรีบก็เลยใส่ชุดฟอร์ม...
    เวลาผ่านพวกรปภ. หรือพวกเจ้าหน้าที่พนักงานมีตำแหน่ง...
    ก็มองเราเหมือนไปขโมยของเค้ามา...
    ยิ่งไปนั่งคุยใน Starbuck ใส่ชุดกุ๊ก...
    อีกฝ่ายใส่ชุดลูกค้าปกติ...
    เหอๆ... สายตาพนักงานมองเราซะเหมือนกับว่า...
    เอ็งมาทำอะไรในร้านข้าว่ะ... มีตังกินกาแฟอ๊ะป่าว...
     
    จะว่าไปเราเองก็ผิดเองแหละนะ...
    ที่ใส่ชุดฟอร์มแล้วไปทำแบบนั้น...
    จริงๆมันก็เป็นหน้าที่ของเค้าที่ต้องเตือนพนักงานระดับล่างๆ...
    แต่เวลาเราเจอพนักงานที่ชอบต่อเราว่าทีไร...เลือดมันขึ้นหน้าเว้ย!!!
    ต้องมีเหตุผลมางัดกันซักตั้ง...
    ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม...
     
    เฮ้อ...
     
    เป็นแค่คนขายหมูสะเต๊ะนี่มันก็มีเรื่องแปลกๆเหมือนกันนะ...
     
    ราตรีสวัสดิ์...
    1/24/2007

    2007.01.23-อิ่ม...อืด...

     
     
     
    พิมพ์ไปเยอะแยะพอกด Publish ดันแฮงค์ซะงั้น... เคืองโคด...
     
    เอาเป็นว่า... วันนี้อิ่มละกัน... ฮ่วยพิมพ์ไปหลายสิบบรรทัดเลยนะเว้ยย...
     
     
     
    เอากุ้งเทมปุระมาทำแบบเดียวกับคัทซึด้ง... สั่งข้างร้านทำเพราะซี้กัน...
    อร่อยเด็ดได้ใจโคดอิ่มในชามเดียว...
    เสริฟพร้อมซุปมิโสะลื่นคอ...
     
     
    ข้างบนมันคงอยากถามว่าเห็นช้างไหมอ่ะ...
     
    ตุ๊กตามันน่ารักดีนะ...
     
     
    นี่เจ๊...จะถ่ายโฆษณาก็ใส่เสื้อผ้าให้มันมิดชิดหน่อยจะได้ไม่ต้องมาคอยเอามือปิด...
    เห็นแล้วลุ้นนะเว้ย...
     
    เมื่อกี๊เล่าเรื่องไอสกริมสเวนเซ่น แบบใหม่ไปซะยืดยาวดันหายไปหมดซะนี่...
    พรุ่งนี้ไปซัดอีกถ้วยก็ได้ฟะ...
     
    จบรอบสอง...
    แค้นใจพิมพ์ไปยืดยาวราวครึ่งชั่วโมงกว่า... ดันหายภายในคลิกเดียว...
     
    ราตรีสวัสดิ์...
    1/22/2007

    2007.01.21-สูง...

    ดึกๆนึกอะไรได้ก็รีบเขียนมันลงไปก่อนที่จะลืมซะก่อนดีกว่า...
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    รีบเขียนไปนิดเพราะจะนอนก็กลัวจะลืม...
     
    เขียนนิทานเข้าตัวซะงั้น...
     

     
     
     
    ไปดูรูปงานป่านกุ๊กมาจากบล๊อกกุ๊ก...
    หุหุหุ... ดูยังงัยก็แอบดีใจลึกๆอยู่ดีกับเพื่อนๆทั้งสอง...
    และกับรูปที่วาดให้ด้วย...(ปลื้มน่ะนั่น)...
    หวังว่าป่านนี้คงเอาไปติดฝาบ้านนะ...
    เวลามีอะไรก็หันมาดูซะจะได้นึกถึงวันวิวาห์ของพวกนายนะเพื่อน...
     
     
    ราตรีสวัสดิ์...
    1/20/2007

    2007.01.19-เคยไหม... เวลาชอบใครซักคน...

    เคยไหม...
     
    เวลาที่อยู่ต่อหน้าคนที่ชอบแล้ว...
    ฉันเกิดอาการแปลกๆ...
    อยู่ดีๆเหมือนหัวจะโล่งๆ...
    กับอาการเขินๆนิดๆ...
    เธอคนนั้นจะรู้หรือไม่ว่า...
    ฉันทำไม่อยากเป็นแบบนี้เลยเวลาอยู่ต่อหน้า...
    รู้สึกว่าจริงๆไม่ควรจะเป็นแบบนั้น...
    ดีไม่ดีเค้าจะคิดว่าเราเป็นคนแปลกๆบ๊องๆสติไม่ดีหรือเปล่านะ...

    จริงๆแล้วอยู่กับคนอื่นที่ชอบแบบน้องๆพี่ไม่เป็นแบบนั้นเลย...

    อยากจะเป็นเหมือนปรกติต่อหน้าเธอ...
    อยู่ๆมันก็ใบ้กิน...
    กับอาการพูดอะไรไม่ออก...
    เธอจะรู้บ้างไหม...
    นานๆฉันจะเป็นแบบนี้...
    นะ...จะบอกให้...
     
    เฮ้อ... วันนี้ไม่วาดรูประบายสีได้แต่ระบายอารมณ์ลงบล๊อกล่ะวะ...
     
    คิดแล้วนอนไม่หลับ...
     
    ราตรีสวัสดิ์...
    1/19/2007

    2007.01.18-เมื่อต้องพูดคำนั้น เสียงฉันมันก้อหายไป...

    วันนี้ฟังเพลงหนึ่งของโต๋ชื่อเพลงว่า... ♪♪*

    (คำที่แทน ♪♪* ใช้คำว่าอะไรก็ลองใช้กันดูนะ)

    ฟังแล้วรู้สึกว่าตรงกับบางตอนของชีวิตเลยล่ะ...

     

    ตอนนี้ยังหาเพลงไม่ได้...

    (ถึงหาได้ผมก็ไม่ได้ใส่เพลงใน Blog อยู่ดี)...

    ถ้าเป็นไปได้ผมอยากร้องเพลงนี้ให้ใครซักคนหนึ่งโดยแทนโน๊ตสองตัวนั้นด้วย...
    คำที่มาจากใจผมเอง...
    (พูดยังกับละคอนเลยนะ(เลี่ยน...ฮา...))

      

     อ่านเนื้อเอาละกันนะ

     

     

    เคยไหมบางทีคำพูดมันไม่ยอมตรงกันกับใจ

    ทั้งที่พยายาม และไม่ว่าจะเตรียมตัวสักขนาดไหน

     

    เหมือนฉันเองที่กำลังเผชิญหน้าความเป็นจริง

    และถึงแม้ข้างในพยายามพูดออกไปให้หมดทุกสิ่ง อย่างที่ตั้งใจ

    แต่มันก็เหมือนเคย ไม่ว่าจะเปิดเผยซักเท่าไร

    เมื่อต้องพูดคำนั้น เสียงฉันมันก้อหายไป

    * อ่านปากของฉันนะ ว่า♪♪*

    * อยากจะพูดอีกครั้ง ว่า ♪♪*

    และจะเป็นอย่างนี้กับเธอ ไม่ว่านานซักเท่าไร

    ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะรักใคร ไม่ต้องห่วงว่าฉันเปลี่ยนหัวใจ

    ฉันจะเป็นอย่างนี้ จะ ♪♪* ตลอดไป

     

    ฉันรู้ดีว่าบางทีมันก้อดูเหมือนน่ารำคาญ

    แต่ฉันจะพยายามที่จะพูดออกไปให้หมดทุกสิ่ง ให้หมดทั้งหัวใจ

    แต่มันก็เหมือนเคย ไม่ว่าจะเปิดเผยซักเท่าไร

    เมื่อต้องพูดคำนั้น เสียงฉันมันก้อหายไป

     

    * อ่านปากของฉันนะ ว่า♪♪*

    * อยากจะพูดอีกครั้ง ว่า ♪♪*

    และจะเป็นอย่างนี้กับเธอ ไม่ว่านานซักเท่าไร

    ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะรักใคร ไม่ต้องห่วงว่าฉันเปลี่ยนหัวใจ

     

    - ฉันจะเป็นอย่างนี้ จะ ♪♪* ตลอดไป -

     

     


     

    เมื่อวานซื้อโน๊ตบุคมาแล้ว...
    คราวนี้เราก็มีคอมแรงๆมาใช้งานซะที ^_^...

    * อ่านปากของฉันนะ ว่า♪♪*
    * อยากจะพูดอีกครั้ง ว่า ♪♪*

    (ฝึกไว้ๆ...พอจะพูดเวลาอยู่ต่อหน้าจริงๆก็พูดไม่ออกอยู่ดีล่ะนะ...)

    อืมม์ฮัมเพลงนี้จนหลับดีกว่า...

    ราตรีสวัสดิ์...

    1/15/2007

    2007.01.14 - เวลาคือโจทย์ที่ทำแล้วย้อนกลับไปทำไม่ได้...

    2007.01.14 - เวลาคือโจทย์ที่ทำแล้วย้อนกลับไปทำไม่ได้...

     

    รู้สึกว่าคราวนี้จะได้ต่อภาค 2 ต่อจากตอนที่แล้ว...
    (เวลาคือโจทย์ที่ทุกคนต้องทำ...)

     

    พอดีได้มีเวลาคิดอะไรเล็กๆน้อยๆสนุกๆมันก็อยากคิดต่อไปเรื่อยๆ...

    อย่างเรื่องโจทย์ของเวลา...

    แม้จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างธรรมดาและเราต้องทำวันละข้อทุกวันอยู่แล้ว...

    แต่มันก็มีเงื่อนไขในแต่ละวันที่แตกต่างและซับซ้อนต่างกันมากมาย...

     

    แม้โจทย์จะมีแค่ว่า...

    ใช้ชีวิตใน 1 วันให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้...

     

    บางที่เงื่อนไขเล็กๆน้อยๆน่ารักๆในโจทย์แค่ข้อเดียวนี่แหละ...

    ที่ทำให้เราปวดกบาลหรืออิ่มเอมใจมานักต่อนักในเวลาที่ผ่านมาแล้ว...

    ซึ่งแต่ละคนก็ได้โจทย์จำนวนข้อไม่เท่ากัน...

    บางคนก็ได้โจทย์เกินสามหมื่นข้อเสียอีก...

    บางคนได้น้อยได้แค่หมื่นกว่าข้อก็ไม่ต้องทำต่อแล้ว...

    บางคนเกิดมายังไม่ได้ทำก็โดนดึงกระดาษข้อสอบไปเสียแล้ว...

    แถมเงื่อนไขน่ารักๆแต่โหดก็มีเหมือนกันเช่น...

    เมื่อทำเสร็จแล้วสามารถพลิกไปดูข้อที่ทำมาแล้วได้แต่ห้ามแก้ไข...

    เห็นไหมครับ...

    สุดจะหักห้ามใจแค่ไหนถ้าเกิดเปิดไปดูแล้วเจอข้อที่อยากแก้...

    แต่ก็แก้ไม่ได้...
    เพราะหมึกของปากกาที่มีขนาดเท่าเข็มนาฬิกาที่เราได้กันมาทุกคนนั้น...

    เขียนแล้วลบไม่ได้ยังงัยล่ะครับ...

    เขียนแล้วก็เขียนไปเลย...

    ไม่เขียนแล้วปล่อยให้หน้าของวันนั้นโล่งๆก็ได้ไม่มีใครว่า...

    แต่จะรู้สึกน่าเสียดายแค่ไหนที่เปิดกลับมาเจอหน้าโล่งๆ...

    แต่ก็เขียนอะไรลงบนหน้านั้นๆไม่ได้แล้ว...

     

    แต่โอกาสก็ไม่ได้แย่เสมอไป...

    เราสามารถพลิกดูหน้าก่อนๆเป็นบทเรียน...

    เพื่อที่จะมีโอกาสพลิกสถานการณ์ในหน้าใหม่ๆ...

    ที่เรากำลังเปิดทำต่อไปได้...

     

    จริงๆแล้วเงื่อนไขโจทย์ของเวลานั้นยังคงมีอีกมาก...

    ซึ่งผมเองก็ยังต้องค้นหาต่อไป...

    เพราะผมเปิดหน้าแรกๆของข้อสอบไม่มีเงื่อนไขของโจทย์ให้เราเห็นเลย...

    การแก้โจทย์ของเวลาก็ไม่มีโจทย์ที่ตายตัวด้วย...
    แต่ละคนเปิดมาถึงหน้าจะตรงกันแต่โจทย์ก็ยังไม่เหมือนกัน

    อยากลอกคนข้างๆก็พอลอกได้แต่คำตอบอาจจะไม่ตรงกับโจทย์...

    แต่บางทีเราก็สามารถขอยืมหน้าก่อนๆของคนอื่นๆ...

    ที่อยู่ในห้องสอบเดียวกันกับเรามาดู...

    เพื่อที่จะเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาของเขา...

    เพื่อช่วยให้เรามีทางเลือกในการตอบโจทย์ได้มากขึ้นก็ยังได้...

     

    อย่างน้อยผู้คุมสอบก็ไม่ได้มีนิสัยที่โหดเกินไปเท่าไรนัก...

     

    เราสามารถเรียกใครก็ได้มาช่วยเราทำข้อสอบหน้านั้นๆ...

    เพื่อให้ผ่านพ้นปัญหาไปก็ได้...

    ขอเพียงแค่เขาเต็มใจจะมาช่วยเราหรืออาจจะช่วยกันทำให้กันและกันได้...

    เราสามารถใช้เครื่องมือต่างๆมาช่วยแก้ปัญหาได้สารพัดเท่าที่จะหาได้...

    (อันนี้ผมพอจะทราบตั้งแต่ตอนที่แล้วแล้วล่ะ)...

     

    ถ้าเป็นไปได้ผมเองก็อยากจะหาใครมาช่วยกันสุมหัวช่วยกันทำโจทย์แต่ละหน้า...

     

    บางทีการที่มีลายมือคนอื่นอยู่บนกระดาษแต่ละหน้าของเรา...

     

    ...มันก็คงทำให้การทำข้อสอบแต่ละวันไม่น่าเบื่อล่ะนะ... J








     

     

    เมื่อวานวันเด็กผมได้มีโอกาสซื้อขนมเด็กๆ...

    มากินค่อนข้างจะเยอะพอควรเพราะขนมมีหลายแบบ...

    ไม่ว่าจะซ๊อกโกแล๊ตเอย...

    ลูกอมรสต่างๆเอย...

    หรือหมากฝรั่งหน้าตาแปลกๆ...

    มันทำให้เรารู้สึกว่าเด็กๆนี่ก็มีความสุขดีนะ...

    รสชาติแห่งความสุขที่หวานๆมักจะมีในวัยเด็กนี่แหละ...

    (ความสุขหวานๆนี่แปลตรงตัวเลยว่าหวานแบบน้ำตาลไม่ใช่หวานลึกซึ้ง)...

    แต่พอซื้อมาไม่นานนักผมก็ถูกเจ้าของวัยที่ควรจะทานขนมเหล่านี้...

    เขมือบมันไปซะเกือบหมด...

     

    วันนี้ได้ไปงานแต่งงานป่านกับกุ๊กที่ราชตฤณมัยสโมสร...

    สมัยเด็กๆแม่พยายามให้ผมมาว่ายน้ำที่นี่ทุกวันเผื่อว่ามันจะสูงขึ้น...

    (แต่มันก็ได้เท่านี้แหละแม่)...

    ยินดีด้วยกับเพื่อนทั้งสองคนที่มีโอกาสได้ครองรักกัน...

    ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอให้อยู่กันด้วยความเข้าใจ...

    อุปถัมภ์ซึ่งกันและกัน...อย่าทิ้งกันเมื่อเจอปัญหา...

    แต่ขอให้ก้าวไปด้วยกัน...

    ถ้าคนหนึ่งล้ม...

    ก็ขอให้อีกคนหันกลับไปดึงขึ้นมาเพื่อเดินทางกันต่อไปนะ...

     

    แอบภูมิใจนิดๆ...(จริงๆแล้วมากๆ)...

    ด้วยว่ารูปที่ให้ไปวันก่อนป่านเอามาตั้งไว้ซะหน้างานเลย...

    ถึงแม้เราจะวาดไม่สวยเหมือนศิลปิน...

    แต่เราก็พยายามเต็มที่สำหรับภาพนี้เลยล่ะนะ...

     

    เอ้อ... คืนนี้นอนอมยิ้ม...

    อยากฝันว่าจะมีใครมาเดินด้วยกันในฝัน...

    ราตรีสวัสดิ์...

    1/13/2007

    2007.01.11-เวลาคือโจทย์ที่ทุกคนต้องทำ...

    2007.01.11-เวลาคือโจทย์ที่ทุกคนต้องทำ...

     

    ทุกๆวันที่ตื่นขึ้นมาจนเวลาที่กลับสู่ฟูกที่นอนอีกครั้ง...

    ผมรู้สึกว่ามันไม่ค่อยจะพอเพียงสำหรับชีวิตผมเท่าไหร่เลย...

     

    ตื่นมาแต่ละครั้ง กิจกรรมที่มีในชีวิตมันช่างมากมาย...

      

    อยากให้เวลาในหนึ่งวันมี 32 ชั่วโมงแล้ว ไว้ให้ผมได้นอนซัก 6 ชั่วโมงเหมือนเดิมพอ...

    แต่อยากขอให้เวลามีมากขึ้น...

     

    เพราะเวลาทำงานมากขึ้นนั่นหมายถึงต้องเหนื่อยมากขึ้น...

    แต่เราก็จะมีเวลาทำอะไรสนุกๆมากขึ้นเช่นกัน...

    ถ้ามีเวลามากขึ้นเราก็ไม่ต้องรีบกลับบ้านไวๆกัน...

    ถ้ามีเวลามากขึ้นคนที่เราอยากคุยด้วยก็คงจะมีเวลาได้คุยกัน...

    ถ้าขอได้ผมคงไม่ขอให้ผมมีเวลามากขึ้นคนเดียวหรอกคับ...

    ผมอยากขอให้ทุกๆคนได้รับเวลาเท่ากันกับผมนี่แหละ...

    ถ้าผมเพิ่มเวลาได้ผมคงทำไปนานแล้ว...

     

    ถ้าคนเรามีเวลาเยอะตามใจฝันชีวิตคงจะไม่ท้าทาย...

    ทำอะไรเอื่อยเฉื่อยเท่าไหร่ก็ได้...

    คนที่สูบบุหรี่อาจจะต้องสูบหลายซองฆ่าเวลาว่าง...

    สุดท้าย...

     

    ชีวิตก็คงจะไม่ท้าทาย...

     

    โจทย์ที่มนุษย์ทุกคนได้รับเท่ากันก็คงจะมีแค่ว่า...

     

    1. ใช้ชีวิตในวันนี้ให้คุ้มค่าที่สุดให้ได้... (ให้เวลาทำข้อสอบ 24 ชั่วโมง)...

    - อนุญาตให้ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ได้ทุกชนิด...
    - ไม่มีกฎในการพิจารณาคะแนน...
    - คะแนนที่ได้คือคะแนนของชีวิตในวันนั้นๆ...
    - ห้ามออกจากห้องสอบจนกว่าจะหมดเวลาสอบ...
    - เมื่อทำเสร็จอนุญาตให้นอนให้ห้องสอบได้...
    - เมื่อทำเสร็จแล้วให้กลับมาทำโจทย์ข้อนี้ซ้ำอีกในวันพรุ่งนี้...

     

    ไม่ว่าข้อสอบจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม... แต่ถ้ามีเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว...

    ต่อให้ทำได้แต่ไม่ทันเวลานั่นก็คือไม่สำเร็จอยู่ดี...

     

    รู้สึกว่าบางทีก็อยากพลิกกลับไปดูข้อสอบหน้าเก่าๆบ้าง...

     

    เพื่ออยากรู้...

     

    ตอนนี้... ผมทำได้กี่คะแนนแล้ว...

     

     


     

    นอกเรื่อง...

    ฉันกับการเป็นพ่อค้าขายหมูสะเต๊ะธรรมดาคนหนึ่ง...

     

    สวนสนุกในโบสถ์ได้แต่ถ่ายเก็บไว้แต่เล่นไม่ได้เพราะเลยวัยแล้ว...




    แม้แต่ปลาฉลามหัวค้อนก็ต้องการเวลาพักผ่อนบ้าง...(แอบถ่าย)...

     สุวรรณภูมิเวอร์ชั่นเลโก้... ที่ The Emporium...

    มื้อนี้คงเป็นมื้อที่หนักท้องที่สุดในวันนี้แล้วล่ะ...

    วันนี้เอาของขวัญที่วาดสุดฝีมือไปส่งป่าน...
    ขอให้มีความสุขในวันวิวาห์ที่จะถึงนี้นะเพื่อน...

    วันนี้เพิ่งได้รับการ์ดอวยพรวันเกิดจากโจ้...
    ขอบคุณๆ...

    อ๊ะได้ปากการูปกบเป่าลมด้วย...

    ปากกาที่ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดตัวเองวันก่อน...

    รูปก่อนที่จะนอนตอนนี้แหละ...

    พรุ่งนี้วันเด็กแล้ว... อยากกลับเป็นเด็กกันบ้างไหม...

    "มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข..."

    ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วพรุ่งนี้เป็นเด็กอีกทีจะดีไหม???...

    ราตรีสวัสดิ์...

    1/10/2007

    2007.01.09 - คู่มือสอนกินหมูสะเต๊ะแบบยิ่งเฮง...

    ไม่มีอะไรมากไปกว่า...
     
    ช่วงผ่านมาได้ลองทำแผ่นรองถาดก่อนเสริฟลูกค้า...
     
    เป็นการ์ตูน A4 เน้นภาพไม่เน้นคำอธิบาย...
     
    ทีแรกเกิดจากการที่เห็นคนซื้อไปชอบขอน้ำจิ้มเยอะๆแต่เอาไปแล้วกินไม่หมด...
    ชาวต่างชาติบางทีกินน้ำจิ้มไม่เป็นกันเลยก็มี...
     
    พอดีมีช่วงว่างๆ จากคุมร้าน ก็เลยมานั่งวาดรูปเล่น...
     
    เป็นวิธีการกินหมูสะเต๊ะที่ง่ายๆ...
    และทำให้กินได้หมดทุกอย่างได้โดยไม่เหลือของทิ้งขว้าง...
     
    ลองทำมาใช้ดู 4 วัน...
     
    (แค่เห็นคนบางคนหยิบดึงมาอ่านก่อนกินก็ถือว่าพอใจแล้ว)...
    (มีคนพับเก็บกระเป๋าก็มี555... แอบชื่นชมคนเก็บอยู่ในใจ)...
    (บางคนอ่านแล้วก็ยังเอาตะเกียบหนีบหมูสะเต๊ะ แล้วเอาส้อมตักสลัดอาจาด ช้อนตักน้ำแกงสะเต๊ะเข้าปากก็ยังมีอยู่)...
     
    เอาเป็นว่าไม่ว่าท่านจะชอบทานแบบไหนขอให้มีความสุขกับหมูสะเต๊ะของเรา...
    เราก็ขอบคุณท่านแล้วล่ะคับ... ที่ท่านทำให้เราอยู่รอด... ^_^...
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    มีอะไรเพิ่มเติมนึกกันออกก็ช่วยแนะนำได้นะคับ...
     
    ราตรีสวัสดิ์...
    1/5/2007

    2007.01.04 การเปลี่ยนแปลงครั้งเล็กน้อย…แต่ความรู้สึกที่ได้รับนั้นยิ่งใหญ่...

    2007.01.04 การเปลี่ยนแปลงครั้งเล็กน้อย

    แต่ความรู้สึกที่ได้รับนั้นยิ่งใหญ่...

     

    สวัสดีปีใหม่ 2549...

    ขอส่งความสุขให้ทุกๆท่านได้รับความสุขกันพร้อมหน้า...

    ขอพระเจ้าอวยพระพรให้ทุกๆคนมีภาระที่เบาลงมีร่างกายสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง...

    และมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไปสำหรับปีหมูปีนี้นะคับ...

    ขอให้อะไรหมูๆ... ง่ายๆ เหมือนชื่อปีหมู...

     

    ปีนี้มายังไม่ทันขึ้นปีใหม่ก็ดันมีเรื่องสะเทือนใจสำหรับชาวกรุงเทพซะแล้ว...

    เมื่อมีมือระเบิด... วางระเบิดทั่วไปหมด...

    ทำให้ขวัญและกำลังใจของคนกรุงเทพหมดไป...

    ไม่รู้ว่าเขาทำเพราะอะไร...

    ไปหาเรื่องกับคนที่แค้นโดยตรงเถิดทำแบบนี้

    มันไม่แมนนะเว้ย...เซ็ง

     
    หึ...แม้แต่ขนมปังที่หั่นมายังทำหน้าเซ็งเลย(เกี่ยวไหมวะ)...

     
    ห้างต้องปิดกระทันหันยกเลิกงาน Count Down เลย...

    พวกมันต้องการเปลี่ยนแปลงเรื่องเล็กน้อยส่วนตัว...

    แต่กลับทำให้คนกรุงเทพไม่กล้าออกจากบ้าน...

    มันเป็นผลกระทบที่ยิ่งใหญ่เลยนะ...

     

    ละเรื่องเครียด...

     

    เมื่อวานซืนวันเกิดหม่าม๊า...

    ขอให้แม่อยู่กับลูกๆนานๆรอดูความเจริญของลูกหลานต่อไปน๊า...

    ทำงานมาเหนื่อยมากพอแล้วให้ลูกๆให้ทำงานเพื่อแม่มั่งนะ...

     

    ใจจริงอยากเขียน Entry ตอนปีใหม่พอดี...

    แต่ดันติดอะไรหลายๆอย่าง...

    เช่น...

    ไปเปิดร้านหมูสะเต๊ะสาขาใหม่ที่สยามพารากอนแล้วนะ...

    มาเยี่ยมเยียนกันได้...

    เจ้าของร้านใจดีนะ...(ยืนเฝ้าร้านทุกวันเลย555)…

    ร้านใหม่ตั้งตรง Food Court ใกล้ๆทางลงไป Siam Ocean World…

    เป็นทำเลที่ดีเลยล่ะลูกค้าตรงมาหาได้ง่าย...

    อยู่ระหว่างจุดแลกการ์ด 2 จุดทำให้ลูกค้าไปซื้อบัตรได้ง่ายมากๆ...

    แถมสไตล์ร้านเป็นร้านง่ายๆทำสบายๆ... ไม่มีพิธีอะไรมาก...

    แต่เสียอย่างเดียวมืดไปหน่อย...

    เอ้ย...เสียอย่างที่ 2... ยืนหน้าร้านแล้วหนาวมากๆ... เสื้อ 2 ตัวเอาไม่อยู่ละกัน...

     


    มุมมองจากในร้าน...

     


    หมูสะเต๊ะชุดเล็ก...
    (ที่ลูกค้ามักจะงงว่า...นี่มึงทำชุดเล็กสุดแล้วหรือวะเนี่ย)...

     


    หน้าร้าน...กับแม่เจ้าของร้าน...(มาช่วยยืนเป็นแบบ)...

    อาหารที่นี่น่ากินทุกร้านเลยล่ะ...

    แม้จะราคาพารากอน...

    แต่ความอร่อยนั้นคุ้มค่าจริงๆ...

    ช่วงนี้เลยต้องฝากท้องไว้ที่ร้านข้างๆ วันละมื้อ 2 มื้อ...

     

    แนะนำร้านข้างๆเลยละกัน...

    ร้าน Shimanto… อาหารญี่ปุ่นสไตล์ประยุกต์...

     

    ทีแรกว่าจะถ่ายรูปอาหารที่อร่อยมาให้หมด...

    แต่วันแรกๆก็ดันซัดหมดชามก่อนจนลืมถ่ายรูป...

     

     

    คัทซึด้ง...

    ข้าวหน้าหมูทอดใส่ไข่...

    อร่อยนุ่มด้วยข้าวเม็ดกลม...

    ที่ปูพรมด้วยไข่นุ่มละมุน...

    และหมูทอดใหม่ๆไฟแรงๆ... กรอบนอกนุ่มใน...

    เสริฟพร้อมซุปมิโสะ เข้มข้นที่ไม่ได้ใส่แค่ มิโสะสำหรับละลายน้ำ...

    แต่มีปลา... ปลา... ปลาแห้งอะไรจำชื่อไม่ได้... ไว้ก่อนละกัน...

    ทำให้มิโสะที่อุดมด้วยสาหร่ายวากาเหมะ...และเห็ดเข็มทอง...

    มีรสชาติกลมกลืน... ลื่นคอเลยทีเดียว(หลายที)...

     

     

    ถัดมาเป็นอุด้งแกงกะหรี่...

    (ดันเผลอห้ามใจไม่ไหวซดน้ำแกงไป 1 ทีเลยออกมาไม่สวยเลย)...

    อุด้งรสเข้ม...(มากๆ)...

    ใส่เนื้อไก่ที่นุ่ม และหัวมันก้อนโต...

    แครอทนิ่มและไช้เท้าเปรี้ยวนิดๆ...

    รสชาติของผงกระหรั่ชัดเจนมากๆแม้จะอยู่ในน้ำปรุงของอุด้งก็ตาม...

    ยิ่งโรยงา... พริกไทย... และพริกป่นของร้านซักหน่อย...

    กินเสร็จต้องดื่มน้ำตาม 3 แก้วเลยล่ะ...

     

    ที่จริงเมนูที่ผ่านท้องมาแล้วคือ ข้าวหน้าหมูเกาหลีที่ใช้เนื้อหมูจากออสเตรเลีย...

    (กลิ่นหอมมากๆเหมือนเบค่อนแต่ไม่ค่อยมีมันเลย)...

    อุด้งหมูเกาหลี...

    (หวานเค็มกำลังดี)...

    อุด้งหน้าไข่...

    (ซดไข่แดงลงไปในคอเลยทีเดียวแซ่บ!!!)...

    แม้เมนูเหล่านี้จะผ่านไปแล้วแต่จะเอามารีวิวทีหลัง...

    (เพราะมันอร่อยมากๆ)...

     

     

    ต่อจากของคาวเป็นของหวานโซนเค้กใน Part ของ Take Home…

    แนะนำเค้กร้าน Laguna Restaurant...

    เอาเป็นว่าเป็นเค้กเนื้อโยเกิร์ต... ไม่ค่อยมีเนื้อเค้กกินแล้วลื่นคอ

    กินแล้วไม่อ้วนง่ายๆ...

    การันตีความอร่อยอีกขั้นถ้ากินตอนที่มันยังเย็นอยู่...

    เนื้อผลไม้เยอะรสเนื้อเค้กโยเกิร์ตก็เข้มดี...

    แนะนำ 2 รสสำหรับคนชอบรสเข้มคือรสกีวี และรสราสเบอร์รี่...

    (อร่อยสุดแล้วล่ะสำหรับร้านนี้)...

    ส่วนรสส้มนั้นอร่อยแต่ดันโดน 2 รสแรกกลบความอร่อยไปหมด...

    รสสตรอเบอร์รี่... เฉยๆ...(รสเหมือนโยเกิร์ตสตรอเบอร์รี่งั้นแหละ)...

    กินแล้วไม่อยากกินเค้กปอนด์หน้าช๊อกโกแล๊ตหรือหน้าครีมเลย...

    กลายเป็นเค้กที่อยู่ในใจรองจากซีสเค้กซะแล้ว...

     

    ถ้าสงสัยว่าร้านไหนมาหากันที่ร้านน๊า...
    (แอบโฆษณาร้านตัวเอง)...

    แล้วจะพาไปยังมีของอร่อยๆอีกหลายร้านเลย...

    ช่วงนี้มีเวลาได้ลองของอร่อยทุกวันเพราะ...

    ต้องเฝ้าร้านทุกวันและอีกอย่างคือ...

     

    ลาออกจากการเป็นสถาปนิกแล้วจ้า...

    (เรียนถาปัดมาอย่างดิบดีต้องมาช่วยงานที่บ้านซะแล้ว)...

    แต่ก่อนอื่นเลยต้องขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยให้เรามีหนทางในการดำเนินชีวิต...

    ก่อนไปอธิษฐานให้พระเจ้าจัดเตรียมการไปลาออก...

    ถ้าหากเป็นไปตามที่พระเจ้าอยากให้เราเป็นก็ขอให้ผ่านฉลุย...

    และแล้วก็จัดการเรื่องเสร็จและออกโดยสวัสดิภาพก่อนเวลา 9 โมงครึ่งซะอีก...

    ขอบคุณทุกๆคนที่ปาล์มเมอร์ แอนเทอร์เนอร์มากๆ...

    สิ่งที่ท่านได้สอนเราไว้... เราได้เรียนรู้และนำมาใช้ประโยชน์ได้...

    ขอบคุณพี่ๆทุกคนที่ให้ความดูแลเอาใจใส่เราตั้งแต่ฝึกงานครั้งแรก...

    ฝึกงานครั้งที่ 2...

    จนทำงานมาปีกว่าๆ...

    นี่ก็อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงส่วนหนึ่งของชีวิตเหมือนกัน...

     

     

    วันนี้เก็บร้านเสร็จเลยแวะไปขนของออกจากออฟฟิศ...

    ที่นั่งตรงนี้จะไม่ลืมเลย...

    (ใครมานั่งทำงานตรงนี้รับประกันความรุ่งเรือง...เหอๆๆๆๆ)...

     

    ช่วงนี้มีเรื่องเยอะแยะดูวุ่นวายปนกันไปปนกันมาเยอะดี...

     

    (ตัดบท)...

    พรุ่งนี้อาจจะต้องขอลองอุด้งเทมปุระซะแล้ว...

     

    ราตรีสวัสดิ์...

    Happy New Year 2007

    ...
    ช่วงนี้แมวที่บ้านดุ... มีเรื่องกับมันทุกวันเลยวุ้ย...